คู่สกุลเงิน Forex คืออะไร? คู่เงินหลักที่มือใหม่ควรรู้

Last updated: 04/06/2026

เป็นหัวใจสำคัญของการซื้อขายในตลาด Forex โดยแสดงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินสองสกุล เช่น EUR/USD หรือ GBP/JPY การทำความเข้าใจโครงสร้างและลักษณะการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินจะช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์แนวโน้มราคา ประเมินความเสี่ยง และวางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คู่สกุลเงิน Forex คืออะไร?

การซื้อขาย Forex เป็นการเปรียบเทียบมูลค่าของสกุลเงินสองสกุลเสมอ ตัวอย่างเช่น:

EUR/USD = 1.1000

คู่เงินนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเงินยูโร (EUR) และดอลลาร์สหรัฐ (USD) ราคาที่แสดงหมายความว่า เงิน 1 ยูโรมีมูลค่าเท่ากับ 1.1000 ดอลลาร์สหรัฐ

หากคุณคาดว่าเงินยูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ คุณอาจพิจารณาซื้อ EUR/USD แต่หากคาดว่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลง คุณอาจพิจารณาขายคู่เงินนี้

อย่างไรก็ตาม ราคา Forex สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว การซื้อขายจึงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อใช้เลเวอเรจ

คอร์สเรียน Forex เบื้องต้นนี้เหมาะกับใคร compressed
คู่สกุลเงิน Forex คืออะไร?

ดูเพิ่มเติม:

Base Currency และ Quote Currency คืออะไร?

คู่สกุลเงิน Forex ประกอบด้วยสองส่วน:

ตำแหน่ง คำศัพท์ ความหมาย
สกุลเงินด้านซ้าย Base currency สกุลเงินฐาน
สกุลเงินด้านขวา Quote currency สกุลเงินอ้างอิง

ลองดูตัวอย่าง:

EUR/USD = 1.1000

ในกรณีนี้:

  • EUR คือ base currency
  • USD คือ quote currency
  • ราคา 1.1000 หมายความว่า ต้องใช้เงิน 1.1000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อเงิน 1 ยูโร

วิธีจำง่าย ๆ คือ: ราคาที่เห็นบอกว่า คุณต้องใช้เงินสกุลด้านขวาจำนวนเท่าไร เพื่อแลกกับเงินสกุลด้านซ้าย 1 หน่วย

วิธีอ่านราคา EUR/USD แบบง่าย

วิธีอ่านราคา EUR USD แบบง่าย compressed
วิธีอ่านราคา EUR/USD แบบง่าย

สมมติว่าในช่วงเช้า ราคา EUR/USD อยู่ที่:

EUR/USD = 1.1000

ต่อมา ราคาเพิ่มขึ้นเป็น:

EUR/USD = 1.1050

การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่า เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เพราะต้องใช้เงินดอลลาร์มากขึ้นเพื่อซื้อเงิน 1 ยูโร

ในทางกลับกัน หากราคาลดลงจาก 1.1000 เป็น 1.0950 หมายความว่า เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์

ราคาอาจเปลี่ยนแปลงจากหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ตัวเลขเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ

คู่เงินหลัก คู่เงินรอง และคู่เงิน Exotic ต่างกันอย่างไร?

คู่เงิน Forex สามารถแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก การแบ่งประเภทนี้ช่วยให้มือใหม่ประเมินสภาพคล่อง ต้นทุน และความเสี่ยงเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น

เปรียบเทียบคู่เงิน Major, Minor และ Exotic แบบเข้าใจง่าย

แม้ว่าคู่เงินทั้งสามประเภทจะสามารถซื้อขายในตลาด Forex ได้เหมือนกัน แต่แต่ละกลุ่มมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านสภาพคล่อง ความผันผวน และต้นทุนในการซื้อขาย การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนเลือกคู่เงินที่เหมาะกับประสบการณ์และกลยุทธ์ของตนเองได้มากขึ้น

โดยทั่วไป คู่เงิน Major มีสภาพคล่องสูงที่สุด เนื่องจากเป็นคู่เงินที่มีดอลลาร์สหรัฐอยู่ด้านใดด้านหนึ่งและมีปริมาณการซื้อขายสูงในตลาดโลก ทำให้มักมี Spread ค่อนข้างต่ำ และเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเรียนรู้การวิเคราะห์ราคา

ส่วน คู่เงิน Minor เป็นคู่เงินที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐอยู่ในคู่ แม้ว่าจะยังเป็นสกุลเงินหลักของโลก แต่ปริมาณการซื้อขายอาจน้อยกว่าคู่เงิน Major ส่งผลให้ Spread และความผันผวนแตกต่างกันไปในแต่ละคู่ นักเทรดจึงควรศึกษาพฤติกรรมของคู่เงินก่อนเริ่มซื้อขาย

สำหรับ คู่เงิน Exotic จะประกอบด้วยสกุลเงินหลักจับคู่กับสกุลเงินของประเทศเกิดใหม่หรือประเทศที่มีปริมาณการซื้อขายน้อยกว่า โดยทั่วไปคู่เงินประเภทนี้มักมี Spread กว้างกว่า สภาพคล่องต่ำกว่า และอาจมีความผันผวนสูงเมื่อเกิดข่าวเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์สำคัญ จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์และสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี

คู่เงินหลัก หรือ Major Currency Pairs

คู่เงินหลักมักหมายถึงคู่เงินที่มีดอลลาร์สหรัฐอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง และมีอีกสกุลเงินเป็นสกุลเงินสำคัญของเศรษฐกิจโลก

ตัวอย่างเช่น:

EUR/USD

USD/JPY

GBP/USD

คู่เงินกลุ่มนี้มักมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก จึงมีสภาพคล่องสูง และโดยทั่วไปมี spread แคบกว่าคู่เงินบางประเภท

ข้อมูลจาก BIS Triennial Central Bank Survey 2025 ระบุว่า ดอลลาร์สหรัฐอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของธุรกรรม FX ถึง 89.2% ในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ USD จึงมีบทบาทสำคัญในตลาด

คู่เงินรอง หรือ Minor Currency Pairs

คู่เงินรอง หรือ cross-currency pairs เป็นคู่เงินที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐอยู่ในคู่ แต่ยังประกอบด้วยสกุลเงินสำคัญ

ตัวอย่างเช่น:

EUR/GBP

EUR/JPY

GBP/JPY

AUD/NZD

คู่เงินรองบางคู่อาจมีสภาพคล่องค่อนข้างดี แต่ spread และความผันผวนอาจแตกต่างจากคู่เงินหลัก มือใหม่ควรศึกษาพฤติกรรมของแต่ละคู่ก่อนเริ่มซื้อขาย

คู่เงิน Exotic

คู่เงิน Exotic มักประกอบด้วยสกุลเงินสำคัญหนึ่งสกุล และสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่หรือเศรษฐกิจที่มีปริมาณการซื้อขายต่ำกว่า

ตัวอย่างเช่น:

USD/TRY

USD/ZAR

USD/MXN

คู่เงินเหล่านี้อาจมี spread กว้างกว่า สภาพคล่องต่ำกว่า และเคลื่อนไหวรุนแรงเมื่อเกิดข่าวสำคัญ การซื้อขายจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

คู่เงินหลักที่มือใหม่ควรรู้

ในบทความด้าน Forex สำหรับผู้เริ่มต้น คำว่า “7 คู่เงินหลัก” มักใช้เรียกคู่เงินต่อไปนี้:

คู่เงิน สกุลเงินที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ควรติดตาม
EUR/USD ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐ นโยบายของ ECB และ Fed
USD/JPY ดอลลาร์สหรัฐ / เยนญี่ปุ่น นโยบายของ Fed และ Bank of Japan
GBP/USD ปอนด์อังกฤษ / ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจอังกฤษและสหรัฐ
USD/CHF ดอลลาร์สหรัฐ / ฟรังก์สวิส ภาวะตลาดและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
AUD/USD ดอลลาร์ออสเตรเลีย / ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจออสเตรเลียและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
USD/CAD ดอลลาร์สหรัฐ / ดอลลาร์แคนาดา เศรษฐกิจแคนาดาและราคาน้ำมัน
NZD/USD ดอลลาร์นิวซีแลนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจนิวซีแลนด์และภาวะตลาดโลก

รายการนี้เป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไปในการเรียนรู้ Forex ระดับพื้นฐาน ไม่ควรตีความว่าเป็นอันดับล่าสุดตามปริมาณการซื้อขายเสมอไป

ตัวอย่างเช่น ผลสำรวจ BIS เดือนเมษายน 2025 แสดงให้เห็นว่า USD/CNY มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และติดอยู่ในกลุ่มคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงของตลาดโลก

XAU/USD คืออะไร?

นอกจากคู่สกุลเงินแล้ว นักลงทุนจำนวนมากยังพบสัญลักษณ์ XAU/USD บนแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex อีกด้วย โดย XAU หมายถึงทองคำ ส่วน USD คือดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น XAU/USD จึงแสดงราคาทองคำเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่า XAU/USD จะไม่ใช่คู่สกุลเงินตามนิยามของตลาด Forex แต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักเปิดให้ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มเดียวกับคู่เงิน ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการซื้อขายทองคำได้สะดวกมากขึ้น

ราคาของ XAU/USD มักได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายด้าน เช่น อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ดังนั้นก่อนเริ่มซื้อขาย ควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

มือใหม่ควรเลือกคู่เงินอย่างไร?

มือใหม่ควรเลือกคู่เงินอย่างไร compressed
มือใหม่ควรเลือกคู่เงินอย่างไร?

การเลือกคู่เงินไม่ควรพิจารณาจากความนิยมเพียงอย่างเดียว ก่อนเริ่มซื้อขาย ควรประเมินอย่างน้อยสี่เรื่องต่อไปนี้

Spread

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนการซื้อขาย

คู่เงินที่มีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD มักมี spread แคบกว่า ขณะที่คู่เงิน Exotic อาจมี spread กว้าง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

คู่เงินที่มักมี Spread ต่ำ

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดต้นทุนในการซื้อขาย การเลือกคู่เงินที่มี Spread ต่ำอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณา โดยทั่วไป คู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงมักมีต้นทุนการซื้อขายต่ำกว่าคู่เงินประเภทอื่น

คู่เงินอย่าง EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD และ AUD/USD มักถูกยกเป็นตัวอย่างของคู่เงินที่มี Spread ค่อนข้างต่ำในหลายช่วงเวลา เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายสูงในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ค่า Spread ที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามโบรกเกอร์ ช่วงเวลาซื้อขาย และสภาวะตลาดในขณะนั้น

ก่อนเริ่มซื้อขาย นักลงทุนควรตรวจสอบรายละเอียดของบัญชีและเงื่อนไขการให้บริการจากโบรกเกอร์ที่ใช้งาน เพื่อประเมินต้นทุนในการซื้อขายได้อย่างเหมาะสม

Liquidity หรือสภาพคล่อง

สภาพคล่องหมายถึงระดับความสะดวกในการซื้อหรือขายสินทรัพย์โดยไม่กระทบราคาอย่างมาก

คู่เงินที่มีผู้ซื้อขายจำนวนมากมักเปิดและปิดสถานะได้สะดวกกว่า แต่สภาพคล่องสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและสภาวะตลาด

คู่เงินไหนมีความผันผวนสูง?

ระดับความผันผวนของคู่เงินไม่ได้คงที่ตลอดเวลา แต่จะเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจ ข่าวสำคัญ และนโยบายของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม มีคู่เงินบางคู่ที่มักมีการเคลื่อนไหวของราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยในหลายช่วงเวลา

ตัวอย่างเช่น GBP/JPY เป็นคู่เงินที่ได้รับการกล่าวถึงบ่อยว่ามีความผันผวนค่อนข้างสูง ขณะที่ GBP/USD มักตอบสนองต่อข่าวเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็ว ส่วน XAU/USD แม้จะเป็นการซื้อขายทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ก็เป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงเช่นกันเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญในตลาดโลก

นักลงทุนควรตระหนักว่า ความผันผวนที่สูงอาจเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ก็เพิ่มโอกาสในการขาดทุนได้เช่นกัน หากไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

Volatility หรือความผันผวน

ความผันผวนคือระดับการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง

ความผันผวนเปิดโอกาสให้ราคาเคลื่อนไหว แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน เมื่อเกิดข่าวเศรษฐกิจสำคัญ spread อาจกว้างขึ้น และราคาอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าปกติ

เวลาเทรดคู่เงินมีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาหรือไม่?

ช่วงเวลาที่ซื้อขายถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของคู่เงินแต่ละคู่ โดยทั่วไป คู่เงินจะมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาทำการของประเทศที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น คู่เงินที่เกี่ยวข้องกับเงินเยนญี่ปุ่น เช่น USD/JPY มักมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นในช่วงตลาดเอเชีย ขณะที่ EUR/USD และ GBP/USD มักมีความเคลื่อนไหวมากในช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ตลาดทั้งสองแห่งเปิดพร้อมกัน ซึ่งมักมีสภาพคล่องสูงและมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

แม้ว่าช่วงเวลาที่ตลาดคึกคักจะช่วยให้การส่งคำสั่งซื้อขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ความผันผวนของราคาก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นักลงทุนจึงควรวางแผนการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม

ช่วงเวลาที่สามารถติดตามตลาดได้

คู่เงินแต่ละคู่มักมีความเคลื่อนไหวมากขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดของสกุลเงินนั้นเปิดทำการ

มือใหม่ควรเลือกคู่เงินจำนวนไม่มาก เพื่อฝึกสังเกตพฤติกรรมราคา ติดตามข่าว และทดลองวางแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

คู่เงินไหนน่าเทรดสำหรับผู้เริ่มต้น?

คำถามที่ผู้เริ่มต้นหลายคนสงสัยคือ “คู่เงินไหนน่าเทรด?” ในความเป็นจริง ไม่มีคู่เงินใดที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนทุกคน เพราะการเลือกคู่เงินควรพิจารณาจากรูปแบบการลงทุน ระยะเวลาที่ใช้ในการซื้อขาย และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม นักเทรดมือใหม่มักเริ่มต้นจากคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD, USD/JPY หรือ GBP/USD เนื่องจากคู่เงินเหล่านี้มีปริมาณการซื้อขายสูง มีข้อมูลด้านเศรษฐกิจให้ติดตามจำนวนมาก และโดยทั่วไปมักมีต้นทุนการซื้อขายต่ำกว่าคู่เงินประเภทอื่น

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น การเลือกศึกษาคู่เงินเพียง 1–2 คู่ก่อน จะช่วยให้เข้าใจลักษณะการเคลื่อนไหวของราคา ติดตามข่าวสารได้ง่ายขึ้น และสามารถพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ได้อย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจก่อนซื้อขาย Forex

Forex ที่คนไทยเทรดส่วนใหญ่คืออะไร CFD Margin Leverage compressed
ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจก่อนซื้อขาย Forex

การรู้จักคู่เงินเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การซื้อขาย Forex ยังมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคา spread และเลเวอเรจ

CFTC เตือนว่า การใช้ margin และเลเวอเรจสามารถขยายทั้งกำไรและขาดทุนได้ หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะ ผู้ซื้อขายอาจสูญเสียเงินทุนอย่างรวดเร็ว

แนวทางพื้นฐานสำหรับมือใหม่ ได้แก่:

  • ทดลองเรียนรู้ด้วยบัญชี demo ก่อนใช้เงินจริง
  • ศึกษา spread และเงื่อนไขของแพลตฟอร์มให้เข้าใจ
  • ไม่ใช้เงินที่จำเป็นต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • กำหนดความเสี่ยงต่อการซื้อขายแต่ละครั้ง
  • หลีกเลี่ยงคำโฆษณาที่รับประกันผลกำไร

คู่เงินสำหรับ Scalping

Scalping เป็นรูปแบบการซื้อขายระยะสั้นที่เน้นการเปิดและปิดสถานะหลายครั้งภายในวัน เพื่อเก็บกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงสั้น ๆ กลยุทธ์นี้มักได้รับความนิยมในคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงและมี Spread ค่อนข้างต่ำ

คู่เงินอย่าง EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY มักถูกเลือกใช้ในการทำ Scalping เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายสูง ทำให้สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้รวดเร็วในหลายช่วงเวลาของวัน

อย่างไรก็ตาม การทำ Scalping จำเป็นต้องอาศัยวินัยในการซื้อขาย การบริหารความเสี่ยง และการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้เริ่มต้นจึงควรทดลองฝึกฝนผ่านบัญชีทดลองก่อนนำไปใช้กับการลงทุนจริง เพื่อทำความเข้าใจลักษณะของกลยุทธ์และประเมินความเหมาะสมกับรูปแบบการลงทุนของตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

คู่สกุลเงิน Forex คืออะไร?

คู่สกุลเงิน Forex คือการเปรียบเทียบมูลค่าของสกุลเงินสองสกุล เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY

คู่เงินใดเหมาะสำหรับการเรียนรู้เบื้องต้น?

คู่เงินหลักที่มีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD มักถูกใช้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากมีข้อมูลให้ศึกษาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ไม่มีคู่เงินใดปราศจากความเสี่ยง

EUR/USD หมายถึงอะไร?

EUR/USD แสดงจำนวนดอลลาร์สหรัฐที่ต้องใช้เพื่อแลกกับเงิน 1 ยูโร หากราคาอยู่ที่ 1.1000 หมายความว่า เงิน 1 ยูโรมีมูลค่าเท่ากับ 1.1000 ดอลลาร์สหรัฐ

คู่เงินหลักมีทั้งหมดกี่คู่?

สื่อการเรียนรู้ Forex สำหรับนักลงทุนรายย่อยมักกล่าวถึง 7 คู่เงินหลัก แต่การจัดกลุ่มอาจแตกต่างกันตามแหล่งข้อมูลและวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์

บทสรุป

คู่สกุลเงิน เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่นักลงทุน Forex ทุกคนต้องเรียนรู้ก่อนเริ่มต้นซื้อขาย การเข้าใจประเภทของคู่สกุลเงิน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา และลักษณะการเคลื่อนไหวของแต่ละคู่ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจเทรดได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งช่วยบริหารความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ support@wemastertrade.com ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form