ICT Forex คืออะไร? คู่มือพื้นฐาน Liquidity, FVG และ Order Block สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่

Last updated: 04/06/2026

คือ แนวทางการเทรดที่พัฒนาโดย Michael J. Huddleston หรือที่รู้จักในชื่อ Inner Circle Trader (ICT) ซึ่งมุ่งเน้นการวิเคราะห์พฤติกรรมของสถาบันการเงินและ Smart Money ในตลาด Forex กลยุทธ์ ICT ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเทรดที่ต้องการเข้าใจโครงสร้างตลาด สภาพคล่อง (Liquidity) และการเคลื่อนไหวของราคาในเชิงลึก เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนการซื้อขาย

ICT Forex คืออะไร?

ICT ย่อมาจาก Inner Circle Trader ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้โดย Michael J. Huddleston นักการศึกษาและเทรดเดอร์ที่เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตลาดมาหลายปี

ICT Forex คือกรอบการวิเคราะห์พฤติกรรมราคา (Price Action Framework) ที่เน้นการตอบคำถามสำคัญสามข้อ:

  • สภาพคล่องมีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่ที่ใด?
  • ตลาดกำลังเคลื่อนที่ไปหาเป้าหมายใด?
  • มีหลักฐานเพียงพอหรือยังว่าราคาอาจเปลี่ยนทิศทาง?

แนวคิด ICT มักอธิบายว่าราคาถูกขับเคลื่อนโดยคำสั่งซื้อขายของสถาบันและกระบวนการส่งมอบราคาเชิงอัลกอริทึม อย่างไรก็ตาม ควรแยกสองเรื่องออกจากกันอย่างชัดเจน:

  • ข้อเท็จจริงที่สังเกตได้: ราคา จุดสูงสุด จุดต่ำสุด ช่วงเวลาซื้อขาย และแท่งเทียนบนกราฟ
  • สมมติฐานในการเทรด: เหตุผลว่าทำไมราคาจึงเคลื่อนที่ หรือผู้เล่นรายใหญ่กำลังทำอะไรอยู่เบื้องหลัง

ICT จึงไม่ใช่เครื่องมือทำนายอนาคต และไม่ใช่สูตรที่รับประกันผลกำไร แต่เป็นวิธีสร้างสมมติฐานที่สามารถทดสอบย้อนหลังได้

ICT Forex คืออะไร compressed
ICT Forex คืออะไร?

ดูเพิ่มเติม:

แนวคิดพื้นฐานที่ควรเข้าใจก่อนใช้ ICT Forex

ก่อนมองหา Order Block หรือ Fair Value Gap คุณควรเริ่มจากโครงสร้างตลาด เพราะพื้นที่ใด ๆ บนกราฟจะไม่มีความหมายมากนักหากขาดบริบท

Market Structure: อ่านทิศทางของราคา

Market Structure คือรูปแบบการสร้างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของราคา

ตลาดขาขึ้นมักมีลักษณะดังนี้:

  • Higher High (HH): จุดสูงสุดใหม่สูงกว่าจุดสูงสุดเดิม
  • Higher Low (HL): จุดต่ำสุดใหม่สูงกว่าจุดต่ำสุดเดิม

ตลาดขาลงมักมีลักษณะตรงกันข้าม:

  • Lower High (LH): จุดสูงสุดใหม่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม
  • Lower Low (LL): จุดต่ำสุดใหม่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิม

ตัวอย่างเช่น หาก EUR/USD สร้าง Higher High และ Higher Low อย่างต่อเนื่องบนกราฟ H1 การมองหาโอกาส Buy อาจสอดคล้องกับโครงสร้างมากกว่าการรีบ Sell ทุกครั้งที่ราคาปรับขึ้น

คำศัพท์อีกสองคำที่พบบ่อยคือ:

  • Break of Structure (BOS): ราคาทะลุจุดสำคัญในทิศทางเดิม มักใช้สนับสนุนแนวคิดว่าการเคลื่อนไหวอาจดำเนินต่อไป
  • Market Structure Shift (MSS): พฤติกรรมราคาบ่งชี้ว่าโครงสร้างระยะสั้นอาจเปลี่ยนทิศทาง

การทะลุโครงสร้างเพียงครั้งเดียวไม่ใช่หลักฐานที่สมบูรณ์แบบ คุณยังต้องพิจารณาตำแหน่งของราคาและบริบทจากกรอบเวลาที่ใหญ่กว่า

Liquidity: พื้นที่ที่มีคำสั่งซื้อขายสะสม

ในบริบทของ ICT คำว่า Liquidity หรือสภาพคล่อง มักหมายถึงบริเวณที่คาดว่ามีคำสั่งซื้อขายสะสมอยู่จำนวนมาก เช่น Stop Loss และคำสั่งรอเปิดสถานะ

สภาพคล่องแบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก:

  • Buy-side Liquidity (BSL): สภาพคล่องเหนือจุดสูงสุดเดิม เช่น Stop Loss ของผู้ที่เปิด Sell และคำสั่ง Buy Stop ของผู้ที่รอเทรด Breakout
  • Sell-side Liquidity (SSL): สภาพคล่องใต้จุดต่ำสุดเดิม เช่น Stop Loss ของผู้ที่เปิด Buy และคำสั่ง Sell Stop ของผู้ที่รอเทรด Breakdown

ตัวอย่างเช่น หากกราฟเกิดจุดสูงสุดใกล้เคียงกันสองครั้ง (Equal Highs) เทรดเดอร์ ICT อาจมองว่าบริเวณเหนือระดับนั้นเป็นพื้นที่ Buy-side Liquidity ที่น่าสนใจ

จุดสำคัญคือ อย่ารีบเปิด Sell เพียงเพราะราคาเข้าใกล้ BSL ตลาดอาจทะลุขึ้นต่อได้เสมอ คุณต้องรอหลักฐานเพิ่มเติม

Liquidity Sweep: เมื่อราคาทะลุระดับสำคัญแล้วกลับตัว

Liquidity Sweep คือสถานการณ์ที่ราคาทะลุจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดสำคัญ ก่อนกลับเข้าสู่กรอบเดิม

ตัวอย่างเช่น:

  • ราคาขึ้นเหนือจุดสูงสุดของช่วงเช้า
  • คำสั่ง Buy Stop และ Stop Loss ถูกกระตุ้น
  • ราคากลับลงอย่างรวดเร็ว
  • โครงสร้างระยะสั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นขาลง

เทรดเดอร์บางคนเรียกพฤติกรรมนี้ว่า Liquidity Grab หรือ Stop Hunt แต่ควรใช้คำเหล่านี้อย่างระมัดระวัง การเห็นไส้เทียนทะลุระดับเดิมไม่ได้พิสูจน์ว่ามีใครจงใจควบคุมตลาด

วิธีที่รอบคอบกว่าคือ มอง Liquidity Sweep เป็นเงื่อนไขแรกที่ทำให้คุณเริ่มสังเกตกราฟ ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรดทันที

เครื่องมือสำคัญสำหรับหาจุดเข้าเทรด

เครื่องมือสำคัญสำหรับหาจุดเข้าเทรด compressed
เครื่องมือสำคัญสำหรับหาจุดเข้าเทรด

เมื่อคุณเข้าใจ Market Structure และ Liquidity แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการมองหาหลักฐานว่าราคาอาจเริ่มเคลื่อนที่ในทิศทางใหม่

Displacement: การเคลื่อนที่อย่างชัดเจน

Displacement คือการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็วและมีแรงส่งชัดเจน มักปรากฏเป็นแท่งเทียนขนาดใหญ่หรือชุดแท่งเทียนที่วิ่งไปในทิศทางเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น ราคา GBP/USD ขึ้นไปกวาด Buy-side Liquidity ก่อนเกิดแท่งเทียนขาลงขนาดใหญ่ที่ทะลุจุดต่ำสุดระยะสั้น พฤติกรรมนี้น่าสนใจกว่าการเห็นเพียงไส้เทียนเหนือจุดสูงสุดเดิม

ความหมายเชิงปฏิบัติคือ:

  • Liquidity Sweep ทำให้คุณเริ่มสนใจพื้นที่นั้น
  • Displacement ช่วยยืนยันว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาอย่างชัดเจน
  • MSS ช่วยประเมินว่าโครงสร้างระยะสั้นอาจเปลี่ยนไปแล้ว

Fair Value Gap (FVG): พื้นที่ไม่สมดุลของราคา

Fair Value Gap (FVG) คือพื้นที่ไม่สมดุลที่เกิดจากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของราคา โดยทั่วไปพิจารณาจากแท่งเทียนสามแท่ง

สำหรับ Bullish FVG:

  • จุดสูงสุดของแท่งแรกต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่สาม
  • พื้นที่ระหว่างสองระดับนี้คือ FVG

สำหรับ Bearish FVG:

  • จุดต่ำสุดของแท่งแรกสูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งที่สาม
  • พื้นที่ระหว่างสองระดับนี้คือ FVG

ตัวอย่างเช่น หากราคาเพิ่มขึ้นแรงจนเกิด Bullish FVG เทรดเดอร์อาจรอให้ราคาย่อตัวกลับเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนประเมินโอกาส Buy

ข้อควรระวังคือ ราคาไม่จำเป็นต้องกลับมาเติมเต็ม FVG ทุกครั้ง และไม่ใช่ทุก FVG ที่เหมาะสำหรับการเทรด FVG จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อสอดคล้องกับโครงสร้างตลาด Liquidity Sweep และ Displacement

Order Block (OB): พื้นที่ก่อนเกิดการเคลื่อนไหวแรง

Order Block (OB) มักถูกอธิบายว่าเป็นแท่งเทียนฝั่งตรงข้ามก่อนเกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างชัดเจน

  • Bullish Order Block: แท่งเทียนขาลงก่อนเกิดการพุ่งขึ้นอย่างแรง
  • Bearish Order Block: แท่งเทียนขาขึ้นก่อนเกิดการร่วงลงอย่างแรง

ตัวอย่างเช่น หลังจากราคากวาด Sell-side Liquidity แล้วเกิด Bullish Displacement คุณอาจมองย้อนกลับไปหาแท่งเทียนขาลงก่อนการพุ่งขึ้น เพื่อระบุพื้นที่ Bullish Order Block

อย่างไรก็ตาม การทำเครื่องหมายทุกแท่งเทียนขาลงเป็น Bullish Order Block จะทำให้กราฟเต็มไปด้วยพื้นที่ที่ไม่มีคุณภาพ ควรเลือกเฉพาะพื้นที่ที่มีบริบทสนับสนุน เช่น:

  • เกิดหลัง Liquidity Sweep
  • ตามด้วย Displacement
  • มี MSS หรือ BOS ที่ชัดเจน
  • อยู่ใกล้ FVG ที่สัมพันธ์กัน

Premium และ Discount: ราคาแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับกรอบ

ICT มักแบ่งช่วงราคา (Dealing Range) ออกเป็นสองส่วน:

  • Premium: พื้นที่เหนือจุดกึ่งกลางของช่วงราคา
  • Discount: พื้นที่ใต้จุดกึ่งกลางของช่วงราคา

สมมติว่าราคา EUR/USD เคลื่อนที่จาก 1.0800 ไปถึง 1.1000 จุดกึ่งกลางคือ 1.0900 พื้นที่เหนือระดับนี้ถือเป็น Premium ส่วนพื้นที่ด้านล่างถือเป็น Discount

ในเชิงแนวคิด เทรดเดอร์อาจมองหาโอกาส Buy ใน Discount และ Sell ใน Premium แต่กฎนี้ไม่ควรใช้แยกเดี่ยว คุณยังต้องพิจารณาทิศทางตลาดและหลักฐานอื่น ๆ

เวลาเทรดมีความสำคัญอย่างไรในระบบ ICT?

ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ แต่สภาพคล่องและความผันผวนไม่ได้เท่ากันทุกช่วงเวลา

ICT ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่เรียกว่า Kill Zones ซึ่งมักสัมพันธ์กับช่วงเปิดตลาด London และ New York เนื่องจากเป็นช่วงที่กิจกรรมการซื้อขายเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้เริ่มต้น แนวคิดที่สำคัญไม่ใช่การจดจำเวลาจำนวนมาก แต่คือ:

  • เลือกหนึ่ง Session ที่เหมาะกับตารางชีวิตของคุณ
  • ตรวจสอบ Time Zone ของแพลตฟอร์ม
  • ระวังการเปลี่ยนเวลา Daylight Saving Time
  • ตรวจสอบปฏิทินข่าวเศรษฐกิจก่อนเข้าเทรด

ข่าวสำคัญ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลเงินเฟ้อ หรือข้อมูลการจ้างงาน อาจทำให้ Spread กว้างขึ้นและราคาเคลื่อนไหวรวดเร็ว การเข้าเทรดเพราะเห็น Liquidity Sweep โดยไม่ตรวจสอบข่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

วิธีเริ่มต้นใช้ ICT Forex ทีละขั้นตอน

วิธีเริ่มต้นใช้ ICT Forex ทีละขั้นตอน compressed
วิธีเริ่มต้นใช้ ICT Forex ทีละขั้นตอน

ผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเรียนรู้คำศัพท์ ICT ทั้งหมดพร้อมกัน คุณสามารถเริ่มจากโมเดลพื้นฐานเพียงหนึ่งรูปแบบ

ขั้นตอนที่ 1: เลือกคู่เงินหนึ่งคู่

เริ่มจากคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD การติดตามหลายตลาดพร้อมกันอาจทำให้การเรียนรู้กระจัดกระจาย

ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์กรอบเวลาที่ใหญ่กว่า

เปิดกราฟ H4 หรือ H1 เพื่อระบุ:

  • ทิศทางโดยรวม
  • จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดสำคัญ
  • พื้นที่ Buy-side Liquidity และ Sell-side Liquidity

ขั้นตอนที่ 3: รอให้ราคาเข้าหาพื้นที่ Liquidity

อย่าเข้าเทรดกลางกรอบโดยไม่มีเหตุผล รอดูว่าราคาเข้าใกล้หรือทะลุจุดสำคัญหรือไม่

ขั้นตอนที่ 4: มองหา Liquidity Sweep

หากราคากวาดจุดสูงสุดเดิม คุณอาจเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ของการกลับตัวลง หากราคากวาดจุดต่ำสุดเดิม คุณอาจเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ของการกลับตัวขึ้น

นี่เป็นเพียงสมมติฐานเริ่มต้น ไม่ใช่คำสั่งเข้าเทรด

ขั้นตอนที่ 5: รอ Displacement และ MSS

ลดกรอบเวลาลง เช่น M15 หรือ M5 แล้วรอดูว่ามีการเคลื่อนที่แรงในทิศทางที่คุณคาดไว้หรือไม่ หากโครงสร้างระยะสั้นยังไม่เปลี่ยน คุณสามารถเลือกไม่เทรดได้

ขั้นตอนที่ 6: รอราคา Pullback เข้าสู่ FVG หรือ Order Block

หลังเกิด Displacement ให้รอราคากลับเข้าสู่ FVG หรือ Order Block ที่เกี่ยวข้อง การรอ Pullback ช่วยให้คุณกำหนดจุดยกเลิกสมมติฐานได้ชัดเจนขึ้น

ขั้นตอนที่ 7: กำหนดความเสี่ยงก่อนเปิดสถานะ

ก่อนกด Buy หรือ Sell ให้ตอบคำถามสามข้อ:

  • จุดใดแสดงว่าสมมติฐานของฉันผิด?
  • ฉันยอมรับความเสียหายได้เท่าใด?
  • เป้าหมายอยู่ที่ Liquidity ฝั่งใด?

ไม่มีจุดเข้าเทรดใดแม่นยำ 100% การจำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งเป็นส่วนสำคัญของระบบ

ขั้นตอนที่ 8: ทดสอบย้อนหลังและฝึกด้วยบัญชี Demo

บันทึกภาพกราฟ เหตุผลเข้าเทรด เวลา Session ผลลัพธ์ และข้อผิดพลาด หลังจากมีข้อมูลเพียงพอ คุณจึงค่อยประเมินว่าโมเดลนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

ตัวอย่างสถานการณ์การเทรดแบบ ICT Forex

ลองพิจารณาตัวอย่างสมมติบนกราฟ EUR/USD:

  • ราคาเคลื่อนที่ขึ้นเหนือจุดสูงสุดของวันก่อนหน้า
  • Buy-side Liquidity อาจถูกกวาด
  • บนกราฟ M5 เกิด Bearish Displacement
  • ราคาทะลุจุดต่ำสุดระยะสั้น ทำให้เกิด MSS
  • การร่วงลงทิ้ง Bearish FVG ไว้ด้านบน
  • ราคาย้อนกลับเข้าสู่ FVG
  • เทรดเดอร์พิจารณาเปิด Sell โดยกำหนดจุดยกเลิกสมมติฐานเหนือ Swing High
  • เป้าหมายอาจเป็น Sell-side Liquidity ด้านล่าง

ตัวอย่างนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายจริง ในตลาดจริง ราคาอาจไม่ย้อนกลับเข้า FVG อาจทะลุ Swing High หรืออาจเคลื่อนที่ในกรอบต่อไป

ICT Forex แตกต่างจากการเทรดด้วย Indicator อย่างไร?

หัวข้อ ICT Forex การเทรดด้วย Indicator
จุดสนใจหลัก โครงสร้างราคา Liquidity และบริบท สัญญาณจากเครื่องมือ เช่น RSI หรือ Moving Average
วิธีหาจุดเข้า รอพื้นที่และพฤติกรรมราคาที่สัมพันธ์กัน รอเงื่อนไขของ Indicator
ความง่ายสำหรับมือใหม่ ต้องใช้เวลาฝึกอ่านกราฟ เริ่มต้นได้ง่ายกว่าในบางระบบ
ระดับการตีความ ค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับกฎของระบบ
ความเสี่ยงที่พบบ่อย ทำเครื่องหมายพื้นที่มากเกินไป พึ่งพาสัญญาณล่าช้าเกินไป

ไม่มีวิธีใดเหนือกว่าในทุกสภาวะตลาด Indicator สามารถช่วยจัดระบบการตัดสินใจได้ ขณะที่ ICT อาจช่วยให้คุณอ่านบริบทของราคาได้ละเอียดขึ้น สิ่งสำคัญคือเลือกกฎที่ชัดเจนและทดสอบด้วยข้อมูลจริง

ข้อดีและข้อจำกัดของ ICT Forex

ข้อดี

  • ช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์บริบทก่อนเข้าเทรด
  • สนับสนุนการกำหนดจุดยกเลิกสมมติฐานอย่างชัดเจน
  • สามารถใช้ร่วมกับการวิเคราะห์หลายกรอบเวลา
  • เหมาะสำหรับการสร้าง Trading Journal ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

ข้อจำกัด

  • มีคำศัพท์จำนวนมากและอาจทำให้ผู้เริ่มต้นสับสน
  • การเลือก Swing High, FVG หรือ Order Block อาจแตกต่างกันในแต่ละคน
  • ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ของการเทรดแต่ละครั้ง
  • ต้องใช้เวลา Backtest เพื่อแยกแนวคิดที่มีประโยชน์ออกจากการตีความภายหลังเหตุการณ์

บทสรุป

ICT Forex เป็นแนวคิดการเทรดที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจการทำงานของตลาดจากมุมมองของผู้เล่นรายใหญ่ได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าการเรียนรู้แนวทาง ICT จะต้องใช้เวลาและความเข้าใจในหลายองค์ประกอบ แต่หากศึกษาและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนากลยุทธ์การเทรดและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form