เรียนรู้ ATR Indicator (Average True Range) คืออะไร คำนวณอย่างไร อ่านค่าได้เลย พร้อมวิธีใช้ตั้ง Stop Loss และประยุกต์ใช้ในการเทรดหุ้น Forex และ Crypto

Last updated: 12/06/2026

คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้วัดระดับความผันผวนของราคาในตลาดการเงิน โดยไม่ได้บอกทิศทางของแนวโน้มโดยตรง แต่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจว่าราคามีการเคลื่อนไหวมากหรือน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง อินดิเคเตอร์นี้ได้รับความนิยมในตลาด Forex หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากสามารถนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยง กำหนดจุดตัดขาดทุน และวางแผนขนาดการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจ ATR Indicator อย่างถูกต้องจะช่วยให้นักเทรดสามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและตัดสินใจซื้อขายได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

ATR Indicator คืออะไร? วิธีอ่านค่าความผันผวนและประยุกต์ใช้ในการเทรด

เวลาที่เราดูกราฟราคา สิ่งที่นักเทรดมือใหม่มักมองข้ามคือ ความผันผวน ราคาขยับขึ้นลงแค่ไหนในแต่ละวัน ช่วงนี้ตลาดเงียบหรือคึกคัก ควรตั้ง Stop Loss ไว้ที่ระยะเท่าไรถึงจะไม่โดนตัดทิ้งก่อนถึงเวลา คำถามเหล่านี้ตอบได้ด้วยเครื่องมือเดียว นั่นคือ ATR Indicator หรือ Average True Range

ATR ไม่ได้บอกทิศทางราคา ไม่ได้บอกว่าควรซื้อหรือขาย แต่มันบอกสิ่งที่อินดิเคเตอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้บอก นั่นคือ ขนาดของการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญต่อการวางแผนทุกการเทรด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น Forex หรือ Cryptocurrency

ATR Indicator คืออะไร

ATR (Average True Range) คืออินดิเคเตอร์วัดความผันผวนของราคา พัฒนาขึ้นโดย J. Welles Wilder Jr. และเผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือ New Concepts in Technical Trading Systems ปี 1978 ซึ่งเป็นหนังสือเล่มเดียวกับที่ Wilder แนะนำ RSI, Parabolic SAR และ ADX ด้วย

แนวคิดหลักของ ATR คือการวัดว่า ราคาเคลื่อนไหวมากแค่ไหนโดยเฉลี่ยในช่วงเวลาที่กำหนด โดยไม่สนใจทิศทาง ค่า ATR ที่สูงหมายความว่าราคามีความผันผวนสูง ช่วงการเคลื่อนไหวกว้าง ขณะที่ค่า ATR ต่ำหมายความว่าตลาดเงียบ ราคาแกว่งในช่วงแคบ

สิ่งที่ทำให้ ATR แตกต่างจากการวัดความผันผวนแบบเดิม คือวิธีคำนวณที่รวม ช่องว่างระหว่างแท่ง (Gap) เข้าไปด้วย ไม่ใช่แค่ดูจากช่วง High-Low ของแท่งเทียนแต่ละแท่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งทำให้สะท้อนความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงได้แม่นยำมากขึ้น

True Range คืออะไร และ ATR คำนวณอย่างไร

True Range คืออะไร และ ATR คำนวณอย่างไร compressed
True Range คืออะไร และ ATR คำนวณอย่างไร

ก่อนเข้าใจ ATR ต้องเข้าใจ True Range (TR) ก่อน ซึ่งคือช่วงราคาที่ใหญ่ที่สุดจากสามค่าต่อไปนี้

  • ราคาสูงสุด (High) ของแท่งปัจจุบัน ลบ ราคาต่ำสุด (Low) ของแท่งปัจจุบัน
  • ค่าสัมบูรณ์ของ ราคาสูงสุด (High) ของแท่งปัจจุบัน ลบ ราคาปิด (Close) ของแท่งก่อนหน้า
  • ค่าสัมบูรณ์ของ ราคาต่ำสุด (Low) ของแท่งปัจจุบัน ลบ ราคาปิด (Close) ของแท่งก่อนหน้า

True Range จะเลือกค่าที่มากที่สุดจากสามค่าข้างต้น ซึ่งช่วยจับกรณีที่ราคาเปิดวันใหม่ห่างจากราคาปิดวันก่อนมาก (Gap) ไว้ด้วย

จากนั้น ATR คือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ของ True Range ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยค่า default มาตรฐานที่ Wilder กำหนดและใช้กันทั่วไปคือ 14 แท่งเทียน

ค่าพีเรียด ATR ลักษณะสัญญาณ เหมาะกับ
7 หรือน้อยกว่า ไวต่อการเปลี่ยนแปลง สัญญาณถี่ขึ้น เทรดระยะสั้น / Scalping
14 (Default) สมดุลระหว่างความไวและความเสถียร เทรดทั่วไปทุกสไตล์
20 หรือมากกว่า ช้า เกลี่ยค่าระยะยาว สัญญาณน้อยลง Swing Trading / Position Trading

วิธีอ่านค่า ATR Indicator บนกราฟ

ATR แสดงผลเป็นเส้นกราฟแยกอยู่ใต้กราฟราคาหลัก โดยค่าที่แสดงมีหน่วยเป็น หน่วยราคาของสินทรัพย์นั้นๆ

  • สำหรับหุ้น: ค่า ATR คือจำนวนบาทที่ราคาเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ย
  • สำหรับ Forex: ค่า ATR จะแสดงในรูป Pip (เช่น ATR = 0.0025 หมายถึงประมาณ 25 Pip)
  • สำหรับ Crypto: ค่า ATR คือจำนวนดอลลาร์หรือสกุลเงินที่อ้างอิงที่ราคาเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ย

สิ่งสำคัญที่ต้องจำ: ค่า ATR ของสินทรัพย์แต่ละตัว ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบตรงๆ กันได้ เพราะขึ้นอยู่กับราคาของสินทรัพย์นั้น หุ้นราคา 200 บาท จะมีค่า ATR สูงกว่าหุ้นราคา 5 บาท โดยธรรมชาติ สิ่งที่ควรเปรียบเทียบคือ พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของ ATR ในตัวเองตามเวลา ว่าสูงขึ้น ต่ำลง หรือคงที่

ATR สูง vs ATR ต่ำ บอกอะไร

  • ATR สูงกว่าปกติ → ตลาดมีความผันผวนสูง ราคาแกว่งตัวในช่วงกว้าง อาจเกิดจากข่าวสำคัญ ปริมาณการซื้อขายสูง หรือแรงซื้อ/แรงขายที่รุนแรง
  • ATR ต่ำกว่าปกติ → ตลาดสงบ ราคาแกว่งในช่วงแคบ อาจเป็นช่วงรอทิศทาง (Consolidation) ก่อนที่จะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหม่
  • ATR เริ่มเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำ → สัญญาณว่าความผันผวนกำลังขยายตัว อาจเกิด Breakout หรือการเปลี่ยนแปลงทิศทางที่มีนัยสำคัญได้

วิธีใช้ ATR Indicator ในการเทรด

ATR ไม่ได้บอกว่าควรซื้อหรือขายตรงๆ แต่เป็นเครื่องมือช่วย วางโครงสร้างการเทรด โดยมีการประยุกต์ใช้หลักที่นักเทรดส่วนใหญ่นิยม ดังนี้

ใช้ ATR ตั้ง Stop Loss

นี่คือการใช้งาน ATR ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด แนวคิดคือการนำค่า ATR มากำหนดระยะ Stop Loss ให้สอดคล้องกับความผันผวนจริงของสินทรัพย์ในช่วงเวลานั้น แทนที่จะใช้ตัวเลขตายตัวที่ไม่สัมพันธ์กับสภาพตลาด

ตัวอย่างหลักการที่นักเทรดนิยมใช้

  • ตั้ง Stop Loss ห่างจากจุดเข้า 1x ATR สำหรับการเทรดแบบ Aggressive
  • ตั้ง Stop Loss ห่างจากจุดเข้า 1.5x หรือ 2x ATR สำหรับการเทรดแบบ Conservative

ตัวอย่างเช่น หากซื้อหุ้นที่ราคา 100 บาท และ ATR (14) อยู่ที่ 3 บาท การตั้ง Stop Loss ที่ 1.5x ATR หมายถึงตั้ง Stop ไว้ที่ประมาณ 100 – (3 x 1.5) = 95.50 บาท ซึ่งเป็นระยะที่สะท้อนความผันผวนจริงของหุ้นตัวนั้น ไม่แคบเกินไปจนโดนตัดทิ้งโดยความผันผวนปกติ

ใช้ ATR ประเมินขนาดของการเคลื่อนไหว

ATR compressed 1
ใช้ ATR ประเมินขนาดของการเคลื่อนไหว

เมื่อรู้ว่าราคาเคลื่อนไหวเฉลี่ยวันละกี่หน่วย นักเทรดสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อ ประมาณการเป้าหมายกำไร (Take Profit) หรือเพื่อประเมินว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนั้น “ปกติ” หรือ “ผิดปกติ”

ตัวอย่างเช่น ถ้าหุ้นตัวหนึ่งมีค่า ATR รายวันอยู่ที่ 5 บาท แต่ราคาขึ้นไปแล้ว 10 บาทในวันเดียว แสดงว่าเกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติซึ่งอาจมาจากข่าวสำคัญหรือแรงซื้อขนาดใหญ่ ข้อมูลนี้ช่วยให้นักเทรดตัดสินใจได้ว่าควรรับกำไรหรือยังสามารถถือต่อได้

ใช้ ATR ดูสภาวะตลาดก่อนเข้าเทรด

ATR ช่วยกรองช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้กลยุทธ์ที่อิงกับ Breakout หรือ Momentum ทำงานได้ไม่ดี

  • ถ้า ATR อยู่ในระดับต่ำผิดปกติ → ตลาดเงียบ อาจรอให้ ATR เพิ่มขึ้นก่อนค่อยเข้าเทรด
  • ถ้า ATR กำลังขยายตัวขึ้น → ความผันผวนเพิ่ม มีโอกาสเกิด Breakout ที่มีนัยสำคัญ

ใช้ ATR ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น

ATR ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้เป็น ตัวเสริม ให้กับอินดิเคเตอร์ที่บอกทิศทาง ไม่ใช่ใช้เดี่ยวๆ ตัวอย่างการจับคู่ที่นิยม ได้แก่

  • ATR + Moving Average ใช้ MA บอกทิศทาง ใช้ ATR กำหนดระยะ Stop Loss
  • ATR + Bollinger Bands Bollinger Bands ก็วัดความผันผวน แต่แสดงเป็นช่วงราคา ใช้ ATR ยืนยันว่าแท่งที่ทะลุ Band มีการขยายตัวของความผันผวนจริง
  • ATR + RSI หรือ MACD ใช้ RSI/MACD หาสัญญาณ ใช้ ATR กำหนดขนาด Stop และ Target

ข้อควรระวังเมื่อใช้ ATR Indicator

แม้ ATR จะเป็นเครื่องมือที่ตรงไปตรงมา แต่มีประเด็นที่ควรระวังก่อนนำไปใช้งานจริง

  • ATR ไม่บอกทิศทาง ค่า ATR สูงบอกว่าตลาดผันผวน แต่ไม่ได้บอกว่าราคาจะขึ้นหรือลง อย่าใช้ ATR เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อขาย
  • ค่า ATR ของสินทรัพย์ต่างกัน เปรียบเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ หุ้นราคาสูงหรือสินทรัพย์ที่มีราคาต่อหน่วยมาก จะมีค่า ATR สูงกว่าโดยธรรมชาติ สิ่งที่ควรดูคือพฤติกรรมของ ATR ตัวเองเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต
  • ATR ตอบสนองช้า เนื่องจากเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ATR อาจยังไม่ปรับตัวได้ทันที
  • การลด Period ทำให้สัญญาณไว แต่ก็เพิ่มสัญญาณหลอก การเลือก Period ควรสอดคล้องกับ Timeframe และสไตล์การเทรดของตนเอง

วิธีเพิ่ม ATR บนแพลตฟอร์มยอดนิยม

Take Profit ทำงานอย่างไร compressed
วิธีเพิ่ม ATR บนแพลตฟอร์มยอดนิยม

ATR เป็นอินดิเคเตอร์มาตรฐานที่มีในทุกแพลตฟอร์มเทรดสมัยใหม่ ไม่ต้องดาวน์โหลดเพิ่ม

  • TradingView: คลิกที่ปุ่ม Indicators บนแถบเครื่องมือ แล้วค้นหาคำว่า “ATR” หรือ “Average True Range” เลือกและกด Add
  • MetaTrader 4 / MT4: ไปที่เมนู Insert → Indicators → Oscillators → Average True Range
  • MetaTrader 5 / MT5: ใช้ขั้นตอนเดียวกับ MT4 โดย ATR จะปรากฏใน Navigator ภายใต้หมวด Oscillators

ค่า Period เริ่มต้น (Default) จะอยู่ที่ 14 สำหรับทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นค่าที่ Wilder แนะนำและยังคงเป็นค่าที่นักเทรดส่วนใหญ่ใช้จนถึงปัจจุบัน

Checklist ใช้ ATR ก่อนวางแผนเทรด

ก่อนนำ ATR ไปใช้ในการเทรดจริง ลองตรวจสอบ 4 ข้อนี้

  1. ดูระดับ ATR ปัจจุบันเทียบกับอดีต ATR อยู่ในระดับสูง ต่ำ หรือปกติเมื่อเทียบกับช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา
  2. ใช้ ATR กำหนดระยะ Stop Loss อย่าตั้ง Stop Loss โดยไม่คำนึงถึงความผันผวนของสินทรัพย์นั้น ใช้ค่า ATR เป็นฐานในการคำนวณ
  3. ตรวจสอบว่า ATR สอดคล้องกับสัญญาณจากอินดิเคเตอร์อื่น ถ้าได้สัญญาณซื้อจาก RSI หรือ MACD แต่ ATR ต่ำมาก อาจหมายความว่าตลาดยังไม่พร้อมเคลื่อนไหว
  4. คำนวณ Risk/Reward ให้ชัดเจน เมื่อรู้ระยะ Stop Loss จาก ATR แล้ว ตรวจสอบว่าเป้าหมายกำไรที่ตั้งไว้ให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ข้อดีและข้อจำกัดของ ATR

ข้อดี

  • เข้าใจง่าย อ่านค่าได้โดยตรง ไม่ซับซ้อน
  • ใช้ได้กับทุก Timeframe และทุกสินทรัพย์
  • ช่วยกำหนด Stop Loss ที่สัมพันธ์กับความผันผวนจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่กำหนดเอง
  • เป็น Built-in indicator ในทุกแพลตฟอร์มชั้นนำ
  • เสริมการทำงานของอินดิเคเตอร์อื่นได้ดี

ข้อจำกัด

  • ไม่บอกทิศทางราคา ใช้เป็นเครื่องมือเสริมเท่านั้น
  • ค่าของสินทรัพย์ต่างกันเปรียบเทียบโดยตรงไม่ได้
  • ตอบสนองช้าเพราะเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง
  • ในตลาดที่ผันผวนมากผิดปกติ (เช่น ช่วงที่มีข่าวใหญ่) ค่า ATR อาจพุ่งสูงชั่วคราว ทำให้ Stop Loss กว้างเกินความจำเป็น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ATR Indicator

ATR indicator คืออะไรในภาษาง่ายๆ

ATR คือตัววัดว่าราคาเคลื่อนไหวมากแค่ไหนโดยเฉลี่ย เปรียบเหมือนการวัด “อุณหภูมิ” ของตลาด ค่าสูงหมายถึงตลาดร้อนแรง ค่าต่ำหมายถึงตลาดสงบ แต่ ATR ไม่ได้บอกว่าราคาจะขึ้นหรือลง

ATR ใช้กับ Timeframe ไหนดีที่สุด

ATR ใช้ได้กับทุก Timeframe ตั้งแต่ M1 ถึง Monthly แต่สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก Timeframe รายวัน (Daily) ซึ่งให้ค่า ATR ที่มีความหมายชัดเจนและนำไปใช้วางแผน Stop Loss ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเงินทุน

ค่า Period 14 ต้องเปลี่ยนไหม

ค่า 14 ที่ Wilder กำหนดยังคงได้รับความนิยมและทำงานได้ดีในสินทรัพย์ส่วนใหญ่ การเปลี่ยนค่าควรทดสอบในบัญชี Demo ก่อน เพราะ Period ต่ำกว่าจะให้สัญญาณถี่แต่อาจเกิด false signal มากขึ้น ส่วน Period สูงกว่าจะให้ค่าเรียบกว่าแต่ตอบสนองช้าลง

ATR ใช้กับหุ้นไทย Forex และ Crypto ได้ไหม

ได้ทั้งหมด ATR เป็นอินดิเคเตอร์ที่ไม่ขึ้นกับประเภทของสินทรัพย์ ใช้ได้กับหุ้นไทยใน SET หุ้นสหรัฐ คู่เงิน Forex ดัชนี หรือ Cryptocurrency เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าค่า ATR ของแต่ละสินทรัพย์จะต่างกัน และนำมาเปรียบเทียบตรงๆ กันไม่ได้

ATR ต่างจาก Bollinger Bands อย่างไร

ทั้งสองเป็นเครื่องมือวัดความผันผวน แต่แสดงผลต่างกัน Bollinger Bands วาดเป็นช่วงราคาบนกราฟ ทำให้เห็นโซนแนวรับแนวต้านตามความผันผวน ส่วน ATR แสดงเป็นตัวเลขที่บอกขนาดการเคลื่อนไหวโดยตรง ซึ่งนำไปคำนวณระยะ Stop Loss ได้ง่ายกว่า นักเทรดบางคนใช้ทั้งสองตัวร่วมกันเพื่อประเมินความผันผวนจากมุมมองที่ต่างกัน

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือการซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

สรุป

ATR Indicator เป็นอินดิเคเตอร์ที่มีบทบาทสำคัญในการวัดความผันผวนและบริหารความเสี่ยงในการซื้อขาย แม้ว่าเครื่องมือนี้จะไม่สามารถบอกทิศทางของราคาได้โดยตรง แต่สามารถช่วยให้นักลงทุนประเมินสภาพตลาดและวางแผนการเข้าออกออเดอร์ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น การใช้ ATR Indicator ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ เช่น แนวรับ แนวต้าน เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ หรืออินดิเคเตอร์แนวโน้ม จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ การเรียนรู้วิธีใช้งาน ATR Indicator อย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพัฒนากลยุทธ์การเทรดและลดความเสี่ยงในระยะยาว

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form