Butterfly Pattern คืออะไร? วิธีดูรูปแบบและเทรดอย่างไรให้เข้าใจง่าย

Last updated: 02/06/2026

Butterfly Pattern เป็นหนึ่งในรูปแบบฮาร์มอนิกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเทรด Forex และนักลงทุนสายวิเคราะห์ทางเทคนิค เนื่องจากสามารถช่วยระบุจุดกลับตัวของราคาได้อย่างแม่นยำโดยอาศัยสัดส่วน Fibonacci รูปแบบนี้ช่วยให้นักเทรดสามารถคาดการณ์จุดเข้าและจุดออกจากตลาดได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ Butterfly Pattern กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์แนวโน้มและการบริหารความเสี่ยง

butterfly pattern คืออะไร

butterfly pattern คือรูปแบบกราฟประเภท Harmonic Pattern และจัดอยู่ในกลุ่ม Reversal Pattern หรือรูปแบบที่ใช้หาโอกาสกลับตัวของราคา

จุดเด่นของ Pattern นี้คือไม่ได้ดูแค่รูปร่างกราฟด้วยตาเปล่า แต่ใช้ Fibonacci Ratio มาช่วยวัดสัดส่วนของราคา เพื่อประเมินว่าโซนไหนมีโอกาสเป็นจุดกลับตัว

โครงสร้างของ butterfly pattern ประกอบด้วย 5 จุดหลัก ได้แก่

  • X จุดเริ่มต้นของ Pattern
  • A จุดสิ้นสุดของคลื่นแรก
  • B จุดย่อหรือเด้งกลับจาก XA
  • C จุดกลับตัวจาก AB
  • D จุดสำคัญที่สุด เป็นโซนที่คาดว่าราคาอาจกลับตัว

โดยทั่วไป trader จะไม่เข้าออเดอร์ทันทีเมื่อเห็นจุด X, A, B หรือ C แต่จะรอให้ราคาวิ่งมาถึง จุด D ก่อน เพราะจุด D คือบริเวณที่ Pattern สมบูรณ์ และเป็นโซนที่ใช้วางแผนเข้าเทรด

พูดง่าย ๆ คือ butterfly pattern เป็นเครื่องมือที่ช่วยตอบคำถามว่า

“ถ้าราคาวิ่งมาถึงโซนนี้ มีโอกาสกลับตัวหรือไม่ และควรวางแผนเทรดอย่างไร”

แต่ต้องจำไว้ว่า Pattern นี้ไม่ได้แม่น 100% จึงต้องใช้ร่วมกับสัญญาณยืนยันและการบริหารความเสี่ยงเสมอ

butterfly pattern คืออะไร

ดูเพิ่มเติม:

ทำไม butterfly pattern ถึงได้รับความนิยมในการเทรด

มีจุดเข้าและจุดออกค่อนข้างชัดเจน

butterfly pattern มีโครงสร้าง X-A-B-C-D ที่ชัดเจน ทำให้ trader สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ว่าควรรอราคาที่โซนไหน และถ้าจะเข้าออเดอร์ควรวาง Stop Loss ตรงไหน

ใช้ร่วมกับ Fibonacci ได้

Pattern นี้ใช้ Fibonacci เป็นแกนหลัก ไม่ใช่การเดารูปทรงจากกราฟอย่างเดียว ทำให้การวิเคราะห์มีกรอบที่เป็นระบบมากขึ้น

ช่วยวางแผน Risk/Reward

เพราะจุด D เป็นโซนที่คาดว่าราคาอาจกลับตัว trader จึงสามารถวาง Stop Loss ไว้นอกโซน D และตั้ง Take Profit ตามแนวรับแนวต้านหรือ Fibonacci ได้ ทำให้ประเมิน Risk/Reward ได้ก่อนเข้าออเดอร์

ใช้ได้หลายตลาด

butterfly pattern สามารถพบได้ในหลายตลาด เช่น

  • Forex
  • ทองคำ
  • Crypto
  • ดัชนี
  • หุ้น

ตราบใดที่ตลาดมีการแกว่งตัวเป็นคลื่น ก็มีโอกาสเกิด Harmonic Pattern ได้

ไม่ใช่สัญญาณที่การันตีกำไร

แม้จะมีโครงสร้างชัดเจน แต่ butterfly pattern ก็ล้มเหลวได้ โดยเฉพาะช่วงข่าวแรง ตลาดผันผวนสูง หรือเมื่อแนวโน้มหลักยังมี Momentum แข็งแรงมาก

รูปแบบของ butterfly pattern

รูปแบบของ butterfly pattern

butterfly pattern แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบหลัก คือ Bullish Butterfly Pattern และ Bearish Butterfly Pattern

Bullish butterfly pattern

Bullish butterfly pattern ใช้หาโอกาสกลับตัวขึ้น มักเกิดหลังแนวโน้มขาลง หรือช่วงที่ราคาย่อตัวลงมาลึก

โครงสร้างของ Bullish Butterfly

ลักษณะโดยรวมคือราคาลงจาก X ไป A จากนั้นเด้งขึ้นไป B ย่อลงมาที่ C แล้วลงต่อไปที่ D

จุด D จะอยู่ต่ำกว่าจุด X และเป็นโซนที่ trader มองหาโอกาส Buy หากมีสัญญาณยืนยัน

โครงสร้างพื้นฐานคือ:

  • X ไป A: ราคาเคลื่อนลง เป็นคลื่นแรก
  • A ไป B: ราคาดีดกลับขึ้น โดย B มัก retrace ประมาณ 78.6% ของ XA
  • B ไป C: ราคาย่อลงหรือแกว่งกลับ โดย C มัก retrace 38.2%-88.6% ของ AB
  • C ไป D: ราคาลงต่อมายังโซนกลับตัว
  • D: จุดสำคัญที่ใช้หาโอกาส Buy

Fibonacci Ratio สำคัญ

สำหรับ Bullish Butterfly จุด D มักสัมพันธ์กับ Fibonacci Extension ของ AB หรือสัดส่วนอื่นที่ใช้หาโซนกลับตัว โดยในบทความนี้ให้จำง่าย ๆ ว่า:

  • B ควร retrace ประมาณ 78.6% ของ XA
  • C ควร retrace ประมาณ 38.2%-88.6% ของ AB
  • D มักเป็น Extension ประมาณ 161.8%-261.8% ของ AB
  • D คือโซนกลับตัวสำคัญ ไม่ใช่จุดเข้าแบบตายตัว

ใช้หาจุดกลับตัวขึ้นอย่างไร

เมื่อราคาลงมาถึงโซน D trader จะรอสัญญาณกลับตัวขึ้น เช่น Hammer, Bullish Engulfing หรือราคาปฏิเสธการลงต่อ จากนั้นจึงพิจารณาเข้า Buy

Bearish butterfly pattern

Bearish butterfly pattern

Bearish butterfly pattern ใช้หาโอกาสกลับตัวลง มักเกิดหลังแนวโน้มขาขึ้น หรือช่วงที่ราคาดีดตัวขึ้นมาลึก

โครงสร้างของ Bearish Butterfly

ลักษณะโดยรวมคือราคาขึ้นจาก X ไป A จากนั้นย่อลงมาที่ B ดีดขึ้นไปที่ C แล้วขึ้นต่อไปที่ D

จุด D จะอยู่สูงกว่าจุด X และเป็นโซนที่ trader มองหาโอกาส Sell หากมีสัญญาณยืนยัน

โครงสร้างพื้นฐานคือ:

  • X ไป A: ราคาเคลื่อนขึ้น เป็นคลื่นแรก
  • A ไป B: ราคาย่อลง โดย B มัก retrace ประมาณ 78.6% ของ XA
  • B ไป C: ราคาดีดกลับ โดย C มัก retrace 38.2%-88.6% ของ AB
  • C ไป D: ราคาขึ้นต่อมายังโซนกลับตัว
  • D: จุดสำคัญที่ใช้หาโอกาส Sell

Fibonacci Ratio สำคัญ

Bearish Butterfly ใช้อัตราส่วนแบบเดียวกับ Bullish แต่กลับทิศทางกัน:

  • B retrace ประมาณ 78.6% ของ XA
  • C retrace ประมาณ 38.2%-88.6% ของ AB
  • D extension ประมาณ 161.8%-261.8% ของ AB
  • D เป็นโซนที่ราคาอาจเริ่มอ่อนแรงและกลับตัวลง

ใช้หาจุดกลับตัวลงอย่างไร

เมื่อราคาขึ้นมาถึงโซน D trader จะรอดูสัญญาณกลับตัวลง เช่น Shooting Star, Bearish Engulfing หรือราคาทะลุขึ้นแล้วกลับลงมาเร็ว จากนั้นจึงพิจารณาเข้า Sell

อัตราส่วน Fibonacci ที่ควรรู้

จุด/ขาของ Pattern Fibonacci Ratio ความหมาย ใช้ตรวจสอบอะไร
B เทียบกับ XA ประมาณ 78.6% จุด B คือการย่อหรือเด้งกลับจากคลื่น XA ตรวจว่า Pattern มีโครงสร้างแบบ Butterfly หรือไม่
C เทียบกับ AB ประมาณ 38.2%-88.6% จุด C คือการแกว่งกลับจากขา AB ตรวจว่าราคาไม่ได้ย่อสั้นหรือยาวผิดรูปมากเกินไป
D เทียบกับ AB ประมาณ 161.8%-261.8% จุด D คือโซน Extension ที่ราคาอาจกลับตัว ใช้หา Potential Reversal Zone
D Zone โซนกลับตัวสำคัญ ไม่ใช่จุดเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่ต้องรอสัญญาณยืนยัน ใช้วางแผนเข้าออเดอร์, Stop Loss, Take Profit

ข้อสำคัญคือ Fibonacci ไม่ควรถูกใช้แบบบังคับให้กราฟตรงกับ Pattern ถ้าสัดส่วนห่างเกินไปหรือ Swing ไม่ชัด ควรปล่อยผ่านมากกว่าฝืนตีความ

วิธีหา butterfly pattern บนกราฟ

วิธีหา butterfly pattern บนกราฟ

หา Swing High / Swing Low สำคัญ

เริ่มจากมองหาจุดกลับตัวที่ชัดบนกราฟ เช่น จุดสูงสุดและต่ำสุดที่ราคาตอบสนองจริง ไม่ควรใช้จุดเล็ก ๆ ที่เกิดจาก Noise ใน Timeframe สั้นมาก

Timeframe ที่นิยมใช้มักเป็น H1, H4 หรือ Daily เพราะโครงสร้างชัดกว่า

กำหนดจุด X และ A

เลือกคลื่นแรกที่ชัดเจนเป็นขา XA

ถ้าเป็น Bullish Butterfly ขา XA มักเป็นการลง
ถ้าเป็น Bearish Butterfly ขา XA มักเป็นการขึ้น

วัดจุด B ด้วย Fibonacci Retracement

ลาก Fibonacci Retracement จาก X ไป A แล้วดูว่าจุด B retrace กลับมาประมาณ 78.6% หรือไม่

ถ้าจุด B ตื้นหรือเลยมากเกินไป Pattern อาจไม่ใช่ Butterfly ที่สมบูรณ์

ตรวจสอบจุด C

จากนั้นวัดขา AB เพื่อดูว่าจุด C อยู่ในช่วง retracement ประมาณ 38.2%-88.6% หรือไม่

จุด C ไม่จำเป็นต้องแตะระดับใดระดับหนึ่งแบบเป๊ะ แต่ควรอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้

หาโซน D ด้วย Fibonacci Extension

ใช้ Fibonacci Extension เพื่อหาโซนที่ราคามีโอกาสไปจบ Pattern โดยจุด D มักอยู่ในช่วง 161.8%-261.8% ของ AB

จุด D คือพื้นที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นโซนที่ trader ใช้รอการกลับตัว

รอสัญญาณยืนยันก่อนเข้าออเดอร์

อย่าเข้าออเดอร์ทันทีเพียงเพราะราคาถึงโซน D ควรรอ Confirmation เช่น

  • Hammer
  • Shooting Star
  • Bullish Engulfing
  • Bearish Engulfing
  • Pin Bar
  • ราคาปฏิเสธโซน D ชัดเจน
  • Volume เพิ่มขึ้นในทิศทางกลับตัว
  • เกิด Break โครงสร้างย่อย

วิธีเทรดด้วย butterfly pattern

วิธีเทรดด้วย butterfly pattern
วิธีเทรดด้วย butterfly pattern

จุดเข้าออเดอร์

จุดเข้าออเดอร์ที่นิยมคือบริเวณ โซน D แต่ไม่ใช่การกดเข้าแบบทันที ควรรอให้เกิดสัญญาณยืนยันก่อน

สำหรับ Bullish Butterfly:

  • รอราคาลงถึง D
  • รอแท่งเทียนกลับตัวขึ้น
  • พิจารณา Buy เมื่อราคาเริ่มยืนยันแรงซื้อ

สำหรับ Bearish Butterfly:

  • รอราคาขึ้นถึง D
  • รอแท่งเทียนกลับตัวลง
  • พิจารณา Sell เมื่อราคาเริ่มยืนยันแรงขาย

Stop Loss

Stop Loss ควรวางไว้นอกโซน D หรือหลัง Swing สำคัญ

ตัวอย่าง:

  • Bullish Butterfly: วาง Stop Loss ใต้จุด D หรือใต้ Swing Low ล่าสุด
  • Bearish Butterfly: วาง Stop Loss เหนือจุด D หรือเหนือ Swing High ล่าสุด

ไม่ควรวาง Stop Loss แคบเกินไปจนโดนไส้เทียนกวาดง่าย แต่ก็ไม่ควรกว้างเกินจน Risk/Reward ไม่คุ้ม

Take Profit

Take Profit สามารถแบ่งเป็นหลายระดับ เช่น

  • TP1: แนวรับหรือแนวต้านใกล้สุด
  • TP2: จุด C หรือ B
  • TP3: Fibonacci Retracement ของขา CD
  • หรือใช้ Trailing Stop หากราคาวิ่งแรง

การแบ่งปิดกำไรเป็นส่วนช่วยลดความกดดัน และทำให้ไม่ต้องตัดสินใจทุกอย่างในจุดเดียว

Risk/Reward

ก่อนเข้าออเดอร์ควรดูว่า Risk/Reward คุ้มหรือไม่ โดยทั่วไป trader มักมองหาอย่างน้อย 1:2

เช่น เสี่ยง 30 USD เพื่อหวัง 60 USD
หรือ Stop Loss 50 pip แต่ Take Profit อย่างน้อย 100 pip

ถ้า Pattern สวย แต่จุดเข้าไกลจาก Stop Loss มาก และเป้ากำไรใกล้เกินไป ออเดอร์นั้นอาจไม่คุ้ม

ตัวอย่างการใช้งาน butterfly pattern

สมมติราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลง และเริ่มสร้างโครงสร้างคล้าย Bullish Butterfly

  • ราคาลงจากจุด X ไป A อย่างชัดเจน
  • ราคาดีดกลับขึ้นมาที่จุด B ใกล้ระดับ 78.6% ของ XA
  • ราคาย่อลงมาเป็นจุด C ในช่วง 38.2%-88.6% ของ AB
  • จากนั้นราคาลงต่อไปยังจุด D ซึ่งตรงกับ Fibonacci Extension ประมาณ 161.8%-261.8% ของ AB
  • จุด D อยู่ใกล้แนวรับเดิมใน Timeframe H4
  • ที่โซน D เกิดแท่ง Hammer และแท่งถัดไปปิดสูงกว่า High ของ Hammer

ในสถานการณ์นี้ trader อาจพิจารณา Buy เพราะมีหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ Pattern ครบ, Fibonacci อยู่ในโซน, มีแนวรับ และมี Candlestick Confirmation

แผนเทรดอาจเป็นแบบนี้:

  • จุดเข้า Buy: หลังแท่งยืนยันปิดเหนือ Hammer
  • Stop Loss: ใต้จุด D เล็กน้อย
  • TP1: แนวต้านใกล้สุด
  • TP2: บริเวณจุด C หรือ B
  • Risk/Reward: อย่างน้อย 1:2

ถ้าราคาหลุดจุด D ลงไปแรงและไม่มีสัญญาณกลับตัว แผนนี้ควรถูกยกเลิก เพราะ Pattern อาจล้มเหลว

ข้อดีของ butterfly pattern

มีโครงสร้างชัดเจน

Pattern นี้มีจุด X, A, B, C, D ทำให้ trader วิเคราะห์เป็นขั้นตอน ไม่ใช่มองกราฟแบบเดา

มีจุดกลับตัวที่คาดการณ์ได้

จุด D ช่วยให้ trader เตรียมแผนล่วงหน้าได้ว่าควรรอราคาในโซนไหน แทนที่จะไล่ราคากลางทาง

วางแผนล่วงหน้าได้

เมื่อรู้โซน D trader สามารถเตรียมจุดเข้า Stop Loss และ Take Profit ได้ก่อนราคาไปถึง

ใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นได้

butterfly pattern สามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือหลายอย่าง เช่น

  • แนวรับแนวต้าน
  • Fibonacci
  • Trendline
  • Candlestick Pattern
  • RSI
  • MACD
  • Volume

เหมาะกับ trader ที่ต้องการระบบมากกว่าการเดา

เพราะมีเงื่อนไขชัดเจน Pattern นี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการวิเคราะห์แบบมีขั้นตอน และต้องการลดการตัดสินใจจากอารมณ์

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้ butterfly pattern

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้ butterfly pattern

อย่าเข้าเทรดก่อน Pattern สมบูรณ์

Pattern จะสมบูรณ์เมื่อราคามาถึงโซน D หากเข้าออเดอร์ตั้งแต่จุด C โดยคาดว่าราคาจะไป D แล้วกลับตัว อาจเสี่ยงเกินไป

อย่าใช้ Fibonacci ผิดจุด

การลาก Fibonacci ผิด Swing จะทำให้ Ratio ทั้งหมดผิดตามไปด้วย ควรใช้ Swing High และ Swing Low ที่ชัดเจน ไม่ใช่จุดเล็ก ๆ ที่ไม่มีความสำคัญ

อย่ามองข้ามข่าวเศรษฐกิจสำคัญ

ช่วงข่าวแรง เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ หรือข้อมูลแรงงาน ราคาอาจทะลุโซน D ไปไกล แม้ Pattern จะดูสวยก็ตาม

อย่าใช้ lot size ใหญ่เกินไป

Pattern ที่ดูดีไม่ได้แปลว่าต้องเพิ่ม Lot การเปิดขนาดใหญ่เกินไปทำให้บัญชีเสียหายหนักได้หาก Pattern ล้มเหลว

Pattern ล้มเหลวได้เสมอ

ไม่มี Pattern ใดแม่น 100% หากราคาหลุดโซน D และไม่มีสัญญาณกลับตัว ควรยอมรับว่าแผนไม่ทำงาน

ต้องมี Stop Loss และ Money Management

Stop Loss คือสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ตัวเลือก ควรกำหนดความเสี่ยงต่อออเดอร์ก่อนเข้าเทรด เช่น 1% หรือ 2% ของพอร์ต ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้

สรุป

Butterfly Pattern เป็นรูปแบบฮาร์มอนิกที่มีประสิทธิภาพในการค้นหาจุดกลับตัวของราคาและโอกาสในการเปิดสถานะซื้อหรือขาย การทำความเข้าใจโครงสร้างของรูปแบบ สัดส่วน Fibonacci ที่เกี่ยวข้อง และการยืนยันสัญญาณด้วยเครื่องมืออื่น ๆ จะช่วยให้นักเทรดสามารถใช้งาน Butterfly Pattern ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น พร้อมทั้งลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในระยะยาว

Chat
Complaint & Review Form