Quick Summary
- SL ที่โดนชนบ่อยมักไม่ใช่ปัญหาที่ตำแหน่ง แต่เป็นปัญหาที่วิธีคิด
- Stop Hunt ส่วนใหญ่คือราคาไปเก็บสภาพคล่องในโซนธรรมชาติ ไม่ใช่ใครจงใจตามล่าคุณคนเดียว
- SL แบบ pip ตายตัวใช้ไม่ได้กับทุกคู่เงินและทุกช่วงเวลา
- การรวม Swing กับ ATR เข้าด้วยกันช่วยลดโอกาสโดนชนก่อนราคาไปถูกทาง
- RR ต่ำมักเกิดจากลำดับการคิดผิด ไม่ใช่จากตัว SL เพียงอย่างเดียว
ทำไมตั้ง Stop Loss แล้วยังโดนราคาชนก่อนไปถูกทาง?
คุณเปิดออเดอร์ Buy ตามแนวโน้ม ตั้ง SL ไว้ใต้แท่งเทียนล่าสุด ราคาร่วงลงมาชน SL พอดี แล้วเด้งขึ้นไปตามทิศทางที่คุณคาดไว้ตั้งแต่แรก เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำจนคุณเริ่มสงสัยว่าตลาดรู้ตำแหน่ง SL ของคุณหรือเปล่า
ความจริงคือ SL ของคุณส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ผิด แต่อยู่ในตำแหน่งที่คนอื่นก็เลือกเหมือนกัน เมื่อการอ่าน Price Actionของคนส่วนใหญ่ชี้ไปจุดเดียวกัน จุดนั้นก็กลายเป็นโซนที่มีคำสั่งซื้อขายกระจุกตัวหนาแน่นโดยธรรมชาติ
ก่อนแก้ปัญหานี้ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมโซนนั้นถึงถูกราคาแตะบ่อยเป็นพิเศษ นี่คือจุดที่ข้อผิดพลาดในการตั้ง Stop Lossส่วนใหญ่เริ่มต้น ไม่ใช่จากการวิเคราะห์ทิศทางผิด แต่จากการเลือกตำแหน่ง SL ที่ทุกคนมองเห็นเหมือนกัน
Stop Hunt คืออะไร ทำไมราคาถึงชอบไปแตะ SL ก่อน?
Stop Hunt คือคำที่เทรดเดอร์ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่ราคาวิ่งทะลุแนวรับแนวต้านไปสั้นๆ ก่อนกลับตัวไปทิศทางเดิม เทรดเดอร์จำนวนมากเชื่อว่านี่คือการที่ผู้เล่นรายใหญ่จงใจดันราคาไปชน SL ของรายย่อยเพื่อเก็บสภาพคล่อง
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้คือ ยังไม่มีหลักฐานทางสถิติที่ยืนยันว่าตลาด forex มีกลไกจงใจไล่ล่า SL ของเทรดเดอร์รายบุคคล สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือโครงสร้างตลาด บริเวณแนวรับแนวต้านมักเป็นจุดที่มี Stop Loss ของคนจำนวนมากวางซ้อนกันอยู่ เมื่อราคาไปถึงจุดนั้น คำสั่งที่ถูกกระตุ้นพร้อมกันจะสร้างแรงเหวี่ยงสั้นๆ ก่อนตลาดกลับไปสู่ทิศทางหลัก
นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด พวกเขาคิดว่า Stop Hunt คือการโจมตีเฉพาะเจาะจง ทั้งที่จริงแล้วมันคือปรากฏการณ์ของสภาพคล่องในโซนธรรมชาติ ไม่ใช่ใครจงใจตามล่าบัญชีของคุณคนเดียว การสังเกตปริมาณการซื้อขายในโซนนั้นช่วยให้คุณเห็นว่าเป็นโซนสภาพคล่องหนาแน่นจริงหรือไม่
| ความเข้าใจผิด | สิ่งที่เกิดขึ้นจริง |
|---|---|
| มีคนจงใจตามล่า SL ของคุณโดยเฉพาะ | ราคาไปเก็บสภาพคล่องในโซนที่มี SL กระจุกตัวจากคนจำนวนมาก |
| ยิ่งซ่อน SL ใกล้ราคาปัจจุบันยิ่งปลอดภัย | SL ใกล้เกินไปมักอยู่ในโซนสัญญาณรบกวนตามปกติของราคา |
| โดน Stop Hunt แปลว่าวิเคราะห์ผิดทิศทาง | ทิศทางอาจถูกต้อง แต่ตำแหน่ง SL อยู่ในโซนสภาพคล่องที่คาดเดาได้ |
เมื่อเข้าใจกลไกนี้ คำถามที่ควรถามต่อไม่ใช่ “ทำไมโดนซ้ำอีกแล้ว” แต่เป็น “ตำแหน่ง SL ของฉันซ้อนกับคนอื่นมากแค่ไหน” คำตอบของคำถามนี้เชื่อมโยงตรงกับวิธีตั้ง SL ที่จะอธิบายในส่วนถัดไป

ตั้ง Stop Loss ตามตัวเลข pip ตายตัว ผิดตรงไหน?
วิธีที่เทรดเดอร์มือใหม่ใช้บ่อยที่สุดคือตั้ง SL คงที่ เช่น 20 pip ทุกครั้งไม่ว่าจะเทรดคู่เงินไหน วิธีนี้ดูง่ายแต่มีปัญหาใหญ่ คือมันไม่สนใจว่าราคากำลังผันผวนมากหรือน้อยแค่ไหนในตอนนั้น
ลองเทียบ 20 pip บน EURUSD กับ 20 pip บน XAUUSD ทั้งสองตัวเลขเท่ากัน แต่ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะแต่ละสินทรัพย์มีความผันผวนของราคาที่ต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
| สินทรัพย์ | ความผันผวนเฉลี่ยต่อวัน (โดยประมาณ) | ผลของ SL 20 pip คงที่ |
|---|---|---|
| EURUSD | ต่ำ | อาจกว้างเกินความจำเป็นในบางช่วง |
| GBPJPY | สูง | มักแคบเกินไป ถูกชนก่อนที่แนวโน้มจะเริ่มจริง |
| XAUUSD | สูงมาก | แคบเกินไปอย่างชัดเจนในช่วงข่าวสำคัญ |
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 20 pip แต่อยู่ที่การใช้ตัวเลขเดียวกับทุกสถานการณ์ ราคาที่ผันผวนสูงต้องการพื้นที่หายใจมากกว่าราคาที่นิ่ง หากยังใช้ pip ตายตัว SL จะไม่มีทางสะท้อนสภาพตลาดจริง นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์มืออาชีพเปลี่ยนไปใช้จุดอ้างอิงจากโครงสร้างราคาแทน ซึ่งจะอธิบายในสองส่วนถัดไป
ตั้ง Stop Loss ตาม Swing High/Low ทำอย่างไรให้แม่นยำ?
Swing High และ Swing Low คือจุดกลับตัวที่ราคาสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่ตัวเลขที่คุณกำหนดขึ้นมาลอยๆ การตั้ง SL ไว้เลยจุด Swing ไปเล็กน้อยจึงมีเหตุผลรองรับมากกว่าการตั้งตาม pip คงที่ เพราะถ้าราคาทะลุจุดนี้จริง แปลว่าโครงสร้างเดิมที่คุณใช้วิเคราะห์ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ปัญหาที่พบบ่อยคือเทรดเดอร์เลือก Swing ผิดจุด บางคนใช้ Swing ย่อยที่เพิ่งเกิดขึ้นใน timeframe เล็ก แทนที่จะใช้ Swing หลักที่มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างราคาโดยรวม ผลคือ SL ยังอยู่ในโซนสัญญาณรบกวนเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากตัวเลข pip มาเป็นจุด Swing ที่ไม่แข็งแรงพอ
ขั้นตอนตั้ง SL ตาม Swing ให้แม่นยำมีดังนี้
- ระบุแนวโน้มหลักก่อนว่าตลาดกำลังขึ้น ลง หรือไม่มีทิศทางชัดเจน
- หา Swing High หรือ Swing Low ล่าสุดที่มีนัยสำคัญ ไม่ใช่จุดย่อยที่เพิ่งเกิดในไม่กี่แท่งเทียน
- ตรวจสอบว่าจุด Swing นั้นได้รับการยืนยันจากรูปแบบแท่งเทียน เช่นสัญญาณปฏิเสธราคาแบบPin Barหรือไม่
- เว้นระยะกันชนเพิ่มจากจุด Swing เล็กน้อย เพื่อไม่ให้ SL อยู่ติดจุดพอดีจนโดนสัญญาณรบกวนธรรมดา
- ยืนยันความสอดคล้องของ Swing กับภาพรวมแนวโน้มใน timeframe ที่ใหญ่กว่า
เทรดเดอร์ที่เพิ่งเริ่มใช้การเทรดตามจังหวะ Swingมักข้ามขั้นตอนที่ 3 และ 5 ไป ทำให้ SL ดูสมเหตุสมผลบนกระดาษ แต่ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ตลาดแตะถึงได้ง่ายอยู่ดี
ATR Stop Loss คืออะไร ต่างจาก Swing Stop Loss อย่างไร?
ATR หรือ Average True Range คือตัวชี้วัดที่บอกว่าราคาสินทรัพย์นั้นเคลื่อนไหวเฉลี่ยกว้างแค่ไหนในแต่ละช่วงเวลา ต่างจาก Swing ตรงที่ Swing บอกตำแหน่ง ส่วน ATR บอกระยะห่าง
Swing SL ตอบคำถามว่า “ควรตั้ง SL ที่จุดไหน” ในขณะที่ตัวชี้วัด ATRตอบคำถามว่า “ควรเว้นระยะกันชนจากจุดนั้นเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับความผันผวนปัจจุบัน” ทั้งสองวิธีจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นสองชั้นข้อมูลที่ใช้ร่วมกันได้
| ประเด็น | Swing Stop Loss | ATR Stop Loss |
|---|---|---|
| ตอบคำถามอะไร | ควรตั้ง SL ที่จุดไหน | ควรเว้นระยะกันชนเท่าไหร่ |
| อ้างอิงจาก | โครงสร้างราคาที่เกิดขึ้นจริง | ค่าเฉลี่ยความผันผวนย้อนหลัง |
| จุดแข็ง | สอดคล้องกับพฤติกรรมตลาดจริง | ปรับตามความผันผวนอัตโนมัติ |
| จุดอ่อนเมื่อใช้เดี่ยวๆ | ไม่บอกว่าควรเว้นระยะเท่าไหร่ | ไม่บอกว่าควรวางตำแหน่งไว้ที่ไหน |
วิธีใช้ร่วมกันที่ได้ผลคือ หาจุด Swing ตามขั้นตอนในหัวข้อก่อนหน้า จากนั้นใช้ค่า ATR เป็นตัวกำหนดระยะกันชนเพิ่มจากจุดนั้น แทนที่จะเดาระยะกันชนเอง วิธีนี้ทำให้ SL มีทั้งเหตุผลด้านโครงสร้างราคาและเหตุผลด้านความผันผวนในเวลาเดียวกัน ลดโอกาสที่ SL จะแคบเกินไปในช่วงตลาดผันผวนสูง หรือกว้างเกินความจำเป็นในช่วงตลาดนิ่ง

Price Action Stop Loss ใช้ตอนไหนดีที่สุด?
Price Action Stop Loss คือการตั้ง SL โดยอ้างอิงจากรูปแบบแท่งเทียนที่เกิดขึ้นตรงจุดกลับตัว เช่น SL ใต้แท่งEngulfingที่ยืนยันการกลับตัว วิธีนี้ให้ตำแหน่งที่แม่นยำกว่า Swing ทั่วไป เพราะผูกกับสัญญาณเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่จุดสูงสุดต่ำสุด
วิธีนี้เหมาะที่สุดในสถานการณ์ที่มีสัญญาณกลับตัวชัดเจนที่โซนสำคัญ ไม่ใช่ทุกสถานการณ์ ต่อไปนี้คือเช็กลิสต์ช่วยตัดสินใจ
| สถานการณ์ | ควรใช้ Price Action SL หรือไม่ |
|---|---|
| มีสัญญาณปฏิเสธราคาชัดเจนที่แนวรับแนวต้านสำคัญ | เหมาะ ใช้ SL ใต้/เหนือแท่งสัญญาณนั้นได้เลย |
| ตลาดกำลังเป็นแนวโน้มแรง ไม่มีจุดกลับตัวชัดเจน | ไม่เหมาะ ควรใช้ Swing หรือ ATR แทน |
| สัญญาณเกิดใน timeframe เล็กเพียงลำพัง | ควรยืนยันด้วยการวิเคราะห์หลาย timeframeก่อนใช้เป็น SL |
| ตลาดอยู่ในช่วง sideway ไม่มีทิศทาง | สัญญาณ Price Action มักให้ผลลัพธ์ไม่แน่นอน ควรระวังเป็นพิเศษ |
จุดที่ต้องระวังคือ Price Action SL ให้ตำแหน่งที่แคบและแม่นยำ แต่ก็เปราะบางกว่าถ้าสัญญาณนั้นไม่ได้รับการยืนยันจากบริบทที่ใหญ่กว่า การใช้ร่วมกับ Swing เป็นกรอบใหญ่ และ Price Action เป็นตำแหน่งละเอียด มักให้ผลลัพธ์ที่สมดุลกว่าการใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงลำพัง
Stop Loss ควรตั้งกี่ pip ถึงจะปลอดภัย?
คำถามนี้ไม่มีคำตอบเป็นตัวเลขตายตัว เพราะระยะที่ปลอดภัยขึ้นอยู่กับคู่เงิน timeframe และความผันผวนของช่วงเวลานั้น สิ่งที่ควรถามแทนคือ “SL ของฉันสะท้อนโครงสร้างราคาและความผันผวนจริงหรือไม่” ไม่ใช่ “ฉันควรใช้กี่ pip”
| วิธีการ | อ้างอิงจาก | เหมาะกับสถานการณ์ |
|---|---|---|
| Swing High/Low | โครงสร้างราคาที่เกิดขึ้นจริง | ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน มีจุดกลับตัวสังเกตได้ |
| ATR | ค่าเฉลี่ยความผันผวนย้อนหลัง | ต้องการระยะกันชนที่ปรับตามความผันผวนอัตโนมัติ |
| Price Action | สัญญาณแท่งเทียนเฉพาะจุด | มีสัญญาณกลับตัวชัดเจนที่โซนสำคัญ |
| pip คงที่ | ตัวเลขที่กำหนดเอง | ไม่แนะนำ เว้นแต่ใช้ทดสอบระบบเบื้องต้นเท่านั้น |
ประเด็นที่หลายคนมองข้ามคือ RR ต่ำที่คุณเจอ มักไม่ได้เกิดจากตัว SL ผิดจุด แต่เกิดจากลำดับการคิดผิด เทรดเดอร์จำนวนมากตั้ง SL ก่อนตามความเคยชิน แล้วค่อยหาจุด Take Profit ให้ได้ตามRisk Reward Ratioที่ตั้งใจไว้ ทั้งที่ควรทำสลับกัน คือให้โครงสร้างราคาเป็นตัวกำหนดทั้งจุด SL และจุด Take Profit ก่อน แล้วค่อยดูว่า RR ที่ได้สมเหตุสมผลพอจะเข้าเทรดหรือไม่
เมื่อกลับลำดับความคิดแบบนี้ คุณจะพบว่าบางออเดอร์ที่เคยดูน่าเข้า จริงๆ แล้วมี RR ต่ำเกินไปตั้งแต่ต้น การไม่เข้าเทรดออเดอร์แบบนั้นสำคัญพอๆ กับการตั้ง SL ให้ถูกจุด
เทคนิคไหนเหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ?
ไม่มีวิธีตั้ง SL ใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณเป็นหลัก เช็กลิสต์ต่อไปนี้ช่วยให้คุณเลือกจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับตัวเอง
- ถ้าคุณเทรดถือสถานะสั้นเป็นนาทีถึงชั่วโมงแบบScalping ควรให้น้ำหนักกับ ATR มากกว่า เพราะต้องการระยะกันชนที่แคบและปรับตามความผันผวนรายนาที
- ถ้าคุณถือสถานะข้ามวันถึงหลายวันแบบ Swing Trading ควรใช้ Swing High/Low เป็นหลัก เพราะโครงสร้างราคาในกรอบเวลานี้มีนัยสำคัญมากกว่าความผันผวนระยะสั้น
- ถ้าคุณถือสถานะยาวเป็นสัปดาห์ถึงเดือนแบบPosition Trading ควรใช้ Swing ร่วมกับ ATR ใน timeframe ใหญ่ เพื่อกันสัญญาณรบกวนระยะสั้นออกไป
- ถ้าคุณเทรดตามสัญญาณกลับตัวเฉพาะจุด ควรใช้ Price Action SL เป็นตัวหลัก และใช้ Swing เป็นกรอบยืนยันเพิ่มเติม
ข้อควรระวังคือ อย่าเปลี่ยนวิธีตั้ง SL ไปมาระหว่างออเดอร์โดยไม่มีเหตุผล การใช้วิธีเดียวอย่างสม่ำเสมอตามสไตล์ที่คุณเลือก ทำให้คุณประเมินผลลัพธ์ย้อนหลังได้แม่นยำกว่าการสลับวิธีไปเรื่อยๆ ตามอารมณ์ตลาด
ก่อนเทรดเงินจริง ควรทดสอบกลยุทธ์ Stop Loss อย่างไร?
การรู้ทฤษฎีทั้งหมดในบทความนี้ยังไม่เพียงพอ หากไม่เคยทดสอบว่ากลยุทธ์ SL ที่เลือกใช้ได้ผลจริงกับพฤติกรรมการเทรดของคุณหรือไม่ ขั้นตอนต่อไปนี้ช่วยให้การทดสอบมีระบบมากขึ้น
- เลือกวิธีตั้ง SL หนึ่งวิธีตามสไตล์การเทรดของคุณจากหัวข้อก่อนหน้า แล้วใช้วิธีนั้นอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 20-30 ออเดอร์ ไม่สลับวิธีระหว่างทาง
- บันทึกทุกออเดอร์ว่า SL อยู่ตำแหน่งไหน อ้างอิงจากอะไร และผลลัพธ์เป็นอย่างไร เพื่อดูรูปแบบที่เกิดซ้ำ
- ประเมินผลจากอัตราการโดนชนก่อนราคาไปถูกทาง ไม่ใช่แค่ดูกำไรขาดทุนรวม เพราะตัวเลขนี้บอกโดยตรงว่าตำแหน่ง SL ของคุณแม่นยำขึ้นหรือไม่
การทดสอบแบบนี้ควรทำในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงตลาดจริงมากที่สุด แต่ไม่ต้องแบกความเสี่ยงจากเงินทุนของตัวเองในช่วงเรียนรู้ นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์จำนวนมากเลือกฝึกกลยุทธ์บนบัญชีทดลองก่อนเทรดเงินจริงเพื่อเก็บข้อมูลให้พอก่อนตัดสินใจใช้เงินจริง
ควบคู่กับการทดสอบ SL ควรทำความเข้าใจการบริหารความเสี่ยงในการเทรด forexโดยรวมไปพร้อมกัน เพราะ SL เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบบริหารความเสี่ยงทั้งหมด ไม่ใช่เครื่องมือที่แยกขาดจากกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Stop Loss
ทำไมโดน Stop Hunt บ่อยทั้งที่วิเคราะห์ทิศทางถูกต้อง?
ทิศทางที่คุณวิเคราะห์อาจถูกต้อง แต่ตำแหน่ง SL อยู่ในโซนที่มีคำสั่งของเทรดเดอร์คนอื่นกระจุกตัวอยู่เช่นกัน เมื่อราคาไปเก็บสภาพคล่องในโซนนั้นก่อน SL จะโดนชนแม้ทิศทางหลักจะยังถูกต้อง การเว้นระยะกันชนเพิ่มจากจุด Swing ช่วยลดปัญหานี้ได้
Stop Loss ควรตั้งกี่ pip ถึงจะปลอดภัยที่สุด?
ไม่มีตัวเลข pip ตายตัวที่ปลอดภัยสำหรับทุกสถานการณ์ ระยะที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับคู่เงิน timeframe และความผันผวนขณะนั้น การอ้างอิงจากจุด Swing ร่วมกับค่า ATR ให้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสภาพตลาดจริงมากกว่าการใช้ตัวเลขคงที่
ATR Stop Loss กับ Swing Stop Loss ใช้ร่วมกันได้ไหม?
ใช้ร่วมกันได้และแนะนำให้ใช้ร่วมกัน เพราะ Swing บอกตำแหน่งที่ควรตั้ง SL ส่วน ATR บอกระยะกันชนที่เหมาะกับความผันผวนขณะนั้น การใช้ทั้งสองวิธีพร้อมกันช่วยลดทั้งความเสี่ยงจากตำแหน่งผิดและระยะแคบเกินไป
ตั้ง SL ใกล้ราคาปัจจุบันมากๆ ปลอดภัยกว่าจริงหรือไม่?
ไม่จริงเสมอไป การตั้ง SL ใกล้เกินไปมักอยู่ในโซนสัญญาณรบกวนตามปกติของราคา ทำให้โดนชนบ่อยแม้ทิศทางจะถูกต้อง SL ที่ปลอดภัยควรเว้นระยะให้พ้นโซนสัญญาณรบกวน ไม่ใช่แค่วางให้ใกล้ที่สุดเพื่อจำกัดขาดทุน
ทำไม RR ที่ได้จากการเทรดถึงต่ำทั้งที่ตั้ง SL ถูกต้องแล้ว?
RR ต่ำมักเกิดจากลำดับการคิดที่สลับกัน คือตั้ง SL ก่อนแล้วค่อยหาจุด Take Profit ให้ได้ตาม RR ที่ต้องการ วิธีที่ถูกต้องคือให้โครงสร้างราคากำหนดทั้งจุด SL และจุด Take Profit ก่อน แล้วจึงประเมินว่า RR ที่ได้คุ้มค่าพอจะเข้าเทรดหรือไม่
Price Action Stop Loss เหมาะกับมือใหม่หรือไม่?
เหมาะสำหรับผู้ที่อ่านรูปแบบแท่งเทียนได้แม่นยำระดับหนึ่งแล้ว เพราะวิธีนี้ต้องอาศัยการยืนยันสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน มือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการอ่านแท่งเทียนควรเริ่มจาก Swing Stop Loss ซึ่งมีจุดอ้างอิงที่สังเกตเห็นได้ง่ายกว่า
ควรทดสอบกลยุทธ์ Stop Loss นานแค่ไหนก่อนใช้เงินจริง?
ควรทดสอบด้วยวิธีเดียวอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 20-30 ออเดอร์ พร้อมบันทึกตำแหน่ง SL และผลลัพธ์ทุกครั้ง เพื่อดูรูปแบบที่เกิดซ้ำ จำนวนออเดอร์ที่น้อยเกินไปอาจทำให้ประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์ผิดพลาดจากความบังเอิญระยะสั้น
ตำแหน่ง Stop Loss ที่ดีไม่ได้มาจากตัวเลขที่ท่องจำ แต่มาจากการอ่านโครงสร้างราคาและความผันผวนของตลาดในแต่ละช่วงเวลา เมื่อคุณเปลี่ยนจากการตั้ง SL ตาม pip คงที่ มาเป็นการอ้างอิง Swing ร่วมกับ ATR และยืนยันด้วยสัญญาณ Price Action คุณจะเริ่มเห็นความแตกต่างของอัตราการโดนชนก่อนราคาไปถูกทาง ขั้นตอนต่อไปคือเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ แล้วทดสอบอย่างมีระบบก่อนใช้เงินจริง


