Moving Average คืออะไร? วิธีใช้เส้น MA สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่

Last updated: 05/06/2026

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด Forex หุ้น และสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ โดยใช้หลักการคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยให้นักเทรดมองเห็นแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น Moving Average สามารถใช้ระบุทิศทางของราคา ค้นหาจุดเข้าออกตลาด และเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเทรดหลากหลายรูปแบบ

Moving Average คืออะไร?

Moving Average คือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ โดยนำข้อมูลราคาย้อนหลังตามจำนวนช่วงเวลาที่กำหนดมาหาค่าเฉลี่ย แล้วแสดงผลเป็นเส้นบนกราฟราคา

ข้อมูลที่นิยมใช้คือราคาปิด แต่บางแพลตฟอร์มสามารถเลือกใช้ราคาเปิด ราคาสูงสุด หรือราคาต่ำสุดได้เช่นกัน จำนวนช่วงเวลาที่นำมาคำนวณเรียกว่า Period

ตัวอย่างเช่น MA 20 บนกราฟรายวัน หมายถึงเส้นค่าเฉลี่ยจากข้อมูลราคา 20 วันล่าสุด หากใช้ MA 20 บนกราฟรายชั่วโมง ก็จะหมายถึงค่าเฉลี่ยจากแท่งราคา 20 ชั่วโมงล่าสุด

จุดสำคัญ: MA ใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้ว จึงเป็นเครื่องมือประเภท Lagging Indicator หรือ Indicator ที่ตอบสนองตามหลังราคา

Moving Average คืออะไร compressed
Moving Average คืออะไร?

ดูเพิ่มเติม:

เส้น MA ทำงานอย่างไร?

หลักการของ Moving Average เข้าใจได้ไม่ยาก ลองเริ่มจาก Simple Moving Average หรือ SMA ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยแบบพื้นฐาน

ขั้นตอนที่ 1: เลือกจำนวน Period

สมมติว่าต้องการคำนวณ SMA 5 วัน เราจะใช้ราคาปิดย้อนหลัง 5 วันล่าสุด

วัน ราคาปิด
วันที่ 1 100
วันที่ 2 102
วันที่ 3 101
วันที่ 4 104
วันที่ 5 103

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณค่าเฉลี่ย

นำราคาปิดทั้ง 5 วันมารวมกัน แล้วหารด้วยจำนวนวัน

SMA = (100 + 102 + 101 + 104 + 103) ÷ 5 = 102

ดังนั้น ค่า SMA 5 วัน ของวันที่ 5 เท่ากับ 102

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มข้อมูลใหม่และตัดข้อมูลเก่าออก

เมื่อมีราคาปิดของวันที่ 6 เท่ากับ 106 ข้อมูลวันที่ 1 จะถูกตัดออก จากนั้นจึงคำนวณค่าเฉลี่ยใหม่

SMA ใหม่ = (102 + 101 + 104 + 103 + 106) ÷ 5 = 103.2

ค่าเฉลี่ยจึง “เคลื่อนที่” ไปพร้อมกับข้อมูลใหม่

ขั้นตอนที่ 4: เชื่อมค่าเฉลี่ยเป็นเส้น

เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยในแต่ละวันต่อเนื่องกัน แพลตฟอร์มจะแสดงผลเป็นเส้น MA บนกราฟ เส้นดังกล่าวมักดูเรียบกว่ากราฟราคา เพราะความผันผวนระยะสั้นบางส่วนถูกลดทอนลง

เส้น MA ทำงานอย่างไร compressed
เส้น MA ทำงานอย่างไร?

Moving Average มีกี่ประเภท?

MA แต่ละประเภทมีหลักการร่วมกัน คือใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อสร้างเส้นค่าเฉลี่ย ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่การให้น้ำหนักกับข้อมูลแต่ละช่วงเวลา

Simple Moving Average (SMA)

SMA ให้น้ำหนักกับข้อมูลทุกจุดเท่ากัน หากคำนวณ SMA 20 วัน ราคาปิดแต่ละวันจะมีผลต่อค่าเฉลี่ยในสัดส่วนเท่ากัน

SMA เหมาะกับการดูแนวโน้มโดยรวม เพราะเส้นค่อนข้างเรียบและเข้าใจง่าย อย่างไรก็ตาม เส้นอาจตอบสนองช้าหากราคาเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว

Exponential Moving Average (EMA)

EMA ให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่าข้อมูลที่เก่ากว่า จึงตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาเร็วกว่า SMA เมื่อใช้ Period เท่ากัน

ตามคำอธิบายของ Fidelity ความไวที่เพิ่มขึ้นมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด EMA อาจช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น แต่ก็อาจตอบสนองต่อความผันผวนระยะสั้นมากขึ้นด้วย

Weighted Moving Average (WMA)

WMA หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนัก กำหนดน้ำหนักให้ข้อมูลแต่ละจุดแตกต่างกันตามสูตรที่เลือกใช้ แนวคิดคล้าย EMA แต่รายละเอียดการคำนวณต่างกัน

สำหรับมือใหม่ การเริ่มจาก SMA หรือ EMA เพียงชนิดเดียวมักเพียงพอ ก่อนเพิ่มเครื่องมือใหม่ควรเข้าใจว่าเครื่องมือนั้นช่วยตอบคำถามอะไร

[Gợi ý hình minh họa: กราฟเดียวกันที่แสดง SMA และ EMA ด้วย Period เท่ากัน เพื่อเปรียบเทียบความเร็วในการตอบสนอง]

6 ลักษณะของเส้น MA ที่ควรจำ

6 ลักษณะของเส้น MA ที่ควรจำ compressed
6 ลักษณะของเส้น MA ที่ควรจำ

เส้น MA ช่วยลดสัญญาณรบกวน

กราฟราคาอาจขึ้นลงหลายครั้งในช่วงสั้น เส้น MA ช่วยทำให้ภาพรวมเรียบขึ้น จึงมองแนวโน้มได้ง่ายกว่าเดิม

เส้น MA เคลื่อนที่ตามหลังราคา

MA คำนวณจากข้อมูลย้อนหลัง ไม่ได้บอกว่าราคาจะเคลื่อนไหวอย่างไรในอนาคต จากข้อมูลของ StockCharts ChartSchool Moving Average เป็นเครื่องมือประเภท Trend-following หรือ Lagging Indicator

Period สั้นตอบสนองต่อราคาเร็วกว่า

ตัวอย่างเช่น EMA 10 มักเคลื่อนไหวใกล้ราคามากกว่า EMA 50 เพราะใช้ข้อมูลย้อนหลังน้อยกว่า ข้อแลกเปลี่ยนคือเส้นระยะสั้นอาจเปลี่ยนทิศทางบ่อยขึ้น

Period ยาวเรียบกว่าแต่ตอบสนองช้ากว่า

เส้นอย่าง MA 100 หรือ MA 200 เหมาะสำหรับสังเกตแนวโน้มระยะยาว แต่ไม่เหมาะกับการคาดหวังว่าจะตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวล่าสุดอย่างรวดเร็ว

ตำแหน่งราคาเทียบกับ MA ช่วยบอกบริบท

เมื่อราคาอยู่เหนือเส้น MA และเส้น MA มีความชันขึ้น อาจสะท้อนว่าตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ในทางกลับกัน หากราคาอยู่ใต้เส้น MA และเส้นมีความชันลง ตลาดอาจอยู่ในแนวโน้มขาลง

คำว่า “อาจ” สำคัญมาก เพราะตำแหน่งของราคาไม่ใช่หลักฐานยืนยันผลลัพธ์ในอนาคต

ตลาด Sideways ทำให้เกิดสัญญาณหลอกได้ง่าย

Sideways คือสภาวะที่ราคาเคลื่อนไหวในกรอบโดยไม่มีแนวโน้มชัดเจน ในช่วงดังกล่าว ราคาหรือเส้น MA ระยะสั้นอาจตัดเส้น MA ระยะยาวขึ้นลงหลายครั้ง

[Gợi ý hình minh họa: กราฟสองภาพวางคู่กัน ภาพแรกแสดงแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน ภาพที่สองแสดงตลาด Sideways พร้อมจุดตัด MA หลายครั้ง]

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในการใช้ Moving Average

ข้อจำกัดของการเทรดแบบ Manual compressed
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในการใช้ Moving Average

 

ราคาตัดเส้น MA ขึ้นแล้วต้องซื้อทันที

การที่ราคาตัด MA ขึ้นไปเป็นข้อมูลหนึ่งชิ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะเพิ่มขึ้นต่อเสมอ ตลาดอาจกำลังกลับตัว หรืออาจเคลื่อนไหว Sideways ต่อไปก็ได้

EMA ระยะสั้นตัด EMA ระยะยาวคือสัญญาณที่เชื่อถือได้เสมอ

เมื่อเส้น EMA ระยะสั้นตัดเส้น EMA ระยะยาวขึ้น มักเรียกว่า Bullish Crossover ส่วนการตัดลงมักเรียกว่า Bearish Crossover

สัญญาณเหล่านี้อาจมีประโยชน์เมื่อแนวโน้มชัดเจน แต่มีโอกาสผิดพลาดได้มากในตลาด Sideways การตัดกันจึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ

EMA ดีกว่า SMA ในทุกสถานการณ์

EMA ตอบสนองเร็วกว่า SMA แต่ไม่ได้หมายความว่าแม่นยำกว่าทุกครั้ง เส้นที่ไวขึ้นอาจแสดงการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นที่ไม่มีนัยสำคัญต่อแผนการเทรดของคุณ

การเลือก SMA หรือ EMA ควรสัมพันธ์กับสินทรัพย์ กรอบเวลา และระยะเวลาที่ต้องการถือสถานะ

ใช้ MA หลายเส้นแล้วจะวิเคราะห์ได้ดีขึ้น

การวางเส้น MA จำนวนมากบนกราฟอาจทำให้ตัดสินใจยากขึ้น ราคาแทบจะอยู่ใกล้เส้นใดเส้นหนึ่งเสมอ หากไม่กำหนดวัตถุประสงค์ของแต่ละเส้นให้ชัดเจน

ทำไมการใช้ MA แบบผิดวิธีจึงเกิดขึ้น?

ปัญหาหลักมาจากธรรมชาติของ Moving Average เอง MA ใช้ราคาย้อนหลัง จึงยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมากกว่าจะคาดการณ์สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อเกิด Crossover ราคามักเคลื่อนไหวไปแล้วระดับหนึ่ง หากรีบเปิดสถานะตามสัญญาณโดยไม่ตรวจสอบบริบท อาจเข้าซื้อหลังจากราคาปรับขึ้นมาก หรือขายหลังจากราคาปรับลงไปมากแล้ว

อีกสาเหตุหนึ่งคือการมองข้ามภาวะตลาด ในช่วงที่มีแนวโน้มชัด MA อาจช่วยกรองทิศทางได้ดี แต่ในช่วง Sideways การตัดขึ้นและตัดลงอาจเกิดสลับกันจนสร้างสัญญาณหลอก หรือ Whipsaw

ข้อควรจำ: Moving Average เหมาะกับการช่วยกรองบริบทของตลาด ไม่ควรเป็นเหตุผลเพียงข้อเดียวในการเปิดสถานะ

ตัวอย่างสมมติ: จุดตัดเดียวกันอาจให้ผลต่างกัน

เครื่องมือสำคัญสำหรับหาจุดเข้าเทรด compressed
ตัวอย่างสมมติ: จุดตัดเดียวกันอาจให้ผลต่างกัน

ลองพิจารณา EMA 10 และ EMA 30 ในสองสถานการณ์ ข้อมูลต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

สถานการณ์ A: ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน

สมมติว่าสินทรัพย์หนึ่งมีราคาเพิ่มขึ้นจาก 100 เป็น 116 ในช่วงหลายวัน ระหว่างทาง EMA 10 ตัด EMA 30 ขึ้น และเส้นทั้งสองเริ่มมีความชันขึ้น

สัญญาณนี้ช่วยสนับสนุนมุมมองว่าตลาดกำลังเป็นขาขึ้น แต่ไม่ได้ยืนยันว่าควรซื้อทันที เทรดเดอร์ยังต้องพิจารณาแนวรับ จุดหยุดขาดทุน และอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน

สถานการณ์ B: ตลาด Sideways

สมมติว่าสินทรัพย์เคลื่อนไหวในกรอบ 100–104 และ EMA 10 ตัด EMA 30 ขึ้นลงสามครั้ง หากซื้อเมื่อเกิด Crossover ขาขึ้นที่ 103.5 และขายเมื่อเกิด Crossover ขาลงที่ 101.5 จะขาดทุน 2 หน่วยก่อนรวมค่าธรรมเนียม

ความเสียหายไม่ได้เกิดจากสูตรคำนวณผิด แต่เกิดจากการนำเครื่องมือตามแนวโน้มไปใช้ในตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน

[Gợi ý hình minh họa: กราฟสถานการณ์สมมติสองภาพ พร้อมระบุราคา จุดตัด EMA และผลลัพธ์ของแต่ละกรณี]

วิธีใช้ Moving Average อย่างเหมาะสม

ไม่มี Period หรือสูตร MA ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เทรดเดอร์ควรเลือกค่าที่เหมาะกับกรอบเวลาและทดสอบแนวทางก่อนใช้งานจริง

ใช้ Checklist ต่อไปนี้เพื่อเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ:

  • เลือกสินทรัพย์และกรอบเวลา ระบุให้ชัดว่ากำลังดูกราฟรายชั่วโมง รายวัน หรือรายสัปดาห์
  • กำหนดระยะเวลาถือสถานะ แผนระยะสั้นและแผนระยะยาวไม่จำเป็นต้องใช้ Period เดียวกัน
  • เริ่มจาก MA เพียงหนึ่งหรือสองเส้น เช่น EMA ระยะสั้นหนึ่งเส้นและ EMA ระยะยาวหนึ่งเส้น
  • อ่านโครงสร้างราคาก่อน ดูว่าราคากำลังสร้างจุดสูงใหม่ จุดต่ำใหม่ หรือเคลื่อนไหวในกรอบ
  • ตรวจสอบตำแหน่งและความชันของ MA ราคาอยู่เหนือหรือใต้เส้น และเส้นกำลังชันขึ้น ชันลง หรือค่อนข้างราบ
  • แยกตลาดที่มีแนวโน้มออกจากตลาด Sideways หากภาพรวมไม่ชัดเจน การไม่เปิดสถานะก็เป็นการตัดสินใจได้
  • ใช้ข้อมูลอื่นประกอบ เช่น แนวรับ แนวต้าน รูปแบบแท่งเทียน หรือข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
  • วางแผนความเสี่ยงก่อนส่งคำสั่ง กำหนด Stop Loss ขนาดสถานะ และจำนวนเงินที่ยอมรับการขาดทุนได้
  • บันทึกผลและทดสอบย้อนหลัง ตรวจสอบว่าแนวทางเหมาะกับสินทรัพย์และสภาวะตลาดที่คุณติดตามหรือไม่

สรุป

Moving Average คือ เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสำหรับนักลงทุนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้เริ่มต้นหรือมืออาชีพ การเรียนรู้วิธีใช้งาน Moving Average อย่างถูกต้องและนำไปใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจซื้อขายและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form