world currency symbols คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกเข้าใจรูปแบบการแสดงสกุลเงินของแต่ละประเทศได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์สหรัฐ ยูโร เยน หรือสกุลเงินอื่น ๆ สัญลักษณ์เหล่านี้ถูกใช้ในตลาดการเงิน การค้าออนไลน์ การลงทุน และการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ
การเรียนรู้เกี่ยวกับ world currency symbols ช่วยให้คุณสามารถระบุสกุลเงินได้อย่างถูกต้อง ลดความสับสนในการทำธุรกรรม และเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจโลก บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักความหมาย ประวัติ และตัวอย่างสัญลักษณ์สกุลเงินที่สำคัญจากทั่วโลก
สัญลักษณ์สกุลเงินคืออะไร ต่างจากรหัสสกุลเงิน (ISO 4217) อย่างไร
สัญลักษณ์สกุลเงิน (world currency symbols) คือเครื่องหมายกราฟิกสั้นๆ ที่ใช้แทนชื่อสกุลเงินแบบเต็ม เช่น แทนที่จะเขียนว่า 40 US Dollars ก็เขียนสั้นๆ ว่า $40 ได้เลย เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นเงินสกุลไหน ไม่ต้องเขียนยาว
หลายคนสับสนระหว่างสัญลักษณ์สกุลเงินกับรหัสสกุลเงินตามมาตรฐาน ISO 4217 ซึ่งเป็นรหัสตัวอักษร 3 ตัวที่ธนาคารกลางและสถาบันการเงินทั่วโลกใช้อ้างอิงกัน เช่น USD คือดอลลาร์สหรัฐ, THB คือบาทไทย, EUR คือยูโร รหัสพวกนี้มีมาตรฐานตายตัว ไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่ประเทศเดียว
ในขณะที่สัญลักษณ์สกุลเงินอย่าง $ กลับถูกใช้ซ้ำกันหลายประเทศ ทั้งดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย ดอลลาร์แคนาดา หรือแม้แต่เปโซอาร์เจนตินาก็ใช้เครื่องหมาย $ เหมือนกัน นี่คือเหตุผลที่เวลาเทรดหรือดูราคาในตลาด ตลาดฟอเร็กซ์ นักลงทุนมักต้องดูรหัสสกุลเงินควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ดูแค่สัญลักษณ์อย่างเดียว เพราะอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเงินสกุลเดียวกัน
ลองนึกภาพว่าเห็นราคา $50 บนเว็บไซต์ซื้อของออนไลน์ แต่ไม่รู้ว่าร้านนั้นอยู่ประเทศไหน ถ้าเป็นดอลลาร์สหรัฐก็ราคาหนึ่ง ถ้าเป็นดอลลาร์ออสเตรเลียหรือดอลลาร์สิงคโปร์ก็อีกราคาหนึ่งไปเลย ความกำกวมแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในการช้อปปิ้งออนไลน์ข้ามประเทศ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือเช็กรหัสสกุลเงินสามตัวอักษรที่มักแสดงอยู่ข้างสัญลักษณ์เสมอ
อีกสัญลักษณ์หนึ่งที่หลายคนไม่เคยเห็นคือ ¤ หรือ Generic Currency Sign เป็นสัญลักษณ์กลางที่ใช้แทนที่ตำแหน่งสกุลเงินใดๆ ก็ได้ ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์หรือฟอนต์ไม่รองรับสัญลักษณ์เฉพาะของสกุลเงินนั้นๆ ปกติจะเจอสัญลักษณ์นี้ในเอกสารเทมเพลตหรือระบบซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้ตั้งค่าสกุลเงินให้ตายตัว
กฎการวางสัญลักษณ์สกุลเงินหน้า-หลังตัวเลข ตามธรรมเนียมแต่ละภูมิภาค

ไม่ใช่ทุกประเทศจะวางสัญลักษณ์สกุลเงินไว้หน้าตัวเลขเหมือนกันหมด กฎการวางขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของแต่ละภูมิภาค บางที่ก็วางไว้หน้า บางที่ก็วางไว้หลัง
ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักอย่างสหรัฐฯ อังกฤษ หรือประเทศแถบละตินอเมริกาส่วนใหญ่ มักวางสัญลักษณ์ไว้หน้าตัวเลขเสมอ เช่น $100 หรือ £50 ไม่มีการเว้นวรรค เขียนติดกันไปเลย ประเทศไทยเองก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะสัญลักษณ์ ฿ มักถูกวางไว้หน้าตัวเลขในเอกสารทางการ แม้ในชีวิตประจำวันคนไทยจะคุ้นเคยกับการเขียนคำว่า บาท ต่อท้ายตัวเลขมากกว่า
ในทางกลับกัน หลายประเทศในยุโรปอย่างฝรั่งเศส เยอรมนี หรือประเทศที่ใช้เงินยูโร มักวางสัญลักษณ์ไว้หลังตัวเลข เช่น 50€ แทนที่จะเขียนว่า €50 แบบที่คนไทยคุ้นเคย ถ้าไม่รู้กฎนี้มาก่อนอาจงงตอนดูราคาสินค้าตอนไปเที่ยวยุโรป นอกจากนี้ประเทศยุโรปหลายแห่งยังใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) แทนจุดทศนิยม (.) อีกด้วย เช่น ราคา 20,50€ หมายถึง 20 ยูโร 50 เซนต์ ไม่ใช่ยี่สิบพันห้าร้อยยูโรอย่างที่คนไทยอาจตีความผิดในแวบแรก
มีบางกรณีพิเศษที่แปลกกว่านั้นอีก อย่างสัญลักษณ์ของสกุลเงินกาบูเวร์ดีเอสคูโด จะถูกวางไว้ตรงตำแหน่งที่ควรจะเป็นจุดทศนิยม เช่น 20$00 แทนที่จะเป็น 20.00 แบบปกติ ถือเป็นข้อยกเว้นที่หาไม่ค่อยเจอในสกุลเงินอื่น ญี่ปุ่นเองก็มีความพิเศษอีกแบบ คือไม่นิยมใช้จุดทศนิยมกับสกุลเงินเยนเลย เพราะเยนไม่มีหน่วยย่อยแบบสตางค์หรือเซนต์เหมือนสกุลเงินอื่น ราคาจึงมักแสดงเป็นจำนวนเต็มเสมอ
เรื่องการวางตำแหน่งนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ต้องอ่าน ราคาเสนอซื้อขายฟอเร็กซ์ เพราะแพลตฟอร์มเทรดบางเจ้าก็แสดงสัญลักษณ์สกุลเงินตามธรรมเนียมของแต่ละภูมิภาคเช่นกัน ถ้าไม่คุ้นเคยอาจอ่านราคาผิดได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเวลาดูกราฟราคาหรือรายงานตลาดที่มาจากสำนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งบางเจ้าใช้ธรรมเนียมยุโรป บางเจ้าใช้ธรรมเนียมอเมริกัน
รายการ world currency symbols
ส่วนนี้คือแก่นของบทความ รวมสัญลักษณ์สกุลเงินจากทุกทวีปไว้ในที่เดียว แบ่งเป็นตารางให้อ่านง่าย เปิดหาสกุลเงินที่ต้องการได้ทันที
ยุโรป
| สัญลักษณ์ | สกุลเงิน | ประเทศ | รหัสสกุลเงิน |
|---|---|---|---|
| € | ยูโร | กลุ่มยูโรโซน | EUR |
| £ | ปอนด์สเตอร์ลิง | สหราชอาณาจักร | GBP |
| zł | ซวอตือโปแลนด์ | โปแลนด์ | PLN |
| kr | โครนสวีเดน | สวีเดน | SEK |
| kr | โครนนอร์เวย์ | นอร์เวย์ | NOK |
| Kč | โครูนาเช็ก | เช็กเกีย | CZK |
| ₺ | ลีราตุรกี | ตุรกี | TRY |
| ₽ | รูเบิลรัสเซีย | รัสเซีย | RUB |
| ₴ | ฮรีฟเนียยูเครน | ยูเครน | UAH |
| CHF | ฟรังก์สวิส | สวิตเซอร์แลนด์ | CHF |
ทวีปอเมริกา
| สัญลักษณ์ | สกุลเงิน | ประเทศ | รหัสสกุลเงิน |
|---|---|---|---|
| $ | ดอลลาร์สหรัฐ | สหรัฐอเมริกา | USD |
| CA$ | ดอลลาร์แคนาดา | แคนาดา | CAD |
| R$ | เรียลบราซิล | บราซิล | BRL |
| $ | เปโซเม็กซิโก | เม็กซิโก | MXN |
| $ | เปโซอาร์เจนตินา | อาร์เจนตินา | ARS |
| $ | เปโซชิลี | ชิลี | CLP |
| S/. | โซลเปรู | เปรู | PEN |
| ₡ | โกลอนคอสตาริกา | คอสตาริกา | CRC |
ตะวันออกกลาง
| สัญลักษณ์ | สกุลเงิน | ประเทศ | รหัสสกุลเงิน |
|---|---|---|---|
| ₪ | เชเกลอิสราเอล | อิสราเอล | ILS |
| AED | ดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ | UAE | AED |
| SR | ริยัลซาอุดีอาระเบีย | ซาอุดีอาระเบีย | SAR |
| ﷼ | เรียลอิหร่าน | อิหร่าน | IRR |
| ك | ดีนาร์คูเวต | คูเวต | KWD |
| ينار | ดีนาร์จอร์แดน | จอร์แดน | JOD |
แอฟริกา
| สัญลักษณ์ | สกุลเงิน | ประเทศ | รหัสสกุลเงิน |
|---|---|---|---|
| R | แรนด์แอฟริกาใต้ | แอฟริกาใต้ | ZAR |
| E£ | ปอนด์อียิปต์ | อียิปต์ | EGP |
| ₦ | ไนราไนจีเรีย | ไนจีเรีย | NGN |
| KSh | ชิลลิงเคนยา | เคนยา | KES |
| DH | ดีแรห์มโมร็อกโก | โมร็อกโก | MAD |
| GH₵ | เซดีกานา | กานา | GHS |
เอเชียและแปซิฟิก
| สัญลักษณ์ | สกุลเงิน | ประเทศ | รหัสสกุลเงิน |
|---|---|---|---|
| ¥ | เยนญี่ปุ่น | ญี่ปุ่น | JPY |
| ¥ / 元 | หยวนจีน | จีน | CNY |
| ₹ | รูปีอินเดีย | อินเดีย | INR |
| ₩ | วอนเกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ | KRW |
| S$ | ดอลลาร์สิงคโปร์ | สิงคโปร์ | SGD |
| RM | ริงกิตมาเลเซีย | มาเลเซีย | MYR |
| ₫ | ดองเวียดนาม | เวียดนาม | VND |
| ₱ | เปโซฟิลิปปินส์ | ฟิลิปปินส์ | PHP |
| Rp | รูเปียห์อินโดนีเซีย | อินโดนีเซีย | IDR |
| A$ | ดอลลาร์ออสเตรเลีย | ออสเตรเลีย | AUD |
| NT$ | ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ | ไต้หวัน | TWD |
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสัญลักษณ์ $ กับ ¥ ถูกใช้ซ้ำกันหลายประเทศทีเดียว เวลาเทรด คู่สกุลเงิน จึงต้องดูรหัส ISO 4217 ควบคู่ไปด้วยเสมอ เพราะสัญลักษณ์อย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าเป็นเงินสกุลไหนแน่ชัด
สกุลเงินที่มีมูลค่าสูงอย่างดีนาร์คูเวตก็มักถูกพูดถึงบ่อยเวลาพูดถึงสกุลเงินที่แพงที่สุดในโลก ในขณะที่บางสกุลเงินอย่างเรียลอิหร่านหรือปอนด์เลบานอนกลับอยู่ในกลุ่มสกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักลงทุนฟอเร็กซ์ให้ความสนใจไม่น้อยเวลาวิเคราะห์ตลาด
สัญลักษณ์คริปโตเคอร์เรนซี
นอกจากสกุลเงินตามประเทศแล้ว คริปโตเคอร์เรนซีก็มีสัญลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนกัน ส่วนใหญ่หยิบยืมตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลง ทำให้จำง่ายและดูมีเอกลักษณ์ในตัว
| สัญลักษณ์ | สกุลเงิน | รหัสสกุลเงิน |
|---|---|---|
| ₿ | บิตคอยน์ | BTC |
| Ξ | อีเธอเรียม | ETH |
| Ł | ไลต์คอยน์ | LTC |
| ɱ | โมเนโร | XMR |
ต่างจากสกุลเงินประเทศที่มีธนาคารกลางกำหนดสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ สัญลักษณ์คริปโตส่วนใหญ่เกิดจากชุมชนผู้ใช้งานร่วมกันออกแบบและยอมรับใช้กันเอง จึงยังไม่มีมาตรฐานสากลตายตัวแบบ ISO 4217 เหมือนสกุลเงินทั่วไป
สัญลักษณ์เงินบาทไทย (฿) และสกุลเงินที่คนไทยควรรู้จักเป็นพิเศษ

สัญลักษณ์เงินบาทไทยคือ ฿ มีลักษณะคล้ายตัว บ ผสมกับเส้นขีดสองเส้นแนวตั้ง เป็นสัญลักษณ์เฉพาะที่ไม่ซ้ำกับสกุลเงินอื่นในโลก ต่างจาก $ หรือ ¥ ที่มีหลายประเทศใช้ร่วมกัน รหัสสกุลเงินตามมาตรฐาน ISO 4217 ของบาทไทยคือ THB
ข้อดีของการที่บาทไทยมีสัญลักษณ์เฉพาะตัวคือไม่มีความสับสนเวลาดูราคาสินค้าหรือใบเสร็จ เห็น ฿ ปุ๊บรู้เลยว่าเป็นเงินบาท ไม่ต้องมาแยกแยะเหมือนสัญลักษณ์ $ ที่ต้องดูบริบทเพิ่มว่าเป็นดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือดอลลาร์สิงคโปร์กันแน่ อย่างไรก็ตาม ในชีวิตประจำวันคนไทยมักคุ้นเคยกับการเขียนคำว่า บาท เต็มๆ มากกว่าใช้สัญลักษณ์ ฿ โดยเฉพาะในใบเสร็จหรือป้ายราคาตามร้านค้าทั่วไป ต่างจากต่างประเทศที่นิยมใช้สัญลักษณ์แทนคำเต็มมากกว่า
สำหรับคนที่เทรดฟอเร็กซ์หรือติดตามค่าเงิน คู่สกุลเงินที่มีบาทไทยร่วมด้วยอย่าง USD/THB มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม คู่สกุลเงินเอ็กโซติก เพราะมีสภาพคล่องต่ำกว่าคู่หลักอย่างยูโรกับดอลลาร์ที่อยู่ในกลุ่ม คู่สกุลเงินหลัก ส่วนคู่ที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐร่วมด้วยเลยจะเรียกว่า คู่สกุลเงินรอง ซึ่งเป็นการแบ่งประเภทที่นักลงทุนควรรู้ก่อนเลือกเทรด
ความเป็นคู่สกุลเงินเอ็กโซติกของ USD/THB หมายความว่าสเปรดมักกว้างกว่าคู่หลักอย่าง EUR/USD และปริมาณการซื้อขายก็น้อยกว่า ทำให้ราคาอาจเคลื่อนไหวไม่ราบรื่นเท่าคู่สกุลเงินยอดนิยม นักเทรดที่สนใจคู่นี้จึงควรศึกษาช่วงเวลาที่ตลาดมีสภาพคล่องสูงก่อนเข้าเทรดจริง
นอกจากบาทไทยแล้ว สกุลเงินเพื่อนบ้านในอาเซียนก็มีสัญลักษณ์ที่คนไทยเจอบ่อยเหมือนกัน อย่างดองเวียดนาม (₫) ริงกิตมาเลเซีย (RM) หรือดอลลาร์สิงคโปร์ (S$) ล้วนเป็นสกุลเงินที่คนไทยมีโอกาสเจอเวลาไปเที่ยวหรือทำธุรกิจข้ามพรมแดนในภูมิภาคนี้ แต่ละสกุลเงินก็มีกฎการวางตำแหน่งสัญลักษณ์และหน่วยย่อยไม่เหมือนกัน เช่น ดองเวียดนามไม่มีหน่วยสตางค์เหมือนบาทไทย ทำให้ราคาสินค้ามักเป็นตัวเลขหลักพันหรือหลักหมื่นโดยไม่มีทศนิยม
อีกจุดที่น่าสนใจคือบาทไทยมักถูกจัดอันดับเทียบกับสกุลเงินอื่นในแง่ความแข็งแกร่งของค่าเงิน ถ้าใครสนใจเรื่องนี้เพิ่มเติมสามารถศึกษาการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนผ่าน ตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งมีการซื้อขายคู่เงินบาทไทยตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ทั่วโลก
วิธีพิมพ์สัญลักษณ์สกุลเงินด้วยปุ่มลัดบนแป้นพิมพ์
ปัญหาที่พบบ่อยคือแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ทั่วไปมีสัญลักษณ์สกุลเงินให้กดได้ไม่กี่ตัว ส่วนสัญลักษณ์ที่ไม่คุ้นเคยอย่าง ₩ หรือ ₪ มักต้องใช้ปุ่มลัดพิเศษหรือค้นหาผ่านเมนู Symbol ในโปรแกรมต่างๆ
สำหรับสัญลักษณ์ที่ใช้บ่อย มีปุ่มลัดที่จำง่ายทั้งบน Mac และ Windows ดังนี้
| สัญลักษณ์ | ปุ่มลัดบน Mac | ปุ่มลัดบน Windows | สกุลเงิน |
|---|---|---|---|
| € | Shift+Option+2 | Alt+E | ยูโร |
| £ | Option+3 | Alt+L | ปอนด์สเตอร์ลิง |
| $ | Shift+4 | Shift+4 | ดอลลาร์สหรัฐ |
| ¥ | Option+Y | – | เยนญี่ปุ่น |
ส่วนสัญลักษณ์บาทไทย ฿ ไม่มีปุ่มลัดมาตรฐานตายตัวบนคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษ วิธีที่สะดวกที่สุดคือสลับเป็นคีย์บอร์ดภาษาไทยแล้วกดปุ่ม ฿ ได้ตรงตำแหน่งปุ่มตัวเลขบนแถวบนสุด หรือใช้วิธีคัดลอกสัญลักษณ์จากเว็บแล้ววางในเอกสาร ก็ได้ผลเหมือนกัน
ถ้าทำงานกับเอกสาร Word เป็นประจำ วิธีใส่สัญลักษณ์สกุลเงินที่ไม่คุ้นเคยทำได้ไม่ยาก ลองทำตามขั้นตอนนี้
- เปิดเอกสาร Word ที่ต้องการ
- คลิกเมนู Insert แล้วเลือก Symbol หรือ Advanced Symbol ถ้าใช้บน iOS
- เลือกดูสัญลักษณ์ทั่วไปที่แสดงอยู่ หรือคลิก More Symbols เพื่อดูตัวเลือกทั้งหมด
- เลือกหมวด Currency Symbols จากเมนูแบบเลื่อนลง
- คลิกสัญลักษณ์ที่ต้องการใส่ลงในเอกสาร
ถ้าใช้ Excel ก็มีสองทางเลือก จะทำตามขั้นตอนแบบ Word ก็ได้ หรือจะจัดรูปแบบเซลล์ให้แสดงสัญลักษณ์สกุลเงินอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน วิธีทำมีดังนี้
- เปิดไฟล์ Excel แล้วเลือกเซลล์ที่ต้องการจัดรูปแบบ
- คลิกขวาแล้วเลือก Format Cells
- เลือก Currency จากรายการแบบเลื่อนลง
- ค้นหาสัญลักษณ์สกุลเงินที่ต้องการ
- กด OK เพื่อยืนยัน
หลังจากจัดรูปแบบเซลล์เรียบร้อยแล้ว แค่พิมพ์ตัวเลขแล้วกด Enter ตัวเลขจะเปลี่ยนเป็นรูปแบบสกุลเงินพร้อมสัญลักษณ์ที่เลือกไว้ทันที เช่น พิมพ์ 54 แล้วเลือกสัญลักษณ์ £ ไว้ เซลล์จะแสดงผลเป็น £54.00 อัตโนมัติ วิธีนี้สะดวกมากสำหรับคนที่ต้องทำรายงานการเงินหรือใบเสนอราคาที่มีหลายสกุลเงินปะปนกัน เพราะไม่ต้องพิมพ์สัญลักษณ์ซ้ำทุกครั้งที่กรอกตัวเลข
หากหาสัญลักษณ์ที่ต้องการไม่เจอ อาจเป็นเพราะฟอนต์ที่ใช้อยู่ไม่รองรับสัญลักษณ์นั้น ลองเปลี่ยนฟอนต์แล้วทำตามขั้นตอนเดิมอีกครั้ง ปัญหานี้มักเจอกับสัญลักษณ์สกุลเงินที่พบไม่บ่อยอย่างลารีจอร์เจียหรือมานัตอาเซอร์ไบจาน โดยฟอนต์ที่รองรับสัญลักษณ์สกุลเงินหลากหลายที่สุดมักเป็นฟอนต์ตระกูล Unicode มาตรฐานอย่าง Arial Unicode MS หรือฟอนต์ที่ระบุชัดว่ารองรับชุดอักขระ Unicode เต็มรูปแบบ
โอนเงินกลับไทยหรือส่งเงินไปไทยให้คุ้มค่าที่สุด ต้องรู้อะไรบ้าง

คนไทยที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ต่างประเทศ มักต้องเจอปัญหาเดียวกันคือค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศที่แพงเกินจำเป็น โดยเฉพาะเวลาโอนผ่านธนาคารทั่วไปที่มักซ่อนค่าใช้จ่ายไว้ในอัตราแลกเปลี่ยน
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือธนาคารส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาดจริงๆ แต่จะบวกส่วนต่างเข้าไปในอัตราแลกเปลี่ยนที่เสนอให้ลูกค้า พูดง่ายๆ คือนอกจากค่าธรรมเนียมโอนเงินที่เห็นชัดเจนแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมแฝงซ่อนอยู่ในตัวอัตราแลกเปลี่ยนอีกชั้นหนึ่ง ทำให้จำนวนเงินที่ปลายทางได้รับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
อัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาด (Mid-Market Rate) คืออัตราแลกเปลี่ยนจริงที่ไม่มีการบวกส่วนต่างใดๆ เป็นอัตราที่ธนาคารต่างๆ ใช้ซื้อขายเงินตราระหว่างกันเอง ถ้าผู้ให้บริการโอนเงินเจ้าไหนใช้อัตรานี้ตรงๆ โดยไม่บวกเพิ่ม นั่นคือสัญญาณที่ดีว่าค่าใช้จ่ายจริงจะโปร่งใสกว่า วิธีเช็กง่ายๆ คือลองเปรียบเทียบอัตราที่ผู้ให้บริการเสนอกับอัตราที่ค้นหาได้จากเว็บไซต์การเงินทั่วไป ถ้าตัวเลขต่างกันมาก แปลว่ามีส่วนต่างแฝงอยู่มากเช่นกัน
ก่อนเลือกช่องทางโอนเงิน ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ทุกครั้ง
- เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนที่เสนอกับอัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาด ณ เวลานั้น
- เช็กค่าธรรมเนียมที่แจ้งไว้ล่วงหน้าก่อนกดยืนยันโอน ไม่ใช่มาเห็นทีหลัง
- ดูระยะเวลาที่เงินถึงปลายทาง บางช่องทางเร็วแต่แลกมาด้วยค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า
- ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่ให้บริการหรือไม่
- เช็กวงเงินขั้นต่ำและขั้นสูงต่อครั้งของแต่ละช่องทาง เพราะบางเจ้ามีข้อจำกัดที่อาจไม่เหมาะกับยอดโอนที่ต้องการ
สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการเทรดฟอเร็กซ์อยู่แล้ว การทำความเข้าใจเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาดจะง่ายขึ้นมาก เพราะหลักการเดียวกันนี้ก็ถูกใช้ตอนเปิดบัญชีเทรดกับ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ที่ต้องดูสเปรดและค่าธรรมเนียมแฝงก่อนตัดสินใจเทรดเช่นกัน หลักคิดคือยิ่งส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายแคบเท่าไหร่ ต้นทุนแฝงก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินหรือการเทรดก็ตาม
อีกจุดที่ควรระวังคือการเลือกช่องทางรับ-จ่ายเงินที่ใช้ในการโอน หลายคนที่ทำงานสายเทรดหรือรับรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ มักใช้ อีวอลเล็ตสำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ เป็นตัวกลางก่อนโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยอีกที เพราะบางแพลตฟอร์มมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าการโอนตรงจากธนาคารต่างประเทศ
สำหรับนักเทรดที่ต้อง ถอนเงินจากบัญชีเทรดฟอเร็กซ์ กลับมาที่ประเทศไทย หลักการเลือกช่องทางก็ไม่ต่างจากการโอนเงินทั่วไป คือต้องเทียบทั้งค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขค่าธรรมเนียมที่แจ้งไว้อย่างเดียว เพราะบางทีค่าธรรมเนียมต่ำแต่อัตราแลกเปลี่ยนแย่ กลับทำให้เสียเงินมากกว่าเดิม การถอนเงินจากบัญชีเทรดจึงควรวางแผนล่วงหน้า ทั้งเรื่องช่วงเวลาที่ค่าเงินบาทแข็งหรืออ่อน และช่องทางที่มีต้นทุนรวมต่ำที่สุด
FAQ
สัญลักษณ์สกุลเงินกับรหัสสกุลเงิน (ISO 4217) ต่างกันอย่างไร
สัญลักษณ์สกุลเงินเป็นเครื่องหมายกราฟิกสั้นๆ อย่าง $ หรือ ฿ ที่อาจถูกใช้ซ้ำกันหลายประเทศ ส่วนรหัส ISO 4217 เป็นรหัสตัวอักษร 3 ตัวที่มีมาตรฐานตายตัว ไม่ซ้ำกันแม้แต่ประเทศเดียว เช่น USD, THB, EUR
ทำไมหลายประเทศถึงใช้สัญลักษณ์ $ เหมือนกัน
เพราะสัญลักษณ์ดอลลาร์มีต้นกำเนิดร่วมกันจากเปโซสเปน ประเทศที่เคยได้รับอิทธิพลจากระบบการเงินนี้จึงนำสัญลักษณ์ไปใช้ต่อ ทำให้ทั้งดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย ดอลลาร์แคนาดา หรือเปโซอาร์เจนตินา ต่างก็ใช้เครื่องหมาย $ เหมือนกัน จึงต้องดูรหัสสกุลเงินประกอบเสมอเพื่อไม่ให้สับสน
พิมพ์สัญลักษณ์บาทไทย ฿ บนคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษได้ไหม
คีย์บอร์ดภาษาอังกฤษมาตรฐานไม่มีปุ่มลัดสำหรับสัญลักษณ์ ฿ โดยตรง วิธีที่สะดวกที่สุดคือสลับเป็นคีย์บอร์ดภาษาไทยแล้วกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์นี้อยู่ หรือใช้เมนู Insert Symbol ในโปรแกรมอย่าง Word และ Excel แทน
อัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาดคืออะไร ต่างจากอัตราที่ธนาคารเสนอให้อย่างไร
อัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาดคืออัตราที่ไม่มีการบวกส่วนต่างใดๆ เป็นอัตราที่ใช้ซื้อขายกันระหว่างสถาบันการเงิน ส่วนอัตราที่ธนาคารเสนอให้ลูกค้าทั่วไปมักบวกส่วนต่างเพิ่มเข้าไป ทำให้ยอดเงินที่ปลายทางได้รับน้อยกว่าที่ควรจะเป็นหากใช้อัตรากลางของตลาดจริง
ทำไมบางสกุลเงินถึงวางสัญลักษณ์ไว้หลังตัวเลขแทนที่จะเป็นหน้าตัวเลข
เป็นเรื่องของธรรมเนียมท้องถิ่นแต่ละภูมิภาค ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักมักวางสัญลักษณ์ไว้หน้าตัวเลข ในขณะที่หลายประเทศในยุโรปอย่างฝรั่งเศสหรือเยอรมนีมักวางไว้หลังตัวเลข ไม่มีกฎตายตัวที่ใช้ได้กับทุกสกุลเงินทั่วโลก
สัญลักษณ์คริปโตเคอร์เรนซีแตกต่างจากสัญลักษณ์สกุลเงินทั่วไปอย่างไร
สัญลักษณ์สกุลเงินทั่วไปมักถูกกำหนดโดยธนาคารกลางหรือหน่วยงานรัฐของแต่ละประเทศ ส่วนสัญลักษณ์คริปโตเคอร์เรนซีอย่างบิตคอยน์หรืออีเธอเรียม มักเกิดจากชุมชนผู้ใช้งานร่วมกันออกแบบและยอมรับใช้ จึงยังไม่มีมาตรฐานสากลตายตัวแบบ ISO 4217


