Scalping Forex Strategy: กลยุทธ์ + Time Frame + Indicator

Last updated: 30/06/2026

ถ้าคุณเทรด Forex มาสักพักและกำลังมองหา scalping forex strategy ที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีลอย ๆ บทความนี้รวมแนวทางที่จับต้องได้ให้คุณ ทั้งคำตอบว่า scalping time frame ไหนดี ควรใช้ indicator scalping ตัวไหนและตั้งค่าอย่างไร พร้อมกฎเข้า-ออกออเดอร์ของ กลยุทธ์ scalping 5 นาที และ scalping forex strategy 1 minute ที่คุณนำไปทดสอบบนบัญชีทดลองได้ทันที

เป้าหมายของบทความคือช่วยให้คุณมี “ระบบ” ที่ทำซ้ำได้ มีจุดเข้า จุดออก และเงื่อนไขตัดขาดทุนชัดเจน แทนการเทรดตามความรู้สึก เพราะหัวใจของการ Scalp ที่อยู่รอดคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่การเดาถูกครั้งเดียว

Scalping Trading คืออะไร เหมาะกับใคร ข้อดีข้อเสีย

โครงสร้างของ Scalping Forex Strategy ที่ดี

ก่อนลงรายละเอียดแต่ละกลยุทธ์ ควรเข้าใจว่า scalping forex strategy ที่ใช้งานได้จริงต้องมีองค์ประกอบครบ 4 ส่วนเสมอ ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งก็กลายเป็นการเดา

  • ตัวกรองแนวโน้ม (Trend Filter): รู้ว่าตอนนี้ควรเล่นฝั่งซื้อหรือฝั่งขายเท่านั้น
  • สัญญาณเข้า (Entry Trigger): เงื่อนไขชัดเจนว่าจะกดออเดอร์เมื่อใด
  • จุดออกและจุดตัดขาดทุน (TP/SL): กำหนดเป็นจำนวน pip ล่วงหน้า ไม่ย้ายหนีความจริง
  • กรอบเวลาและช่วงตลาด (Session): เลือกช่วงที่สภาพคล่องสูงและสเปรดแคบ

กลยุทธ์ทุกแบบด้านล่างจะอ้างอิงโครงสร้างนี้ ทำให้คุณเทียบและปรับใช้ได้ง่าย

Scalping Time Frame ไหนดี

คำถามว่า scalping time frame ไหนดี ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกเสมอ แต่ขึ้นกับความเร็วที่คุณรับไหวและเวลาที่เฝ้าจอได้ หลักที่นิยมคือใช้สองกรอบเวลาร่วมกัน (Multi-Time-Frame)

Time Frame ใช้ทำอะไร เหมาะกับใคร
M15 หรือ M30 ดูทิศทางแนวโน้มหลัก เพื่อกำหนดว่าจะเล่นฝั่งเดียว ทุกคน ใช้เป็นตัวกรองก่อนเข้าเทรด
M5 หาจังหวะเข้าออเดอร์ ความเร็วกำลังดี สัญญาณรบกวนไม่มาก ผู้ที่อยากเทรดสั้นแต่ไม่กดดันเกินไป
M1 เก็บกำไรเร็วมาก ออเดอร์ถี่ ต้องตัดสินใจไว ผู้ที่ส่งคำสั่งคล่องและเฝ้าจอได้เต็มที่

แนวทางที่ใช้ได้จริงคือ ดูแนวโน้มจากกรอบใหญ่ (เช่น M15) แล้วลงไปหาจังหวะเข้าในกรอบเล็ก (M5 หรือ M1) โดยเทรดเฉพาะฝั่งที่ตรงกับแนวโน้มใหญ่เท่านั้น วิธีนี้ช่วยลดการเข้าออเดอร์สวนเทรนด์ซึ่งเป็นสาเหตุการขาดทุนที่พบบ่อยที่สุดของ Scalper

Scalping Time Frame ไหนดี

Indicator Scalping: เลือกและตั้งค่าอย่างไร

การเลือก indicator scalping ที่เหมาะสมสำคัญกว่าการใช้เยอะ ๆ ชุดเครื่องมือที่ทำงานเข้าขากันและไม่ส่งสัญญาณขัดแย้ง ได้แก่

  • EMA 50 และ EMA 200: ใช้เป็นตัวกรองแนวโน้ม หากราคาอยู่เหนือ EMA ทั้งสองให้มองหาเฉพาะออเดอร์ฝั่งซื้อ และในทางกลับกันสำหรับฝั่งขาย
  • EMA 9 หรือ EMA 21: เส้นเร็วสำหรับจับจังหวะราคาย่อตัวกลับเข้าหาแนวโน้มเพื่อหาจุดเข้า
  • RSI (14): ยืนยันโมเมนตัม เช่น เข้าฝั่งซื้อเมื่อ RSI เด้งขึ้นเหนือ 50 ในตลาดขาขึ้น
  • Stochastic หรือ MACD: ใช้ยืนยันสัญญาณซ้ำอีกชั้นเพื่อกรองสัญญาณหลอก

หลักการคือให้เครื่องมือหนึ่งทำหน้าที่บอก “ทิศทาง” และอีกตัวบอก “จังหวะ” ไม่ควรใช้อินดิเคเตอร์ประเภทเดียวกันหลายตัว เพราะจะได้สัญญาณซ้ำซ้อนแต่ไม่ได้เพิ่มความแม่นยำ

กลยุทธ์ Scalping Forex 1 นาที (1-Minute Strategy)

สำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วสูงสุด scalping forex strategy 1 minute เน้นเก็บกำไรเพียงไม่กี่ pip ต่อออเดอร์ แต่เทรดถี่ในช่วงตลาดคึกคัก ตัวอย่างชุดกฎที่ชัดเจน

  • ตั้งค่า: กราฟ M1 ใส่ EMA 50 และ RSI (14)
  • ตัวกรอง: เข้าฝั่งซื้อเมื่อราคาอยู่เหนือ EMA 50 เท่านั้น (ขาขึ้น)
  • สัญญาณเข้า: รอราคาย่อตัวมาแตะ EMA 50 แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัว พร้อม RSI ตัดขึ้นเหนือ 50
  • จุดออก: ตั้งเป้ากำไรสั้น (เช่น 5-10 pip) และตัดขาดทุนใต้จุดต่ำล่าสุดของจังหวะย่อ
  • เงื่อนไขสำคัญ: เล่นเฉพาะช่วงสภาพคล่องสูงและเลี่ยงช่วงประกาศข่าวแรง

กลยุทธ์ 1 นาทีให้โอกาสเข้าบ่อย แต่ก็เหนื่อยและไวต่อสเปรดมากที่สุด จึงเหมาะกับคนที่ส่งคำสั่งได้คล่องและมีวินัยปิดออเดอร์ทันทีที่ถึงเป้า

กลยุทธ์ Scalping 5 นาที (5-Minute Strategy)

กลยุทธ์ scalping 5 นาที เป็นทางสายกลางที่ได้รับความนิยม เพราะให้เวลาอ่านกราฟมากกว่า M1 แต่ยังเก็บกำไรได้เร็ว เหมาะกับเทรดเดอร์ที่อยากเทรดสั้นโดยไม่กดดันจนเกินไป ตัวอย่างชุดกฎ

  • ตั้งค่า: กราฟ M5 ใส่ EMA 9, EMA 21 และ MACD
  • ตัวกรอง: ใช้กราฟ M15 ยืนยันแนวโน้มหลักก่อน แล้วเทรดตามทิศทางเดียวกัน
  • สัญญาณเข้า: เข้าฝั่งซื้อเมื่อ EMA 9 ตัดขึ้นเหนือ EMA 21 และ MACD ยืนยันโมเมนตัมขาขึ้น
  • จุดออก: ตั้งเป้ากำไรราว 10-15 pip หรือออกเมื่อ EMA 9 ตัดกลับ และตั้ง SL ใต้แนวรับล่าสุด
  • อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน: พยายามรักษาอย่างน้อย 1:1 ขึ้นไป เพื่อให้ระบบเป็นบวกในระยะยาว

กลยุทธ์ Scalping เพิ่มเติมพร้อมกฎเข้า-ออกที่ชัดเจน

นอกเหนือจากกลยุทธ์ 1 นาทีและ 5 นาทีที่กล่าวไปแล้ว ยังมีแนวทางอื่นที่ช่วยให้คุณรับมือกับสภาพตลาดที่ต่างกันได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนนำไปใช้กับเงินจริง ควร backtest กับข้อมูลย้อนหลังและปรับจูนค่าให้เข้ากับสไตล์ ระดับความเสี่ยง และตลาดที่คุณเทรดเสมอ การทดสอบที่รัดกุมคือสิ่งที่แยกระบบที่ใช้ได้จริงออกจากระบบที่แค่ดูดีบนกระดาษ

1. กลยุทธ์ Moving Average Ribbon (5-8-13)

วางเส้น SMA 5, 8 และ 13 ซ้อนกันเป็น “ริบบอน” บนกราฟ 2 นาที เพื่อจับแนวโน้มที่แข็งแรงและเตือนการเปลี่ยนเทรนด์

  • เทรนด์แข็งแรง: ริบบอนเรียงตัวชี้ทางเดียวกันและถ่างออก ราคาเกาะอยู่กับ SMA 5 หรือ 8
  • สัญญาณเตือน: เมื่อราคาทะลุเข้าหา SMA 13 แสดงว่าโมเมนตัมอ่อนลง มีโอกาสพักตัวหรือกลับตัว ริบบอนจะแบนราบและราคามักวิ่งตัดไปมา
  • สัญญาณเข้า: รอให้ริบบอนกลับมาเรียงตัวใหม่และถ่างออกอีกครั้ง คือจังหวะเข้าซื้อหรือขายตามทิศของริบบอน

กลยุทธ์ Moving Average Ribbon

2. กลยุทธ์จับจังหวะออกด้วย Stochastic + Bollinger Band

กลยุทธ์นี้เน้น “จุดออก” ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ Scalper หลายคน โดยใช้ Stochastic (5,3,3) ร่วมกับ Bollinger Band 13 แท่ง ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3 SD บนกราฟ 2 นาที

  • จังหวะที่ดีที่สุด: เข้าเมื่อ Stochastic หันขึ้นจากเขต oversold หรือหันลงจากเขต overbought
  • ออกทันที: เมื่อ Stochastic ตัดสวนทางกับสถานะของคุณหลังจากที่ราคาวิ่งทำกำไรไปแล้ว
  • ทำกำไรที่ขอบ Band: ทยอยปิดเมื่อราคาทะลุขอบ Bollinger เพราะมักบอกว่าเทรนด์กำลังชะลอหรือกลับตัว และให้รีบออกหากราคาพุ่งไปไม่ถึงขอบ Band แต่ Stochastic หันกลับแล้ว
  • ปรับจูน: เมื่อชำนาญ สามารถปรับค่า SD ขึ้นหรือลงตามความผันผวนรายวัน หรือซ้อน Band หลายชั้นเพื่อเพิ่มสัญญาณ

3. กลยุทธ์ Momentum ด้วยกฎ RSI + MACD ที่ชัดเจน

ต่อยอดจากแนวโมเมนตัม โดยกำหนดกฎสัญญาณให้ชัด นิยมใช้บนกราฟ 1 หรือ 5 นาที พร้อม stop-loss แคบ

  • สัญญาณซื้อ: MACD ตัดขึ้น (crossover) ขณะ RSI อยู่เหนือ 50 หรือ RSI ตัดออกจากเขต oversold ขณะที่เส้น MACD ยังอยู่เหนือเส้น signal
  • สัญญาณขาย: MACD ตัดลงใต้เส้น signal และ RSI ต่ำกว่า 50 หรือ RSI เข้าเขต overbought ขณะ MACD อยู่ใต้เส้น signal
  • ออกจากออเดอร์ซื้อ: เมื่อ MACD ตัดลงใต้ signal หรือ RSI ออกจากเขต overbought ซึ่งบอกว่าแรงขาขึ้นเริ่มหมด

กลยุทธ์ Momentum ด้วยกฎ RSI + MACD ที่ชัดเจน

4. กลยุทธ์ Pivot Point Scalping

ใช้ Pivot Point ระบุแนวรับ-แนวต้านสำหรับการเทรดเร็ว

  • หลักพื้นฐาน: ซื้อเมื่อราคาแตะแนวรับ/Pivot แล้วมีสัญญาณกลับตัว และขายทำกำไรใกล้แนวต้าน หรือกลับด้านสำหรับการ short
  • Pivot Reversal: เมื่อเกิดจุด Pivot Low ให้เตรียมเข้าฝั่งซื้อ และทริกเกอร์ออเดอร์เมื่อราคาขยับขึ้นเหนือ Pivot เล็กน้อย ในทางกลับกัน เมื่อเกิด Pivot High ให้เตรียม short และเข้าเมื่อราคาหลุดใต้ระดับ Pivot

กลยุทธ์ Pivot Point Scalping

5. กลยุทธ์ RMI Trend Sync (RMI + SuperTrend)

ใช้ Relative Momentum Index (RMI) ร่วมกับ SuperTrend เพื่อจับการเปลี่ยนโมเมนตัมและการกลับตัวของเทรนด์ได้เร็ว โดย RMI ดูภาวะ overbought/oversold ส่วน SuperTrend ปรับตามความผันผวนและบอกทิศทางชัดเจน

  • สัญญาณซื้อ: RMI ตัดขึ้นเหนือเขต oversold พร้อมกับราคาอยู่เหนือเส้น SuperTrend (ยืนยันขาขึ้น)
  • สัญญาณขาย: RMI ตัดลงใต้เขต overbought พร้อมกับราคาอยู่ใต้เส้น SuperTrend (ยืนยันขาลง)
  • จุดออก: เมื่อ RMI ส่งสัญญาณกลับทิศ หรือราคาตัดผ่านเส้น SuperTrend ช่วยให้คุณออกก่อนเทรนด์กลับตัวเพื่อรักษากำไร

6. กลยุทธ์ Linear Regression Channel + Bollinger Band

ผสานช่องทาง Linear Regression กับ Bollinger Band เพื่อหาจังหวะซื้อ-ขายที่สอดคล้องกับแนวโน้มหลัก

  • สัญญาณซื้อ: ราคาแตะหรือเข้าใกล้ขอบล่างของ Bollinger Band (บอกภาวะ oversold)
  • สัญญาณขาย: ราคาเข้าใกล้ขอบบนของ Band (ภาวะ overbought) โดยดูความชันของ Linear Regression ยืนยันทิศทางก่อนเข้า
  • เหมาะกับตลาด Sideway: ทำงานได้ดีเมื่อราคาแกว่งในกรอบที่คาดเดาได้ ส่วนในตลาดมีเทรนด์ ใช้จับจังหวะย่อตัวตามทิศทางหลัก และเน้นเก็บกำไรสั้นแล้วออกเมื่อถึงเป้า

ขั้นตอนเข้าเทรดทีละสเต็ป

เพื่อให้นำกลยุทธ์ไปใช้ได้จริง ลองทำตามลำดับนี้ในทุกออเดอร์

  1. เปิดกราฟกรอบใหญ่ (M15) เพื่อตัดสินใจว่าวันนี้จะเล่นฝั่งซื้อหรือฝั่งขาย
  2. สลับไปกรอบเล็ก (M5 หรือ M1) เพื่อรอสัญญาณเข้าตามเงื่อนไขของกลยุทธ์
  3. กำหนด TP และ SL เป็นจำนวน pip ก่อนกดออเดอร์เสมอ
  4. เข้าออเดอร์เมื่อเงื่อนไขครบ ไม่เข้าเพราะกลัวตกรถ
  5. ปิดออเดอร์ตามแผน ไม่ขยับ SL หนีหรือถือยาวเกินกรอบ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ Scalp Forex

กลยุทธ์ที่ดีจะได้ผลก็ต่อเมื่อเทรดในเวลาที่เหมาะ ช่วงที่สภาพคล่องสูงและสเปรดมักแคบที่สุดคือช่วงที่ตลาดลอนดอนทับซ้อนกับตลาดนิวยอร์ก ซึ่งราคามีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องและมีจังหวะให้เก็บสั้นได้บ่อย ขณะที่ช่วงตลาดเงียบหรือก่อนการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงเพราะราคาอาจกระชากผิดทางและสเปรดถ่างจนกินกำไรของกลยุทธ์

การบริหารความเสี่ยงเฉพาะของ Scalping Forex

เนื่องจากกำไรต่อออเดอร์ของ scalping forex strategy มีขนาดเล็ก การคุมความเสี่ยงจึงเป็นตัวตัดสินว่าระบบจะอยู่รอดหรือไม่

  • คุมความเสี่ยงต่อไม้ให้คงที่ เช่น ไม่เกิน 1% ของพอร์ตต่อออเดอร์ เพื่อไม่ให้ขาดทุนก้อนเดียวลบล้างกำไรหลายไม้
  • นับต้นทุนสเปรดและคอมมิชชันเข้าไปในเป้ากำไรเสมอ เพราะกลยุทธ์ที่เก็บ 5 pip จะต่างกันมากเมื่อสเปรด 1 pip กับ 3 pip
  • ตั้งเป้าจำนวนออเดอร์และเวลาเทรดต่อวัน เพื่อกันการเทรดมากเกินไป (overtrading) เมื่ออารมณ์เริ่มนำ
  • หยุดเมื่อถึงลิมิตขาดทุนรายวัน เพื่อรักษาทุนและสภาพจิตใจสำหรับวันถัดไป

ข้อผิดพลาดที่ Scalper มักทำและคำถามที่พบบ่อย

เปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป

ข้อผิดพลาดอันดับต้น ๆ คือเปลี่ยนระบบทุกครั้งที่ขาดทุนสองสามไม้ ทั้งที่ยังไม่ได้ทดสอบในจำนวนออเดอร์ที่มากพอ ควรยึดกลยุทธ์เดียวและเก็บสถิติก่อนตัดสินว่าใช้ได้หรือไม่

กลยุทธ์ Scalping แบบไหนแม่นที่สุด

ไม่มีกลยุทธ์ใดแม่น 100% ความแม่นยำขึ้นกับการเลือก Time Frame ที่เหมาะกับตัวเอง การเทรดตามแนวโน้ม และวินัยในการทำตามกฎ กลยุทธ์ที่ “เข้ากับสไตล์คุณและทำตามได้สม่ำเสมอ” มักให้ผลดีกว่ากลยุทธ์ที่ซับซ้อนแต่ทำตามไม่ไหว

ต้องใช้อินดิเคเตอร์กี่ตัว

โดยทั่วไป 2-3 ตัวที่ทำหน้าที่ต่างกัน (ทิศทาง + จังหวะ + ยืนยัน) ก็เพียงพอ การใส่มากเกินไปจะทำให้สัญญาณขัดแย้งและตัดสินใจช้าลง

Scalping ผิดกฎหมายไหม

การ Scalping เป็นการเทรดระยะสั้นที่ถูกต้องตามกฎและได้รับอนุญาตจากตลาดและโบรกเกอร์โดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเงื่อนไขของโบรกเกอร์แต่ละรายว่ารองรับการเทรดสั้นหรือไม่ ก่อนเปิดบัญชีใช้งานจริง

สรุป

scalping forex strategy ที่ดีไม่ได้อยู่ที่อินดิเคเตอร์วิเศษ แต่อยู่ที่ระบบครบองค์ประกอบ ทั้งตัวกรองแนวโน้ม สัญญาณเข้า จุดออกที่กำหนดล่วงหน้า และการเลือก Time Frame กับช่วงเวลาที่เหมาะ ไม่ว่าคุณจะเลือกกลยุทธ์ 1 นาทีที่เร็วและถี่ หรือกลยุทธ์ 5 นาทีที่ให้เวลาอ่านกราฟมากกว่า สิ่งสำคัญคือทดสอบบนบัญชีทดลอง เก็บสถิติ และรักษาวินัยในการบริหารความเสี่ยง การเทรดมีความเสี่ยงเสมอ จึงควรเริ่มจากทุนเล็กและปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสไตล์ของคุณก่อนเพิ่มขนาดออเดอร์

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form