Minor Pairs คืออะไร? รู้จักคู่เงินรอง Forex พร้อมวิธีเลือกคู่ที่เหมาะกับการเทรด

Last updated: 06/07/2026

Quick summary

  • Minor Pairs คือคู่สกุลเงินที่ไม่มี USD แต่ยังมีสภาพคล่องค่อนข้างสูง
  • คู่ยอดนิยม ได้แก่ EUR/JPY, GBP/JPY, EUR/GBP และ AUD/JPY
  • Minor Pairs มีความผันผวนและค่า Spread สูงกว่า Major Pairs ในหลายช่วงเวลา
  • ไม่มีคู่เงินที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีคู่ที่เหมาะกับกลยุทธ์ของแต่ละคน
  • การเลือกช่วงเวลาเทรดและการบริหารความเสี่ยงสำคัญกว่าการเลือกคู่เงินเพียงอย่างเดียว

หากคุณเริ่มเทรด Forex ได้สักระยะ คุณอาจคุ้นกับ EUR/USD หรือ GBP/USD แล้ว แต่เมื่อเปิดแพลตฟอร์ม คุณจะพบคู่เงินอีกหลายคู่ที่ไม่มี USD อยู่เลย นั่นคือ Minor Pairs. หลายคนเข้าใจผิดว่าคู่เงินเหล่านี้เป็นคู่ที่มีสภาพคล่องต่ำหรือเสี่ยงเหมือน Exotic แต่ความจริงแตกต่างกันมาก หากเข้าใจลักษณะของ Minor Pairs คุณจะมีตัวเลือกในการเทรดที่หลากหลายขึ้น และอาจพบคู่เงินที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองมากกว่า Major Pairs ด้วยซ้ำ

Minor Pairs คืออะไร และแตกต่างจาก Major กับ Exotic อย่างไร?

Minor Pairs คืออะไร และแตกต่างจาก Major กับ Exotic อย่างไร?
Minor Pairs คืออะไร และแตกต่างจาก Major กับ Exotic อย่างไร?

Minor Pairs หรือ “คู่เงินรอง” คือคู่สกุลเงินที่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักของโลก 2 สกุล แต่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐ (USD) อยู่ในคู่เงินนั้น

แม้จะไม่มี USD แต่คู่เงินเหล่านี้ยังได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก เพราะประเทศที่เกี่ยวข้องมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมีปริมาณการซื้อขายต่อเนื่องทุกวัน

ตัวอย่างเช่น EUR/JPY เป็นการเปรียบเทียบค่าเงินยูโรกับเงินเยนญี่ปุ่น ส่วน EUR/GBP เป็นการเปรียบเทียบค่าเงินยูโรกับเงินปอนด์อังกฤษ โดยไม่มี USD เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

Minor Currency Pairs มีความหมายอย่างไร?

คำว่า Minor ไม่ได้หมายความว่า “สำคัญน้อย” หรือ “ไม่น่าเทรด” แต่เป็นการจัดหมวดหมู่ตามองค์ประกอบของคู่เงิน

ตราบใดที่คู่เงินนั้นไม่มี USD แต่เป็นการจับคู่ระหว่างสกุลเงินหลัก เช่น EUR, GBP, JPY, CHF, AUD, NZD หรือ CAD ก็ถือว่าเป็น Minor Pair

ประเภท ลักษณะ ตัวอย่าง
Major Pairs มี USD อยู่ในทุกคู่ EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY
Minor Pairs ไม่มี USD แต่เป็นสกุลเงินหลักทั้งคู่ EUR/JPY, EUR/GBP, GBP/JPY
Exotic Pairs จับคู่สกุลเงินหลักกับสกุลเงินประเทศเกิดใหม่ USD/THB, EUR/TRY, USD/ZAR

“หลายคนคิดว่า Minor กับ Exotic คือกลุ่มเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นตลาดคนละประเภท ทั้งด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยง และต้นทุนการเทรด”

ทำไม Minor Pairs ถึงไม่มี USD?

ตลาด Forex ไม่ได้จำกัดการซื้อขายไว้เฉพาะเงินดอลลาร์ นักลงทุนทั่วโลกยังต้องแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยตรง

ตัวอย่างเช่น บริษัทจากเยอรมนีที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น จำเป็นต้องแลก EUR เป็น JPY โดยตรง ไม่จำเป็นต้องผ่าน USD ทุกครั้ง

ด้วยเหตุนี้ คู่อย่าง EUR/JPY จึงมีปริมาณการซื้อขายสูง และกลายเป็นหนึ่งใน Minor Pairs ที่ได้รับความนิยมที่สุดในตลาด

Major, Minor และ Exotic แตกต่างกันอย่างไร?

หัวข้อเปรียบเทียบ Major Minor Exotic
มี USD บางคู่มี
สภาพคล่อง สูงมาก ปานกลางถึงสูง ต่ำ
Spread ต่ำ ปานกลาง สูง
ความผันผวน ปานกลาง ปานกลางถึงสูง สูงมาก
เหมาะกับมือใหม่ มากที่สุด เมื่อมีพื้นฐานแล้ว ไม่แนะนำ

หากคุณเพิ่งเริ่มต้น Major Pairs มักเป็นตัวเลือกแรกที่ปลอดภัยกว่า แต่เมื่อเข้าใจการเคลื่อนไหวของตลาดแล้ว Minor Pairs จะเปิดโอกาสใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ของความผันผวนและจังหวะการทำกำไร

คู่เงิน Minor มีอะไรบ้าง? คู่ไหนได้รับความนิยมมากที่สุด?

หลายคนรู้จัก Minor Pair เพียง EUR/JPY หรือ GBP/JPY เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วตลาดมีคู่เงินรองให้เลือกมากกว่านั้น และแต่ละคู่ก็มีบุคลิกที่แตกต่างกัน

การเลือกคู่เงินที่เหมาะสม ช่วยให้คุณเทรดได้สอดคล้องกับสไตล์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

รายชื่อ Minor Pairs ที่พบได้บ่อย

คู่เงิน ประเทศ ลักษณะเด่น
EUR/JPY ยูโร / ญี่ปุ่น สภาพคล่องสูง แนวโน้มชัด
GBP/JPY อังกฤษ / ญี่ปุ่น ผันผวนสูง เหมาะกับสาย Momentum
EUR/GBP ยูโร / อังกฤษ เคลื่อนไหวค่อนข้างนิ่ง
AUD/JPY ออสเตรเลีย / ญี่ปุ่น ตอบสนองต่อ Sentiment ตลาด
CAD/JPY แคนาดา / ญี่ปุ่น ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมัน
CHF/JPY สวิตเซอร์แลนด์ / ญี่ปุ่น เกี่ยวข้องกับ Safe Haven
EUR/CHF ยูโร / สวิตเซอร์แลนด์ ความผันผวนต่ำ
GBP/CHF อังกฤษ / สวิตเซอร์แลนด์ แกว่งแรงในบางช่วงข่าว
AUD/NZD ออสเตรเลีย / นิวซีแลนด์ ได้รับผลจากข้อมูลเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน

Minor Pair ยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์

EUR/JPY เป็นคู่เงินที่ได้รับความนิยมสูง เพราะมีสภาพคล่องดีและแนวโน้มมักเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เหมาะกับทั้ง Day Trading และ Swing Trading

GBP/JPY มีชื่อเสียงด้านความผันผวนสูง บางวันเคลื่อนไหวหลายร้อย Pip จึงดึงดูดนักเทรดที่ชอบโอกาสทำกำไรระยะสั้น แต่ก็ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด

EUR/GBP มักเคลื่อนไหวสงบกว่าหลายคู่ เหมาะกับผู้ที่เน้นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการเทรดในกรอบราคา

AUD/JPY ได้รับอิทธิพลจากภาวะเศรษฐกิจเอเชีย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจเป็นประจำ

ตัวอย่างการเลือกคู่เงินตามสถานการณ์จริง

  • หากคุณชอบตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว → GBP/JPY อาจตอบโจทย์
  • หากต้องการแนวโน้มชัดเจน → EUR/JPY เป็นตัวเลือกยอดนิยม
  • หากเน้นความนิ่งและควบคุมความเสี่ยง → EUR/GBP น่าสนใจ
  • หากติดตามตลาดเอเชียและสินค้าโภคภัณฑ์ → AUD/JPY เป็นคู่ที่ควรศึกษา

“นักเทรดมือใหม่จำนวนมากรู้จักเพียง 2–3 คู่เงิน ทั้งที่ Minor Pairs มีตัวเลือกอีกหลายคู่ ซึ่งอาจเหมาะกับบุคลิกการเทรดของคุณมากกว่า”

Minor Pairs มีข้อดีและข้อเสียอะไร?

Minor Pairs มีข้อดีและข้อเสียอะไร?
Minor Pairs มีข้อดีและข้อเสียอะไร?

Minor Pairs ไม่ได้ดีกว่าหรือแย่กว่า Major Pairs เสมอไป จุดสำคัญคือคุณเข้าใจธรรมชาติของคู่เงินนั้นมากแค่ไหน

บางคนหลีกเลี่ยง Minor Pairs เพราะเห็นว่า Spread สูงกว่า แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่เลือกช่วงเวลาเทรดได้เหมาะสม ความแตกต่างของต้นทุนอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินผลกำไร

“Spread ที่สูงกว่า ไม่ได้หมายความว่าทำกำไรได้น้อยกว่า หากความผันผวนมากพอที่จะชดเชยต้นทุน”

ข้อดีของ Minor Pairs

ข้อดี เหตุผล
มีโอกาสเกิดแนวโน้มชัด หลายคู่เคลื่อนไหวเป็น Trend ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ EUR/JPY
ได้รับผลจากปัจจัยเศรษฐกิจหลายประเทศ เปิดโอกาสในการวิเคราะห์เชิงมหภาคได้ลึกขึ้น
ลดการพึ่งพาข่าวสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องติดตามข้อมูล USD ทุกครั้ง
มีตัวเลือกหลากหลาย เลือกคู่เงินให้เหมาะกับสไตล์การเทรดได้ง่ายกว่า
โอกาสทำกำไรจากความผันผวน หลายคู่เคลื่อนไหวแรงกว่า Major Pair บางช่วง

ตัวอย่างเช่น หากธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณเปลี่ยนนโยบายการเงิน EUR/JPY และ GBP/JPY อาจเคลื่อนไหวแรง แม้วันนั้นจะไม่มีข่าวจากสหรัฐฯ เลยก็ตาม

ข้อเสียของ Minor Pairs

ข้อควรระวัง ผลกระทบ
Spread สูงกว่า Major ต้นทุนการเปิดออร์เดอร์เพิ่มขึ้น
สภาพคล่องลดลงในบางช่วง ราคาอาจแกว่งเร็วเมื่อมีคำสั่งซื้อขายน้อย
ความผันผวนสูง กำไรและขาดทุนเกิดขึ้นได้รวดเร็ว
ต้องติดตามข่าวหลายประเทศ การวิเคราะห์ซับซ้อนกว่าคู่ที่มี USD
ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์มี Spread เท่ากัน ต้นทุนอาจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

Liquidity ส่งผลต่อการเทรดอย่างไร?

Liquidity หรือสภาพคล่อง หมายถึงความง่ายในการซื้อขาย หากมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก ราคาโดยทั่วไปจะเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และส่วนต่าง Bid-Ask มักแคบลง

Minor Pairs มีสภาพคล่องต่ำกว่า Major Pairs เล็กน้อย แต่ยังถือว่าสูงกว่ากลุ่ม Exotic อย่างชัดเจน

ในช่วง London Session คุณอาจเห็น EUR/GBP มี Spread เพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงตลาดเงียบ Spread อาจขยายตัวทันที

Volatility คือโอกาสและความเสี่ยง

ความผันผวนเป็นดาบสองคม ยิ่งราคาเคลื่อนไหวมาก โอกาสทำกำไรก็มากขึ้น แต่หากไม่มี Stop Loss ที่เหมาะสม ความเสียหายก็อาจเพิ่มขึ้นเช่นกัน

GBP/JPY เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน บางวันราคาเคลื่อนไหวมากกว่า 200 Pip จึงเป็นคู่ที่หลายคนเรียกว่า “Dragon Pair”

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

ตัวอย่างที่ 1

  • คุณเป็น Day Trader
  • เลือกเทรด EUR/JPY ในช่วง London Session
  • Spread ต่ำกว่าช่วงเอเชีย
  • มี Volume สูงและเกิด Trend ชัดเจน

ตัวอย่างที่ 2

  • คุณเปิด GBP/JPY ช่วงตลาดเงียบ
  • Spread กว้างกว่าปกติ
  • ราคาแกว่งเร็ว
  • Stop Loss ถูกกระทบง่ายขึ้น

คู่เงิน Minor คู่ไหนเหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ?

คำถามที่พบบ่อยคือ “Minor Pair คู่ไหนดีที่สุด?” แต่ความจริงไม่มีคำตอบเดียว

คู่เงินที่เหมาะสำหรับ Scalper อาจไม่เหมาะกับ Swing Trader และคู่ที่ทำกำไรได้ดีสำหรับคนหนึ่ง อาจสร้างความกดดันให้อีกคนหนึ่ง

“ไม่มี Best Minor Pair สำหรับทุกคน มีแต่คู่เงินที่เหมาะกับกลยุทธ์ของคุณ”

เลือกคู่เงินตามสไตล์การเทรด

สไตล์การเทรด Minor Pair ที่เหมาะ เหตุผล
Scalping EUR/GBP ความผันผวนไม่รุนแรง ควบคุมความเสี่ยงง่าย
Day Trading EUR/JPY Volume สูงและมีแนวโน้มระหว่างวันชัด
Swing Trading AUD/JPY Trend ต่อเนื่องหลายวันได้บ่อย
Position Trading EUR/CHF ความผันผวนต่ำ เหมาะกับการถือยาว
Momentum Trading GBP/JPY ราคาเคลื่อนไหวแรงเมื่อเกิดข่าวสำคัญ

หากคุณเป็น Scalper

Scalping ต้องการ Spread ที่เหมาะสมและการเคลื่อนไหวต่อเนื่องในระยะสั้น

EUR/GBP มักเป็นตัวเลือกที่หลายคนชื่นชอบ เพราะราคาไม่เหวี่ยงรุนแรงจนเกินไป ทำให้วางแผนเข้าออกออร์เดอร์ได้ง่ายขึ้น

หากคุณเป็น Day Trader

Day Trader ต้องการคู่เงินที่มี Volume สูงในช่วงเปิดตลาดยุโรป

EUR/JPY มักสร้างโอกาสจากการเกิด Breakout และ Trend ภายในวันได้บ่อยกว่าหลายคู่

หากคุณเป็น Swing Trader

Swing Trader เน้นถือออร์เดอร์หลายวัน จึงควรมองหาคู่เงินที่มีแนวโน้มต่อเนื่องมากกว่าการแกว่งไปมา

AUD/JPY มักตอบสนองต่อภาวะ Risk-on และ Risk-off ของตลาด จึงเกิดแนวโน้มระยะกลางได้ค่อนข้างชัด

หากคุณชอบถือยาว

Position Trader ไม่จำเป็นต้องสนใจความผันผวนระยะสั้นมากนัก แต่ควรติดตามนโยบายการเงินและแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาว

EUR/CHF เป็นหนึ่งในคู่ที่เคลื่อนไหวค่อนข้างนิ่ง จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการความผันผวนสูงทุกวัน

Checklist เลือก Minor Pair ให้เหมาะกับตัวเอง

✓ ต้องการความผันผวนสูง → GBP/JPY

✓ ต้องการแนวโน้มชัด → EUR/JPY

✓ ต้องการความนิ่ง → EUR/GBP หรือ EUR/CHF

✓ ติดตามข่าวเอเชียเป็นประจำ → AUD/JPY

✓ รับความเสี่ยงได้น้อย → เริ่มจาก EUR/JPY ก่อน

ตัวอย่างการเลือกจากสถานการณ์จริง

กรณีที่ 1: คุณทำงานประจำและมีเวลาเปิดกราฟเพียงช่วงเย็น การเลือก EUR/JPY ในช่วง London Session อาจเหมาะกว่าการเทรด GBP/JPY ตลอดทั้งวัน

กรณีที่ 2: หากคุณเพิ่งเริ่มเรียนรู้ Price Action การฝึกกับ EUR/GBP ซึ่งเคลื่อนไหวเป็นระเบียบกว่าจะช่วยให้เห็นโครงสร้างราคาชัดเจนขึ้น

กรณีที่ 3: หากคุณติดตามข่าวเศรษฐกิจออสเตรเลียและจีนอยู่แล้ว AUD/JPY อาจทำให้การวิเคราะห์ของคุณมีความได้เปรียบมากกว่าการเลือกคู่ที่ไม่คุ้นเคย

ผู้เริ่มต้นควรเริ่มเทรด Minor Pair คู่ไหนดี?

มือใหม่ไม่จำเป็นต้องทดลองทุกคู่เงิน การเริ่มจากคู่ที่มีพฤติกรรมราคาเข้าใจง่าย จะช่วยลดความผิดพลาดและสร้างความมั่นใจได้เร็วกว่า

เป้าหมายในช่วงแรกไม่ใช่การทำกำไรสูงสุด แต่คือการเรียนรู้วิธีอ่านกราฟ บริหารความเสี่ยง และสร้างวินัยในการเทรด

Best Minor Pairs สำหรับผู้เริ่มต้น

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นเทรด Forex การเลือกคู่เงินที่ “เข้าใจง่าย” สำคัญกว่าการเลือกคู่ที่เคลื่อนไหวแรงที่สุด เพราะการเรียนรู้พฤติกรรมของราคาเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณพัฒนาได้เร็วในระยะยาว

อันดับ Minor Pair เหมาะสำหรับมือใหม่ เหตุผล
1 EUR/JPY ★★★★★ สภาพคล่องสูง แนวโน้มชัด อ่านกราฟง่าย
2 EUR/GBP ★★★★☆ ความผันผวนไม่รุนแรง เหมาะกับการฝึกวิเคราะห์
3 AUD/JPY ★★★★☆ เหมาะสำหรับผู้ที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจเอเชีย
4 EUR/CHF ★★★☆☆ ราคาค่อนข้างนิ่ง เหมาะกับการบริหารความเสี่ยง
5 GBP/JPY ★★☆☆☆ กำไรได้มาก แต่ความผันผวนสูง

คู่เงินที่ผู้เริ่มต้นควรหลีกเลี่ยง

ไม่ใช่ทุก Minor Pair จะเหมาะกับผู้เริ่มต้น โดยเฉพาะคู่ที่มีความผันผวนสูงมาก เพราะอาจทำให้เกิดการตัดสินใจจากอารมณ์แทนการวางแผน

ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรก

  • GBP/JPY หากยังไม่เข้าใจการบริหารความเสี่ยง
  • คู่เงินที่มี Spread กว้างในช่วงตลาดเงียบ
  • การเทรดช่วงก่อนประกาศข่าวสำคัญ
  • การเปิดหลายคู่พร้อมกันโดยยังไม่มีแผน
  • การเพิ่ม Lot หลังขาดทุนต่อเนื่อง

ตัวอย่างเช่น มือใหม่หลายคนเลือก GBP/JPY เพราะเห็นว่าราคาเคลื่อนไหวแรง แต่กลับถูก Stop Loss ภายในไม่กี่นาที เนื่องจากยังไม่เข้าใจระดับความผันผวนของคู่เงินนี้

“สำหรับผู้เริ่มต้น การอยู่รอดในตลาดสำคัญกว่าการทำกำไรเร็ว”

แนวทางเริ่มต้นอย่างปลอดภัย

  1. เลือกฝึกเพียง 1-2 Minor Pair
  2. ศึกษาเวลาที่คู่เงินนั้นเคลื่อนไหวดีที่สุด
  3. ทดลองในบัญชี Demo ก่อน
  4. กำหนด Stop Loss ทุกครั้ง
  5. บันทึกผลการเทรดเพื่อหาข้อผิดพลาด

ควรเทรด Minor Pairs ช่วงเวลาไหนดีที่สุด?

ควรเทรด Minor Pairs ช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ควรเทรด Minor Pairs ช่วงเวลาไหนดีที่สุด?

แม้จะเลือก Minor Pair ได้เหมาะสม แต่หากเปิดออร์เดอร์ผิดช่วงเวลา ผลลัพธ์ก็อาจแตกต่างอย่างมาก

สภาพคล่อง ปริมาณการซื้อขาย และความผันผวนเปลี่ยนไปในแต่ละ Trading Session ดังนั้นการเลือกเวลาเทรดจึงมีผลต่อทั้งต้นทุนและโอกาสทำกำไร

“คู่เงินเดียวกัน อาจให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากเทรดคนละช่วงเวลา”

Timeline ของตลาด Forex

Session เวลาประเทศไทย (โดยประมาณ) ลักษณะตลาด
Asian Session 06:00 – 15:00 ความผันผวนต่ำถึงปานกลาง
London Session 14:00 – 23:00 Volume สูง เกิดแนวโน้มชัด
New York Session 19:00 – 04:00 ผันผวนสูง โดยเฉพาะช่วงข่าว
London + New York 19:00 – 23:00 Volume สูงที่สุดของวัน

Asian Session

ช่วงตลาดเอเชียเหมาะกับคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ JPY และ AUD เช่น AUD/JPY หรือ CAD/JPY เพราะมีปริมาณการซื้อขายจากภูมิภาคเอเชียมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม คู่เงินยุโรปหลายคู่อาจเคลื่อนไหวค่อนข้างแคบในช่วงนี้

London Session

London Session เป็นช่วงที่ Minor Pairs หลายคู่เริ่มมี Volume สูง โดยเฉพาะ EUR/JPY, EUR/GBP และ GBP/JPY

นักเทรดสาย Day Trading มักเลือกช่วงนี้ เพราะมีโอกาสเกิด Breakout และ Trend ที่ชัดเจน

New York Session

แม้ Minor Pair จะไม่มี USD แต่ตลาดนิวยอร์กยังส่งผลต่อ Sentiment ของนักลงทุนทั่วโลก

หากมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ตลาดอาจผันผวนเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อหลายคู่เงินพร้อมกัน

ช่วงตลาดซ้อนกัน (Overlap)

คู่เงิน ช่วงเวลาที่แนะนำ เหตุผล
EUR/JPY London Volume สูง
GBP/JPY London + New York เกิด Momentum บ่อย
EUR/GBP London Spread มักแคบลง
AUD/JPY Asian ตอบสนองตลาดเอเชีย

ตัวอย่างจริง

สมมติคุณเปิด EUR/JPY เวลา 09:00 น. ราคาอาจเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย แต่หากเปิดช่วง 15:00-18:00 น. ซึ่งเป็นช่วงตลาดยุโรปเริ่มเปิด คุณอาจเห็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนกว่าเดิมหลายเท่า

ทำไม Spread ของ Minor Pairs สูงกว่า Major? และลดต้นทุนได้อย่างไร?

ทำไม Spread ของ Minor Pairs สูงกว่า Major? และลดต้นทุนได้อย่างไร?
ทำไม Spread ของ Minor Pairs สูงกว่า Major? และลดต้นทุนได้อย่างไร?

หนึ่งในคำถามที่นักเทรดสงสัยมากที่สุดคือ เหตุใด Minor Pair จึงมี Spread สูงกว่า Major ทั้งที่เป็นสกุลเงินหลักเหมือนกัน

คำตอบอยู่ที่ “Liquidity” หรือสภาพคล่อง ยิ่งมีผู้ซื้อและผู้ขายมาก ส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask ก็ยิ่งแคบลง

Liquidity ส่งผลต่อ Spread อย่างไร?

ระดับสภาพคล่อง ผลต่อ Spread
สูงมาก Spread ต่ำ
ปานกลาง Spread ปานกลาง
ต่ำ Spread กว้าง

Major Pair อย่าง EUR/USD มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก จึงมักมี Spread ต่ำกว่า ขณะที่ EUR/GBP หรือ AUD/JPY มีผู้เข้าร่วมตลาดน้อยกว่าเล็กน้อย ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามธรรมชาติ

วิธีลดต้นทุนในการเทรด Minor Pair

✓ เทรดในช่วง London Session หรือช่วงตลาดซ้อนกัน

✓ เปรียบเทียบ Spread ของโบรกเกอร์ก่อนเปิดบัญชี

✓ หลีกเลี่ยงช่วงก่อนประกาศข่าวสำคัญ

✓ ใช้ Limit Order เมื่อเหมาะสม

✓ อย่าเลือกโบรกเกอร์จาก Spread เพียงอย่างเดียว

“เป้าหมายไม่ใช่การหา Spread ที่ต่ำที่สุด แต่คือ Spread ที่เหมาะกับกลยุทธ์ของคุณ”

ตัวอย่างเปรียบเทียบ

Scalper ที่เปิดหลายสิบออร์เดอร์ต่อวัน อาจได้รับผลกระทบจาก Spread มากกว่านักลงทุนแบบ Swing Trading ที่ถือออร์เดอร์หลายวัน ดังนั้นต้นทุนที่ “เหมาะสม” จึงแตกต่างกันตามสไตล์การเทรด

ข่าวเศรษฐกิจอะไรที่ส่งผลต่อ Minor Pairs มากที่สุด?

แม้ Minor Pairs จะไม่มี USD แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเคลื่อนไหวโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐาน ตรงกันข้าม คู่เงินเหล่านี้ตอบสนองต่อข่าวเศรษฐกิจของประเทศเจ้าของสกุลเงินอย่างชัดเจน

หากคุณเข้าใจว่าข่าวใดมีผลต่อคู่เงินใด การวางแผนเข้าและออกออร์เดอร์จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ คู่เงินที่ได้รับผล ผลกระทบ
ECB Interest Rate EUR/JPY, EUR/GBP ผันผวนสูง
BOE Interest Rate GBP/JPY, EUR/GBP Trend เปลี่ยนได้รวดเร็ว
BOJ Policy EUR/JPY, GBP/JPY, AUD/JPY ส่งผลต่อค่าเงินเยนโดยตรง
RBA Decision AUD/JPY มีผลต่อค่าเงิน AUD
CPI และเงินเฟ้อ ทุกคู่ที่เกี่ยวข้อง กระทบความคาดหวังด้านดอกเบี้ย

ตัวอย่างเช่น หากธนาคารกลางญี่ปุ่นเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ย GBP/JPY และ EUR/JPY อาจเคลื่อนไหวพร้อมกัน แม้ว่าวันนั้นจะไม่มีข่าวจากสหรัฐฯ เลยก็ตาม

“Minor Pairs หลายคู่แทบไม่ได้รับผลโดยตรงจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แต่ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อข่าวของประเทศเจ้าของสกุลเงิน”

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเทรด Minor Pairs มีอะไรบ้าง?

หลายครั้งที่การขาดทุนไม่ได้เกิดจากการเลือกคู่เงินผิด แต่เกิดจากการตัดสินใจผิดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดพื้นฐานเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดในตลาดได้มากกว่าการมองหากลยุทธ์ใหม่อยู่เสมอ

“เทรดเดอร์มือใหม่จำนวนมากขาดทุน เพราะเลือกเวลาเทรดผิด มากกว่าการเลือก Minor Pair ผิด”

Checklist: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

☐ เทรดในช่วงที่สภาพคล่องต่ำ ทำให้ Spread กว้างกว่าปกติ

☐ ไม่ตรวจสอบ Economic Calendar ก่อนเปิดออร์เดอร์

☐ ใช้ Lot Size ใหญ่เกินกว่าระดับความเสี่ยงที่รับได้

☐ เปิดหลายคู่เงินที่มีความสัมพันธ์กันโดยไม่รู้ตัว

☐ ย้าย Stop Loss เพราะไม่ต้องการยอมรับการขาดทุน

☐ เข้าเทรดเพราะกลัวพลาดโอกาส (FOMO)

☐ ไม่บันทึกผลการเทรดเพื่อปรับปรุงแผนในอนาคต

1. เทรดช่วงสภาพคล่องต่ำ

ช่วงที่ตลาดเงียบ ราคาอาจเคลื่อนไหวแบบไม่มีทิศทาง และ Spread มักกว้างขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มโดยไม่จำเป็น

หากคุณเทรด EUR/GBP หรือ EUR/JPY ควรให้ความสำคัญกับ London Session มากกว่าช่วงที่ตลาดหลักยังไม่เปิด

2. ไม่ดู Correlation ระหว่างคู่เงิน

หลายคนคิดว่าการเปิดหลายคู่คือการกระจายความเสี่ยง แต่ในความเป็นจริง คู่เงินบางคู่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น หากคุณเปิด Buy ทั้ง EUR/JPY และ GBP/JPY คุณกำลังรับความเสี่ยงจากค่าเงินเยน (JPY) พร้อมกัน หาก JPY แข็งค่ากะทันหัน ทั้งสองออร์เดอร์อาจขาดทุนพร้อมกัน

3. ใช้ Lot ใหญ่เกินไป

Minor Pair หลายคู่มีความผันผวนสูงกว่า Major Pair ดังนั้น Lot Size ที่ใช้กับ EUR/USD อาจไม่เหมาะกับ GBP/JPY

ควรคำนวณ Position Size จากระยะ Stop Loss และเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อครั้ง มากกว่าการใช้ขนาด Lot เดิมทุกคู่เงิน

4. มองข้ามข่าวเศรษฐกิจ

การประชุมของ ECB, BOE, BOJ หรือ RBA สามารถเปลี่ยนทิศทางราคาได้ภายในไม่กี่นาที

การตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเปิดออร์เดอร์เพียงไม่กี่นาที อาจช่วยหลีกเลี่ยงความผันผวนที่ไม่จำเป็นได้

5. ไม่มีแผนบริหารความเสี่ยง

ไม่ว่าคุณจะเลือก Minor Pair คู่ใด หากไม่มี Stop Loss และ Risk Management ที่ชัดเจน การขาดทุนเพียงครั้งเดียวอาจลบกำไรหลายสัปดาห์ได้

สรุป: Minor Pairs เหมาะกับคุณหรือไม่? และควรเริ่มต้นอย่างไร?

Minor Pairs เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการโอกาสมากกว่า Major Pair แต่ยังไม่ต้องการรับความเสี่ยงสูงแบบ Exotic Pair

สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาคู่เงินที่ดีที่สุด แต่คือการเลือกคู่เงินที่สอดคล้องกับประสบการณ์ กลยุทธ์ และเวลาที่คุณสามารถติดตามตลาดได้จริง

Checklist: Minor Pairs เหมาะกับคุณหรือไม่?

✓ คุณเข้าใจพื้นฐานของ Forex แล้ว

✓ คุณสามารถติดตามข่าวเศรษฐกิจของหลายประเทศได้

✓ คุณมีแผนบริหารความเสี่ยงทุกครั้งก่อนเข้าเทรด

✓ คุณเลือกช่วงเวลาเทรดที่มีสภาพคล่องสูง

✓ คุณพร้อมฝึกกับบัญชี Demo ก่อนใช้เงินจริง

หากคุณตอบ “ใช่” อย่างน้อย 4 ข้อ Minor Pairs อาจเป็นขั้นต่อไปที่เหมาะสมในการพัฒนาทักษะการเทรดของคุณ

เริ่มต้นภายใน 5 ขั้นตอน

  1. เลือก Minor Pair เพียง 1 คู่ เช่น EUR/JPY
  2. ศึกษาพฤติกรรมราคาและช่วงเวลาที่มี Volume สูง
  3. ทดลองเทรดในบัญชี Demo อย่างสม่ำเสมอ
  4. กำหนด Risk ต่อการเทรดไม่เกิน 1-2% ของเงินทุน
  5. บันทึก Trading Journal และประเมินผลทุกสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Minor Pairs คืออะไร?

Minor Pairs คือคู่สกุลเงินที่ไม่มี USD แต่ประกอบด้วยสกุลเงินหลัก เช่น EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, CAD หรือ NZD

Minor Pair ต่างจาก Major Pair อย่างไร?

Major Pair จะมี USD อยู่ในทุกคู่ ขณะที่ Minor Pair ไม่มี USD แต่ยังคงเป็นคู่ของสกุลเงินหลัก

Minor Pair ไหนเหมาะกับมือใหม่?

EUR/JPY มักเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะมีสภาพคล่องดี แนวโน้มชัด และเรียนรู้พฤติกรรมราคาได้ง่ายกว่า GBP/JPY

ทำไม Spread ของ Minor Pair สูงกว่า?

เนื่องจากสภาพคล่องต่ำกว่า Major Pair เล็กน้อย ทำให้ส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask กว้างขึ้น

Minor Pair เหมาะกับ Scalping หรือไม่?

เหมาะในบางคู่ เช่น EUR/GBP หากเลือกช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงและ Spread แคบ

ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการเทรด Minor Pair?

London Session และช่วงที่ London ซ้อนกับ New York มักมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดสำหรับหลาย Minor Pair

Minor Pair ได้รับผลกระทบจากข่าว USD หรือไม่?

มีผลทางอ้อมในบางสถานการณ์ แต่โดยทั่วไปจะตอบสนองต่อข่าวของประเทศเจ้าของสกุลเงินมากกว่า เช่น ECB, BOE, BOJ และ RBA

ควรเริ่มต้นด้วยบัญชีจริงหรือบัญชี Demo?

แนะนำให้เริ่มจากบัญชี Demo เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของ Minor Pair และทดสอบกลยุทธ์ก่อนใช้เงินจริง

บทสรุป

Minor Pairs เปิดโอกาสให้คุณกระจายการวิเคราะห์ออกจากคู่เงินที่มี USD และค้นหาจังหวะการเทรดใหม่ ๆ ที่อาจเหมาะกับสไตล์ของคุณมากกว่า. หากคุณเพิ่งเริ่มต้น ลองฝึกกับ EUR/JPY หรือ EUR/GBP ก่อน เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น คุณจึงค่อยขยายไปยังคู่ที่มีความผันผวนสูงอย่าง GBP/JPY หรือ AUD/JPY. สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จในการเทรดไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือก Minor Pair ที่ “ดีที่สุด” แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกคู่เงินที่เหมาะกับแผนการเทรด และการรักษาวินัยในการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ support@wemastertrade.com ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form