Swap คือ ค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยค้างคืนที่เกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์ถือสถานะซื้อหรือขายในตลาด Forex ข้ามคืน โดยค่า Swap จะถูกคำนวณจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองสกุลในคู่เงินที่ทำการซื้อขาย ค่าใช้จ่ายหรือผลตอบแทนจาก Swap อาจเป็นบวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับทิศทางการเทรดและเงื่อนไขของโบรกเกอร์ ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่อง Swap จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่วางแผนถือออเดอร์ระยะกลางถึงระยะยาว
Swap คืออะไร?
ในบริบทของ Forex และ CFD ค่า Swap คือค่าธรรมเนียมหรือเครดิตที่อาจเกิดขึ้นเมื่อถือสถานะผ่านเวลา Rollover ของผู้ให้บริการ
Rollover คือกระบวนการเลื่อนสถานะไปยังวันซื้อขายถัดไป ในตลาด Forex แนวคิดนี้เกี่ยวข้องกับส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน รวมถึงต้นทุนจากผู้ให้บริการสภาพคล่องและค่าบริหารจัดการของผู้ให้บริการซื้อขาย
ตัวอย่างเช่น เมื่อเปิด Buy EUR/USD คุณกำลังซื้อเงินยูโรและขายดอลลาร์สหรัฐในเวลาเดียวกัน ส่วนต่างของต้นทุนระหว่างสองฝั่งมีผลต่อ Swap ที่ถูกคำนวณ
คำศัพท์พื้นฐานที่ควรรู้ ได้แก่:
- Long หรือ Buy: สถานะซื้อ
- Short หรือ Sell: สถานะขาย
- Swap Long: ค่า Swap สำหรับสถานะซื้อ
- Swap Short: ค่า Swap สำหรับสถานะขาย
- Overnight Financing: ต้นทุนหรือเครดิตจากการถือสถานะข้ามคืน
- Lot: หน่วยที่ใช้ระบุขนาดของสถานะ
Swap ไม่ได้เป็นค่าลบเสมอไป บางสถานะอาจได้รับเครดิต Swap เป็นบวก อย่างไรก็ตาม อัตราที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับ Instrument ทิศทางการเทรด ประเภทบัญชี และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
ข้อควรจำ: ตรวจสอบค่า Swap จากแพลตฟอร์มทุกครั้งก่อนถือออเดอร์ข้ามคืน อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและสภาวะตลาด
ดูเพิ่มเติม:
- Leverage forex คือ คืออะไร? มือใหม่ต้องรู้ก่อนลงทุน
- Pip คืออะไร? วิธีคำนวณและตัวอย่างสำหรับมือใหม่
- Lot Forex คืออะไร? วิธีคำนวณและเลือก Lot ให้เหมาะกับความเสี่ยง
- เทรด Forex คืออะไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ที่อยากเข้าใจอย่างมีระบบ
สิ่งที่มือใหม่มักมองข้าม: Triple Swap

ผู้เริ่มต้นบางคนตรวจสอบค่า Swap ต่อวันแล้วคิดว่าต้นทุนจะเท่ากันทุกคืน แต่ในบางวัน Swap อาจถูกคิดหลายเท่าเพื่อสะท้อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดของตลาด
Forex spot มักมีรอบการชำระราคาแบบ T+2 หมายถึงวันที่ชำระธุรกรรมโดยทั่วไปอยู่หลังจากวันซื้อขายสองวันทำการ เมื่อต้องเลื่อนวันชำระผ่านช่วงสุดสัปดาห์ ต้นทุนที่เกี่ยวข้องอาจถูกรวมไว้ในวันใดวันหนึ่ง
สำหรับคู่เงิน Forex จำนวนมาก Triple Swap มักเกิดขึ้นในวันพุธ แต่ไม่ควรถือเป็นกฎตายตัวสำหรับทุก Instrument ตามเอกสารของ MetaTrader 5 ผู้ให้บริการสามารถกำหนดตัวคูณ Swap ของแต่ละวันได้
ตัวอย่าง Triple Swap แบบง่าย
สมมติว่าออเดอร์หนึ่งมี Swap Long เท่ากับ -3 USD ต่อคืน
คืนปกติ:
-3 × 1 = -3 USD
คืนที่มีตัวคูณ 3:
-3 × 3 = -9 USD
หากคุณวางแผนถือสถานะหลายวัน ต้นทุนส่วนนี้อาจสะสมและส่งผลต่อผลลัพธ์สุทธิ โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสถานะสูง
สรุปสั้น: ก่อนถือออเดอร์ข้ามคืน ให้ตรวจสอบ Swap Long, Swap Short, เวลา Rollover และตัวคูณของแต่ละวัน อย่าคาดเดาจากชื่อวันเพียงอย่างเดียว
[Infographic แนะนำ: ปฏิทินหนึ่งสัปดาห์ที่แสดงคืนปกติและตัวอย่างวันที่มี Triple Swap]
Swap มีประโยชน์เมื่อใด?
การเข้าใจ Swap ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะสำหรับหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยให้เปรียบเทียบทางเลือกได้รอบด้านขึ้น
ประเมินต้นทุนการถือสถานะ
หากคุณกำลังเปรียบเทียบสองแผนการเทรดที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน ค่า Swap อาจเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ควรนำมาพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อคาดว่าจะถือออเดอร์หลายคืน
คำนวณผลลัพธ์สุทธิ
กำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายเสมอไป ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น Spread, Commission และ Swap อาจทำให้ผลลัพธ์สุทธิแตกต่างจากที่เห็นบนกราฟ
ทำความเข้าใจ Carry Trade
Carry Trade คือแนวทางที่พิจารณาส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน ผู้เทรดบางรายศึกษาโอกาสรับ Swap เป็นบวกจากการถือสถานะ
อย่างไรก็ตาม Swap เป็นบวกไม่ได้หมายความว่าการเทรดจะมีกำไร หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะ ความเสียหายจากราคาอาจสูงกว่าเครดิต Swap ที่ได้รับ
Swap อาจสร้างความเสียหายเมื่อใด?

Swap เป็นหนึ่งในต้นทุนที่สะสมตามเวลา ยิ่งถือออเดอร์นาน ผลกระทบยิ่งมีโอกาสเพิ่มขึ้น
สถานการณ์ที่ควรระวัง ได้แก่:
- ถือออเดอร์ที่มี Swap ติดลบหลายวัน
- ไม่ตรวจสอบ Triple Swap หรือผลจากวันหยุด
- เปิดสถานะขนาดใหญ่โดยประเมินเฉพาะกำไรจากราคา
- เลือกสินทรัพย์จาก Swap เป็นบวกโดยไม่ดูความผันผวน
- คิดว่า Swap ของวันนี้จะเท่ากับ Swap ในอนาคตเสมอ
- ไม่ตรวจสอบเวลา Rollover ตามเขตเวลาของเซิร์ฟเวอร์
OANDA ระบุว่า Funding Rate สำหรับ Forex สามารถเปลี่ยนแปลงได้รายวัน และอาจได้รับผลกระทบจากวันหยุดหรือช่วงสุดสัปดาห์ ผู้ให้บริการแต่ละรายอาจใช้เงื่อนไขต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์มที่ใช้งานจริง
วิธีคำนวณค่า Swap
ไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุก Instrument เพราะแพลตฟอร์มรองรับวิธีคิดหลายแบบ ก่อนคำนวณควรตรวจสอบ Swap Type ใน Contract Specification
สูตรเมื่อ Swap แสดงเป็น Points
หากผู้ให้บริการกำหนด Swap เป็น Points สามารถประมาณค่าได้ด้วยสูตร:
Swap = Swap Points × มูลค่าต่อ Point × จำนวน Lot × ตัวคูณของวัน
ตัวแปรแต่ละส่วนหมายถึง:
| ตัวแปร | ความหมาย |
| Swap Points | ค่า Swap สำหรับ Long หรือ Short ตามทิศทางของออเดอร์ |
| มูลค่าต่อ Point | มูลค่าเงินของการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง Point สำหรับขนาดสถานะที่กำหนด |
| จำนวน Lot | ขนาดของสถานะ |
| ตัวคูณของวัน | ตัวคูณ เช่น 1 สำหรับคืนปกติ หรือ 3 สำหรับ Triple Swap |
ตัวอย่างการคำนวณทีละขั้น
สมมติว่า Contract Specification แสดงข้อมูลดังนี้:
Instrument: EUR/USD
ทิศทาง: Buy
ขนาดสถานะ: 1 lot
Swap Long: -6 points
มูลค่าต่อ Point สำหรับ 1 lot: 1 USD
ตัวคูณของวันปกติ: 1
นำข้อมูลเข้าสูตร:
Swap = -6 × 1 × 1 × 1
Swap = -6 USD
หากถือสถานะผ่านวันที่มีตัวคูณ 3:
Swap = -6 × 1 × 1 × 3
Swap = -18 USD
หากลดขนาดสถานะเหลือ 0.1 lot ในคืนปกติ:
Swap = -6 × 1 × 0.1 × 1
Swap = -0.60 USD
ตัวอย่างนี้ใช้ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ค่า Swap จริงต้องตรวจสอบจากแพลตฟอร์มก่อนเปิดออเดอร์
สูตรเมื่อ Funding Rate แสดงเป็นอัตรารายปี
ผู้ให้บริการบางรายแสดง Funding Rate เป็นเปอร์เซ็นต์รายปี ตัวอย่างเช่น OANDA อธิบายสูตรโดยสรุปดังนี้:
ค่า Financing รายวัน
= มูลค่าสถานะ × Funding Rate ที่ใช้จริง × 1 ÷ 365
หากมูลค่าสถานะเท่ากับ 10,000 USD และ Funding Rate สมมติเท่ากับ -3% ต่อปี:
10,000 × (-0.03) ÷ 365
= -0.82 USD โดยประมาณต่อวัน
สูตรนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับรูปแบบอัตรารายปี ผู้ให้บริการอาจรวมค่าบริหารจัดการหรือใช้หลักเกณฑ์เฉพาะของตนเอง
จุดสำคัญ: MT5 รองรับ Swap หลายรูปแบบ เช่น Points, สกุลเงินของบัญชี และเปอร์เซ็นต์ของราคา อย่าใช้สูตรก่อนตรวจสอบ Swap Type
วิธีตรวจสอบค่า Swap บน MT4 และ MT5

คุณไม่จำเป็นต้องคำนวณจากความจำ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้จาก Contract Specification ของ Symbol
วิธีตรวจสอบบน MT4
- เปิดหน้าต่าง Market Watch
- คลิกขวาที่คู่เงินหรือ Symbol ที่ต้องการ
- เลือก Specification
- ตรวจสอบ Swap Type
- ดูค่า Swap Long สำหรับ Buy
- ดูค่า Swap Short สำหรับ Sell
- ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการ
เอกสาร MetaTrader 4 ระบุว่า Contract Specification แสดงประเภทการคำนวณ Swap รวมถึง Swap Long และ Swap Short
วิธีตรวจสอบบน MT5
- เปิดหน้าต่าง Market Watch
- คลิกขวาที่ Symbol
- เลือก Specification
- ตรวจสอบ Swap Type
- ดู Swap Long และ Swap Short
- ตรวจสอบ Swap Rates หรือตัวคูณรายวัน
- ตรวจสอบเวลาที่ใช้ Rollover จากเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
[ภาพหน้าจอแนะนำ: หน้าต่าง Specification บน MT5 พร้อมกรอบเน้น Swap Type, Swap Long, Swap Short และ Swap Rates]
บน MT5 ผู้ให้บริการสามารถกำหนดตัวคูณ Swap แยกตามวันได้ หากช่องข้อมูลไม่ชัดเจน ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนก่อนถือสถานะข้ามคืน
Swap, Spread และ Commission ต่างกันอย่างไร?
ต้นทุนทั้งสามประเภทอาจเกิดขึ้นกับการเทรดเดียวกัน แต่มีหลักการต่างกัน
| หัวข้อ | Swap | Spread | Commission |
| ความหมาย | ค่าใช้จ่ายหรือเครดิตจากการถือสถานะผ่าน Rollover | ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask | ค่าธรรมเนียมการทำรายการ |
| เกิดขึ้นเมื่อใด | เมื่อถือออเดอร์ข้ามเวลาที่กำหนด | มีผลเมื่อเข้าและออกจากตลาด | เมื่อเปิด ปิด หรือทั้งสองช่วง ตามเงื่อนไขบัญชี |
| วิธีคำนวณ | ขึ้นกับ Instrument, ทิศทาง, Lot และ Swap Type | ส่วนต่างราคา × ขนาดสถานะ | อัตราค่าธรรมเนียม × Volume |
| ผลต่อค่าใช้จ่าย | สะสมได้ตามจำนวนคืน | สำคัญแม้เทรดระยะสั้น | เพิ่มต้นทุนตามจำนวนรายการ |
| ใครควรให้ความสำคัญมาก | Swing Trader และ Position Trader | Scalper และ Day Trader | ผู้ที่ส่งคำสั่งบ่อย |
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ส่วน Commission คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บตามโครงสร้างของบัญชี Swap จึงไม่ใช่ต้นทุนทดแทนสองรายการนี้
Swap ส่งผลต่อแต่ละสไตล์การเทรดอย่างไร?

Scalping
Scalping คือการเปิดและปิดสถานะในช่วงเวลาสั้นมาก หากปิดออเดอร์ก่อน Rollover ค่า Swap มักไม่ใช่ต้นทุนหลัก
Scalper ควรให้ความสำคัญกับ Spread, Commission และ Slippage มากกว่า Slippage คือความแตกต่างระหว่างราคาที่คาดหวังกับราคาที่ดำเนินการจริง
Day Trading
Day Trading คือการเปิดและปิดสถานะภายในวันเดียวกัน หากปิดออเดอร์ก่อนเวลา Rollover โดยทั่วไปจะไม่เกิด Swap
อย่างไรก็ตาม เวลา Rollover อาจอ้างอิงเขตเวลาของเซิร์ฟเวอร์ ไม่จำเป็นต้องตรงกับเวลาเที่ยงคืนในประเทศไทย
Swing Trading
Swing Trading คือการถือสถานะหลายวันเพื่อจับการเคลื่อนไหวเป็นรอบ ค่า Swap ควรถูกนำมาใช้ประเมินต้นทุนตั้งแต่ก่อนเปิดออเดอร์
Swing Trader ควรตรวจสอบ Triple Swap และผลจากวันหยุดเป็นพิเศษ เพราะต้นทุนสามารถสะสมได้ระหว่างการถือสถานะ
Position Trading
Position Trading คือการถือสถานะเป็นระยะเวลานานตั้งแต่หลายสัปดาห์ขึ้นไป ค่า Swap อาจส่งผลชัดเจนต่อผลลัพธ์สุทธิ
ผู้เทรดกลุ่มนี้ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของ Funding Rate รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจที่อาจมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน
[Infographic แนะนำ: ตารางเปรียบเทียบความสำคัญของ Swap สำหรับ Scalping, Day Trading, Swing Trading และ Position Trading]
บัญชี No Swap หรือ Swap-Free เหมาะกับใคร?
บัญชี No Swap หรือ Swap-Free เป็นทางเลือกที่ผู้ให้บริการบางรายนำเสนอ เพื่อลดหรือยกเว้นค่า Swap ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ตัวเลือกนี้อาจเหมาะกับผู้ที่ถือออเดอร์ข้ามคืนเป็นประจำ หรือต้องการวางแผนต้นทุนให้เข้าใจง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม No Swap ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมด
ก่อนเลือกใช้บริการ ควรตรวจสอบ:
- Instrument ใดบ้างที่รองรับ No Swap
- มีข้อจำกัดจำนวนวันที่ถือออเดอร์หรือไม่
- มีค่าบริหารจัดการหรือค่าธรรมเนียมทดแทนหรือไม่
- เงื่อนไขแตกต่างกันตามประเภทบัญชีหรือไม่
- Spread และ Commission ยังถูกคิดตามปกติหรือไม่
- ข้อกำหนดสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่
บัญชี Swap-Free ไม่ได้เหมาะกับทุกคน หากคุณเทรดระยะสั้นและไม่ถือสถานะข้ามคืน ความแตกต่างอาจมีน้อยกว่าปัจจัยด้าน Spread หรือ Commission
สรุป
Swap คือ ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อผลกำไรหรือขาดทุนของการเทรด Forex โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ถือสถานะข้ามคืนเป็นประจำ การศึกษาอัตรา Swap ของแต่ละคู่สกุลเงินและเงื่อนไขของโบรกเกอร์จะช่วยให้สามารถวางแผนการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว


