Scalping Trading คืออะไร เหมาะกับใคร ข้อดีข้อเสีย

Last updated: 30/06/2026

Scalping Trading เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เทรดสั้นที่ได้รับความนิยมที่สุดในหมู่เทรดเดอร์ไทย แต่หลายคนยังสับสนว่า scalping คือ อะไรกันแน่ scalping แปลว่า อะไร และ scalping trade คือ การเทรดแบบไหน บทความนี้จะอธิบายความหมายตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงประเด็นที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มจริง ทั้งเรื่อง scalping เหมาะกับใคร และ ข้อดีข้อเสีย scalping เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าสไตล์การเทรดนี้ใช่สำหรับคุณหรือไม่ โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกด้วยเงินจริง

ถ้าคุณกำลังมองหากลยุทธ์ที่เก็บกำไรได้ไว ไม่ต้องถือออเดอร์ข้ามวัน และอยากรู้ว่าตลาดอย่าง Forex ทองคำ หรือคริปโต เหมาะกับการเทรดสั้นแค่ไหน บทความนี้สรุปทุกอย่างไว้ในที่เดียว อ่านจบแล้วคุณจะเข้าใจหลักการทำงานของ Scalping เครื่องมือที่ Scalper นิยมใช้ และข้อควรระวังสำคัญ พร้อมตอบคำถามที่พบบ่อยที่สุด เพื่อให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจและรอบคอบยิ่งขึ้น

ดูกลยุทธ์การเทรดแบบ Scalping ขั้นสูงเพิ่มเติม

Scalping Trading คืออะไร

Scalping Trading คือ รูปแบบการเทรดระยะสั้นมากที่นักเทรดเปิดและปิดออเดอร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที โดยมุ่งทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้ง แต่เทรดด้วยความถี่สูงตลอดทั้งวัน แทนที่จะรอกำไรก้อนใหญ่จากการถือออเดอร์ยาว ๆ นักเทรดสายนี้จะ “เก็บสั้น ๆ ถี่ ๆ” และสะสมกำไรย่อยให้กลายเป็นกำไรรวมที่มีนัยสำคัญ

คำว่า scalping trade คือ การลงมือเทรดตามแนวคิดนี้โดยตรง นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์นี้จะถูกเรียกว่า “Scalper” และมักอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) บนกราฟระยะสั้นเป็นหลัก มากกว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

Scalping Trading คืออะไร

Scalping แปลว่าอะไร

หากถามว่า scalping แปลว่า อะไร คำนี้มาจากภาษาอังกฤษที่สื่อถึงการ “ปาดเอากำไรบาง ๆ” ออกจากตลาดอย่างรวดเร็ว เปรียบเหมือนการเฉือนกำไรทีละชั้นบาง ๆ ในเชิงการเทรด จึงหมายถึงการเก็งกำไรระยะสั้นที่เน้นจำนวนครั้งและความเร็ว ไม่ได้เน้นกำไรต่อออเดอร์ที่สูง

หลักการทำงานของ Scalping

หัวใจของ Scalping อยู่ที่ “เข้าไว ออกไว” นักเทรดจะมองหาจังหวะที่ราคามีโอกาสขยับไปในทิศทางที่คาดการณ์ได้ในกรอบเวลาสั้น ๆ แล้วรีบปิดทำกำไรหรือตัดขาดทุนทันทีเมื่อผิดทาง โดยทั่วไปจะใช้กราฟ Time Frame ต่ำ เช่น 1 นาที (M1), 5 นาที (M5) หรือ 15 นาที (M15) และนิยมเทรดในตลาดที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อให้เข้า-ออกออเดอร์ได้รวดเร็วและสเปรดไม่กว้างเกินไป

เลเวอเรจและอัตราการชนะ: สองปัจจัยที่ Scalper ต้องเข้าใจ

เพราะกำไรต่อออเดอร์มีขนาดเล็ก เทรดเดอร์หลายคนจึงใช้เลเวอเรจเพื่อขยายผลตอบแทน แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือเลเวอเรจขยายทั้งกำไรและความเสี่ยงไปพร้อมกัน นี่คือเหตุผลที่วินัยสำคัญที่สุดสำหรับสายนี้ การลังเลที่จะปิดออเดอร์ที่กำลังขาดทุนเพียงครั้งเดียวอาจสร้างผลขาดทุนที่ยากจะเรียกคืนจากกำไรเล็ก ๆ ที่สะสมมา

อีกปัจจัยที่กำหนดความอยู่รอดของ Scalper คือ อัตราการชนะต่อการแพ้ (win-loss ratio) เนื่องจากกำไรแต่ละไม้น้อย คุณจึงต้องรักษาอัตราการชนะให้สูงพอ เพื่อให้กำไรรวมเป็นบวกหลังหักต้นทุน หัวใจจึงอยู่ที่การลดการสัมผัสความเสี่ยงของตลาด เก็บกำไรเล็กแต่บ่อย และคงอัตราการชนะให้สม่ำเสมอ

Scalping ต่างจากการเทรดสไตล์อื่นอย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเทียบ Scalping กับสไตล์การเทรดยอดนิยมอื่น ๆ ตามระยะเวลาถือออเดอร์และความถี่ในการเทรด

รูปแบบ ระยะเวลาถือออเดอร์ ความถี่ต่อวัน เป้าหมายกำไรต่อครั้ง
Scalping วินาที ถึง ไม่กี่นาที สูงมาก (หลายสิบครั้ง) เล็กน้อย
Day Trading ภายในวันเดียว ปานกลาง ปานกลาง
Swing Trading หลายวัน ถึง หลายสัปดาห์ ต่ำ ใหญ่กว่า

จุดต่างสำคัญคือ Scalping ต้องการความเร็วในการตัดสินใจและวินัยสูงที่สุด เพราะมีจำนวนออเดอร์มากและเหลือเวลาคิดต่อออเดอร์น้อยมาก

ตลาดที่นิยมใช้ Scalping และอินดิเคเตอร์ยอดนิยม

Scalping ใช้ได้กับหลายตลาด แต่ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเทรดเดอร์ไทยคือ

  • Forex คู่เงินที่สภาพคล่องสูงและสเปรดต่ำเป็นตัวเลือกหลักของสาย Scalping
  • ทองคำ (XAUUSD) เป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงและมีจังหวะให้เก็บสั้นได้บ่อย จึงเป็นที่นิยมมากในไทย โดยเฉพาะช่วงตลาดลอนดอนเชื่อมกับนิวยอร์กที่มีสภาพคล่องหนาแน่น
  • Crypto เหมาะกับการเทรดสั้นเพราะราคาขยับเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงจากความผันผวนรุนแรง

อินดิเคเตอร์ที่ Scalper มักใช้

เนื่องจากต้องตัดสินใจในกรอบเวลาสั้น Scalper จึงพึ่งสัญญาณทางเทคนิคเป็นหลัก เครื่องมือที่พบบ่อย ได้แก่

  • Moving Average (เช่น EMA) ใช้ดูทิศทางแนวโน้มระยะสั้นและกรองสัญญาณรบกวน
  • RSI ช่วยหาภาวะซื้อมากเกินไป/ขายมากเกินไปเพื่อจับจังหวะกลับตัวสั้น ๆ
  • MACD ใช้ยืนยันโมเมนตัมก่อนเข้าออเดอร์

สิ่งสำคัญคือไม่ควรใส่อินดิเคเตอร์เยอะจนสัญญาณขัดแย้งกันเอง ควรเลือกชุดที่เข้าใจจริงและทดสอบจนมั่นใจ

อินดิเคเตอร์ที่ Scalper มักใช้

เครื่องมือและแพลตฟอร์มที่จำเป็นสำหรับ Scalping

นอกจากอินดิเคเตอร์สำหรับวิเคราะห์แล้ว การเทรดสั้นยังต้องการ “เครื่องมือสำหรับลงมือ” ที่ตอบสนองได้ทันโอกาสที่ผ่านมาและผ่านไปอย่างรวดเร็ว องค์ประกอบที่ Scalper มืออาชีพให้ความสำคัญ ได้แก่

  • ข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์และโบรกเกอร์ที่ความหน่วงต่ำ (low-latency) เพื่อให้ส่งคำสั่งและจับคู่ออเดอร์ได้เร็วที่สุด
  • แพลตฟอร์มที่รองรับการส่งคำสั่งรวดเร็ว ปรับแต่งได้ และมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในตัว รวมถึงการตั้งปุ่มลัด (hotkeys) และเลย์เอาต์ที่ปรับเองได้เพื่อเข้า-ออกออเดอร์ในเสี้ยววินาที
  • กราฟ Tick หรือกราฟ 1 นาที เพื่อจับการเคลื่อนไหวของราคาในระดับที่ละเอียดที่สุด
  • เครื่องมืออัตโนมัติและอัลกอริทึม ที่ช่วยสแกนตลาดและส่งคำสั่งแทน เพื่อตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ

สิ่งสำคัญ: สภาพคล่องสูงและสเปรด bid-ask ที่แคบเป็นเงื่อนไขชี้ขาดของการ Scalp ให้มีกำไร เพราะสภาพคล่องสูงทำให้คุณเข้า-ออกตลาดได้คล่อง โดยไม่ต้องกังวลว่าสเปรดกว้างจะกัดกินกำไรหรือซ้ำเติมการขาดทุน

ประเภทของกลยุทธ์ Scalping

การเทรดสั้นมีหลายแนวทางในการใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่เกิดบ่อยครั้ง แต่ละแบบมีวิธีจับโอกาสจากสภาพตลาดต่างกัน

  • Market Making: วางคำสั่งซื้อและขายไว้ทั้งสองฝั่งของ order book เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของสเปรด เมื่อราคาแกว่งจนคำสั่งทั้งสองฝั่งถูกจับคู่
  • Breakout Scalping: เทรดตามโมเมนตัมหลังราคาทะลุระดับสำคัญอย่างแนวรับหรือแนวต้าน โดยยืนยันด้วยวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้โอกาสเคลื่อนไหวแรง
  • Momentum Scalping: เข้าออเดอร์ไปในทิศทางของการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งและได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งอาจถูกขับเคลื่อนด้วยข่าว ความเชื่อมั่นของตลาด หรืออินดิเคเตอร์อย่าง Moving Average, RSI และ MACD
  • Mean Reversion Scalping: เข้าเมื่อราคาเหวี่ยงออกจากค่าเฉลี่ยมากเกินไป โดยคาดว่าจะกลับเข้าหาค่าเฉลี่ย ใช้เครื่องมืออย่าง Bollinger Bands หรือ RSI หาภาวะ overbought/oversold พร้อมตั้ง stop-loss แคบ
  • News-based Scalping: ทำกำไรจากความผันผวนที่ตามมาหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ รายงานผลประกอบการ หรือเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ
  • Market Depth Scalping: ใช้ข้อมูลตลาดระดับ Level II เพื่อดูว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายก้อนใหญ่รออยู่ที่ระดับราคาใด แล้วเทรดไปในทิศทางนั้นเมื่อราคามาถึงระดับที่พวกเขารออยู่

Scalping เหมาะกับใคร

คำถามว่า scalping เหมาะกับใคร เป็นสิ่งที่ควรตอบตัวเองให้ชัดก่อนเริ่ม เพราะสไตล์นี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

เหมาะกับคนที่:

  • มีเวลานั่งเฝ้าหน้าจอและติดตามราคาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เทรด
  • ตัดสินใจเร็ว ควบคุมอารมณ์ได้ดี และรับความกดดันสูงได้
  • มีวินัยในการตัดขาดทุนอย่างเด็ดขาด ไม่ลังเล
  • ชอบการวิเคราะห์ทางเทคนิคและสนุกกับจังหวะตลาดที่รวดเร็ว

อาจไม่เหมาะกับคนที่:

  • มีงานประจำและไม่สามารถจดจ่อกับหน้าจอได้ตลอดช่วงเทรด
  • เครียดง่ายหรือมักตัดสินใจตามอารมณ์เมื่อราคาแกว่ง
  • เป็นมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจการบริหารความเสี่ยง ซึ่งควรเริ่มจากการเทรดกรอบเวลายาวกว่าก่อนแล้วค่อยขยับมาสั้นลง

ข้อดีข้อเสียของ Scalping

ก่อนตัดสินใจ ควรชั่งน้ำหนัก ข้อดีข้อเสีย scalping อย่างตรงไปตรงมา

ข้อดี

  • มีโอกาสเข้าเทรดได้บ่อย ไม่ต้องรอสัญญาณนานหลายวัน
  • ลดความเสี่ยงจากการถือออเดอร์ข้ามคืนหรือข่าวที่คาดเดาไม่ได้ เพราะปิดออเดอร์เร็ว
  • ใช้ขนาดออเดอร์เล็กได้ จึงเริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่มากนักในแต่ละไม้
  • เหมาะกับการใช้ระบบอัตโนมัติช่วยเทรด เพราะมีกฎเกณฑ์ชัดและทำซ้ำได้
  • เห็นผลของแต่ละกลยุทธ์ได้ไว เพราะจำนวนออเดอร์มากช่วยให้ประเมินระบบได้เร็ว

ข้อเสีย

  • ต้องจดจ่อหน้าจอต่อเนื่อง ใช้สมาธิและพลังงานสูง จึงเครียดกว่าการเทรดสไตล์อื่น
  • กำไรต่อครั้งเล็ก ทำให้ค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมกินสัดส่วนกำไรได้มาก
  • การขาดทุนก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียวอาจลบล้างกำไรเล็ก ๆ ที่สะสมมาหลายไม้
  • มีความเสี่ยงจะเทรดมากเกินไป (overtrading) และมีเส้นการเรียนรู้ที่ค่อนข้างชัน
  • ต้องการความเร็วของการส่งคำสั่งและสภาพคล่องที่ดี หากระบบหน่วงอาจเสียเปรียบ

ใช้ Scalping เป็นกลยุทธ์เสริมร่วมกับการลงทุนระยะยาว

Scalping ไม่จำเป็นต้องเป็นกลยุทธ์เดี่ยวเสมอไป การเพิ่มการเทรดสั้นเข้าไปในพอร์ตที่เน้นการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในกรอบเวลาที่ต่างกัน ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับแนวทางโดยรวม และอาจช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งกลยุทธ์เดียว

ในรูปแบบนี้ ตำแหน่งระยะยาวทำหน้าที่เป็นแกนหลักของพอร์ต ส่วนการ Scalp ระยะสั้นช่วยสร้างรายได้เสริมหรือลดต้นทุนเฉลี่ยของสินทรัพย์ที่ถืออยู่ ทั้งยังทำให้คุณยังเคลื่อนไหวได้ในช่วงตลาดเงียบ โดยไม่กระทบกับสถานะระยะยาว อย่างไรก็ตาม การถือสองสถานะพร้อมกันต้องการวินัยและจังหวะที่แม่นยำกว่าเดิม ต้องระวังการเทรดมากเกินไป คุมขนาดออเดอร์ให้เหมาะสม และไม่ปล่อยให้ต้นทุนการเทรดมากัดกินกำไร เพื่อให้การเทรดสั้นช่วยเสริมไม่ใช่บั่นทอนกลยุทธ์หลัก

ข้อควรระวังก่อนเริ่มเทรดแบบ Scalping

เพื่อให้การเทรดสั้นไม่กลายเป็นการเสี่ยงเกินตัว ควรเตรียมพร้อมในประเด็นต่อไปนี้

  • บริหารความเสี่ยงเป็นอันดับแรก กำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง และคุมขนาดออเดอร์ให้สม่ำเสมอ ไม่ไล่เพิ่มไม้เมื่อขาดทุน
  • ใส่ใจต้นทุนการเทรด เปรียบเทียบสเปรดและค่าคอมมิชชัน เพราะมีผลต่อกำไรของกลยุทธ์ที่เน้นกำไรย่อยโดยตรง
  • เลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบเงื่อนไข ว่ารองรับการเทรดสั้นหรือไม่ และมีระบบส่งคำสั่งที่รวดเร็วเพียงพอ
  • ทดสอบระบบก่อนใช้เงินจริง ฝึกบนบัญชีทดลองหรือทุนเล็ก เพื่อพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ทำกำไรได้สม่ำเสมอจริงก่อนเพิ่มขนาด

เคล็ดลับสำหรับ Scalper มือใหม่

หากคุณเป็นมือใหม่ ไม่ต้องกลัวการเริ่มต้น Scalping คุณทำกำไรได้หากมีกลยุทธ์ที่ออกแบบมาดีและลงมืออย่างถูกต้อง พร้อมสะสมประสบการณ์ไปตามเวลา ต่อไปนี้คือเคล็ดลับที่ควรจำ (เพิ่มเติมจากเรื่องการบริหารความเสี่ยงและการเลือกตลาดสภาพคล่องสูงที่กล่าวไปแล้ว)

เคล็ดลับ รายละเอียด
ฝึกการส่งคำสั่งให้คล่อง เลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ ฝึกใช้ปุ่มลัด (hotkeys) และซ้อมบนบัญชีทดลอง (paper trading) เพื่อเพิ่มความเร็วในการเข้า-ออก
เข้าใจแนวโน้มตลาด เทรดให้สอดคล้องกับแนวโน้มใหญ่ ใช้อินดิเคเตอร์ยืนยัน และเลี่ยงช่วงข่าวที่คาดเดาทิศทางไม่ได้
เริ่มจากออเดอร์ฝั่งซื้อก่อน เริ่มจากการเทรดฝั่ง Long ที่เข้าใจง่ายกว่า แล้วค่อยเพิ่มการเทรดฝั่ง Short เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น
รักษาวินัยอย่างเคร่งครัด ตั้งเป้ากำไรรายวัน จำกัดเวลาในการเทรดต่อวัน และไม่เทรดตามอารมณ์เพื่อให้โฟกัสและมีประสิทธิภาพ
บันทึกและทบทวนผลงาน ทำสมุดบันทึกการเทรด (trading journal) และวิเคราะห์สถิติของตัวเองสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ให้คมขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Scalping

Scalping ทำกำไรได้จริงไหม

ทำได้ในเชิงทฤษฎี แต่ขึ้นอยู่กับวินัย ระบบที่ผ่านการทดสอบ และการควบคุมต้นทุน หลายคนล้มเหลวเพราะขาดวินัยในการตัดขาดทุนหรือเทรดบ่อยเกินไป ไม่ใช่เพราะกลยุทธ์ใช้ไม่ได้ ทั้งนี้ไม่มีวิธีใดรับประกันกำไร การเทรดมีความเสี่ยงเสมอ

มือใหม่ควรเริ่มจาก Scalping เลยไหม

โดยทั่วไปไม่แนะนำให้เริ่มจากสไตล์นี้ทันที เพราะต้องการความเร็วและการบริหารอารมณ์สูง มือใหม่ควรเข้าใจพื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการบริหารความเสี่ยงให้แน่นก่อน แล้วค่อยทดลองในกรอบเวลาที่สั้นลง

กลยุทธ์ Scalping 1 นาที (1-Minute Scalping) คืออะไร

กลยุทธ์ Scalping 1 นาทีคือการเปิดออเดอร์ขนาดเล็กจำนวนมากภายในกรอบเวลา 1 นาที เพื่อเก็บกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้ง เหมาะกับผู้ที่ส่งคำสั่งได้รวดเร็วและอ่านพฤติกรรมราคาระยะสั้นได้แม่นยำ

ใช้ Time Frame ไหนดีสำหรับ Scalping

นิยมใช้ M1 ถึง M15 โดยอาจดูกรอบใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันแนวโน้มก่อน แล้วลงมาหาจังหวะเข้าในกรอบเล็ก สิ่งสำคัญคือเลือกกรอบที่สอดคล้องกับเวลาที่คุณเฝ้าตลาดได้จริง

สรุป

Scalping Trading คือกลยุทธ์เทรดสั้นที่เน้นความถี่และความเร็ว เก็บกำไรย่อยจำนวนมากแทนกำไรก้อนใหญ่ จุดแข็งคือเข้าเทรดได้บ่อย ลดความเสี่ยงจากการถือยาว และเหมาะกับการใช้ระบบอัตโนมัติ แต่ก็แลกมากับความกดดัน ต้นทุนการเทรดที่กินกำไร และความจำเป็นต้องมีวินัยสูง ไม่ว่าคุณจะใช้แนวทางใด ตั้งแต่ Breakout, Momentum ไปจนถึง Mean Reversion หากมีเครื่องมือที่เหมาะสม ทักษะการส่งคำสั่งที่รวดเร็ว และการบริหารความเสี่ยงที่ดี Scalping ก็เป็นแนวทางที่น่าศึกษา แต่ควรเริ่มจากการทดสอบด้วยทุนเล็กและพัฒนากลยุทธ์ของตัวเองอย่างต่อเนื่องก่อนลงสนามจริง

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form