Prop Firm ในไทย ปี 2026 วิธีสมัครทุนฉบับมือใหม่

Last updated: 25/06/2026

ถ้าคุณเทรดได้ดีแต่ไม่มีทุนมากพอ — Prop Firm คือคำตอบ บริษัทเหล่านี้ให้ทุนคุณเทรด แล้วแบ่งกำไรกัน โดยที่คุณไม่ต้องนำเงินส่วนตัวมาเสี่ยงในการซื้อขายเลย ค่าใช้จ่ายเดียวที่มีคือค่าสมัคร Challenge ครั้งแรก

บทความนี้ครอบคลุมทุกสิ่งที่เทรดเดอร์ไทยต้องรู้ก่อนตัดสินใจ: นิยามและกลไก, ประเภทของ Prop Firm, กระบวนการ Challenge, กฎความเสี่ยง, กลยุทธ์ที่ใช้ได้, การแบ่งกำไรและการถอนเงิน, และวิธีเลือกบริษัทที่ไม่ใช่ Scam

prop firm fees compressed

บริษัท Prop Trading คืออะไร?

Prop Firm คือ การเทรดโดยใช้เงินทุนของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น การเทรด Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ หรืออื่น ๆ โดยที่เทรดเดอร์ไม่ต้องใช้เงินตัวเองเพื่อเปิดออเดอร์ เมื่อสร้างกำไรได้ บริษัทก็จะแบ่งกำไรให้เทรดเดอร์ตามสัดส่วนที่กำหนด

Top 5 Prop Firm in Thailand จ่ายเงินจริง ถอนไว เลือกเจ้าไหนดี 2026

สรุปหลักการของ Prop Firm

  1. บริษัทออกทุนให้เทรดเดอร์
  2. เทรดเดอร์ใช้ความสามารถสร้างผลตอบแทน
  3. กำไรแบ่งกันตามสัญญา
  4. ความเสี่ยงถูกควบคุมด้วยกฎ เช่น daily loss, max drawdown

ความแตกต่างจาก Retail Broker ชัดเจนมาก: Retail Broker เปิดบัญชีด้วยเงินของคุณเอง ทุกการขาดทุนคือเงินของคุณหายไป แต่ใน Prop Firm คุณเทรดด้วยทุนของบริษัท ขาดทุนถึงเพดานแล้วเสียแค่สิทธิ์บัญชี ไม่ใช่เสียเงินตัวเองเพิ่ม

Prop Firm ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเทรดเดอร์ยุคใหม่ที่อยาก “เทรดด้วยทุนใหญ่ แต่ไม่อยากใช้เงินก้อนของตัวเอง”

บัญชีจำลองกับบัญชีเงินจริง — ต่างกันอย่างไร

คำถามที่เทรดเดอร์ถามบ่อยที่สุดคือ: Prop Firm ใช้เงินจริงหรือจำลอง?

คำตอบขึ้นอยู่กับโมเดลของแต่ละบริษัท บาง Prop Firm ใช้ Simulated Account ที่จำลองสภาพตลาดจริงทุกอย่าง แต่ไม่ได้ส่งออเดอร์ไปตลาดจริง บางแห่งใช้ทุนจริงเมื่อเทรดเดอร์ผ่านเกณฑ์แล้ว ส่วน WeMasterTrade ใช้โมเดล Simulated Account ที่อัลกอริทึมจะคัดลอกการเทรดของลูกค้าไปยังบัญชีเทรดจริงของบริษัท

ในทุกกรณี คุณไม่ต้องเสี่ยงเงินส่วนตัวในการเทรด กฎและเงื่อนไขการจ่ายกำไรเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นโมเดลใด

สร้างบัญชีทดลองเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับเงินทุนจริง

Prop Firm ในไทย ทำงานอย่างไร?

1. การสมัครและการประเมิน

  • เทรดเดอร์สมัครเข้าร่วมโปรแกรม Challenge เพื่อพิสูจน์ฝีมือ
  • ใช้บัญชี “ประเมิน” (มักเป็นบัญชีจำลองหรือเดโม)
  • มีเป้าหมายกำไร และกฎ Risk Management ให้ผ่านภายในระยะเวลาที่กำหนด

2. การให้ทุน

  • เมื่อผ่าน Challenge แล้ว เทรดเดอร์จะได้รับบัญชี “ได้รับทุน” (funded) ที่ใช้เงินจริงของ Prop Firm
  • จากนั้นเทรดเดอร์จะเทรดด้วยเงินของบริษัท และแบ่งกำไรตามอัตราที่ตกลงกันไว้

3. การแบ่งกำไร

  • ขึ้นอยู่กับ Prop Firm ว่าจะแบ่งสัดส่วนกำไรให้เทรดเดอร์เท่าไหร่ เช่น 70:30, 80:20, 90:10 เป็นต้น

4. การจัดการความเสี่ยง

  • Prop firm จะตั้งกฎ Risk ที่ชัดเจน เช่น ขีดจำกัดการขาดทุนรายวัน (Daily Max Drawdown) 
  • เทรดเดอร์ต้องปฏิบัติตามกฎดังกล่าว มิฉะนั้นอาจถูกปิดบัญชีหรืออาจเสียสิทธิ์ทุน

ประเภทของบริษัท Prop

บริษัท Prop Trading ในปี 2026 สามารถแบ่งประเภทได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจ กลุ่มผู้ใช้งาน และเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเทรด ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดเด่นและข้อแตกต่างที่เหมาะกับเทรดเดอร์แต่ละระดับ ดังนี้:

1. Retail Prop Firm

กลุ่มนี้คือ Prop Firm ที่คนทั่วไปคุ้นเคยมากที่สุด เพราะเปิดให้ “เทรดเดอร์รายย่อย” เช่น นักเทรดส่วนบุคคล, ฟรีแลนซ์ หรือนักเทรดหุ้นสำหรับมือใหม่ สามารถเข้าร่วมได้ง่ายผ่านระบบสอบแบบ Challenge

ลักษณะสำคัญของ Retail Prop Firm

  • ผู้สมัครต้องผ่าน Challenge หรือ Verification ก่อนรับทุน
  • กฎส่วนใหญ่ชัดเจน เช่น Max Drawdown, Daily Loss, Profit Target
  • ไม่ต้องใช้เงินทุนสูง (จ่ายค่าสมัครเพียงครั้งเดียว)
  • เหมาะสำหรับมือใหม่ถึงระดับกลางที่ต้องการทุนใหญ่เพื่อเทรด

2. Institutional Prop Firm

Prop ประเภทนี้เป็นการเทรดภายใน องค์กรขนาดใหญ่ เช่น กองทุน, ธนาคาร, บริษัททำ Market Making หรือบริษัท Quant ชั้นนำ เทรดเดอร์ที่เข้ามาทำงานในกลุ่มนี้มักเป็นพนักงานเต็มเวลา (Proprietary Traders) ไม่ใช่ผู้สมัครแบบ Challenge

ลักษณะสำคัญของ Institutional Prop Firms

  • ใช้ทุนของบริษัทในระดับมหาศาล (หลักล้าน–พันล้านดอลลาร์)
  • ใช้ทีมวิจัย, นักคณิตศาสตร์, นักพัฒนาอัลกอริทึม และ Quant Trader
  • ไม่มีระบบ Challenge เพราะเป็นการจ้างงานแบบสถาบัน
  • การบริหารความเสี่ยงเข้มงวดและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
  • โฟกัสกลยุทธ์ที่ซับซ้อน เช่น Arbitrage, HFT, Statistical Arbitrage

3. Hybrid / Tech-Driven Prop Firm

กลุ่มนี้คือ Prop Firm ยุคใหม่ที่ผสมผสานระบบ Retail เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น AI, Machine Learning และระบบอัตโนมัติในการบริหารบัญชี ทำให้การเทรดเป็นไปอย่างง่ายและแม่นยำมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดของเทรดเดอร์ได้

จุดเด่นของ Hybrid Prop Firm

  • ยุติธรรมมากขึ้นเพราะใช้ข้อมูลจริง + AI ช่วยประเมิน
  • ลดความเสี่ยงของบริษัท ทำให้จ่ายกำไรได้ต่อเนื่อง
  • เทรดเดอร์มีโอกาสขยายบัญชีไว ถ้ารักษาวินัยได้ดี
  • เหมาะทั้งมือใหม่และมืออาชีพที่ต้องการระบบที่ดูแลพฤติกรรมเทรด

กลยุทธ์ที่เหมาะกับ Prop Firm

Prop Firm ไม่ได้จำกัดสไตล์การเทรด แต่กฎของแต่ละบริษัทกรองกลยุทธ์บางประเภทออกโดยปริยาย กลยุทธ์ที่ผ่านกฎได้ดีและใช้กันแพร่หลายในชุมชนเทรดเดอร์ไทย:

  • Trend Following — เทรดตามเทรนด์ใหญ่ของ XAUUSD, EURUSD หรือ US30 เข้าใจง่าย เหมาะกับตลาดที่มีทิศทางชัดเจน
  • Breakout Trading — เข้าเทรดเมื่อราคาทะลุแนวรับ-แนวต้านสำคัญ หรือ High/Low ของวัน ช่วง Breakout มักมีแรงซื้อขายสูงทำให้กำไรเร็ว
  • Scalping — เก็บกำไรเล็กๆ หลายครั้งต่อวัน เหมาะกับตลาดที่มี Liquidity สูง ควรตรวจสอบกฎเวลาถือออเดอร์ขั้นต่ำก่อน
  • Swing Trading — เปิดคำสั่งค้างคืนเพื่อเก็บกำไรจากเทรนด์สั้น–กลาง ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอทั้งวัน เหมาะกับคนที่มีงานประจำคู่ไปด้วย
  • News Trading — เทรดช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ทำกำไรจากความผันผวน แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่า Prop Firm ที่ใช้อนุญาตหรือไม่

หลักการที่ช่วยให้ผ่าน Challenge ได้มากที่สุดคือ Risk-Reward อย่างน้อย 1:2 ขึ้นไป เพราะแม้ Win Rate ไม่สูง ก็ยังทำกำไรถึงเป้าได้โดยรักษา Drawdown ให้ต่ำกว่าเพดาน

AI ช่วยเทรดเดอร์ Prop Firm ได้อย่างไร

AI เข้ามามีบทบาทใน Prop Trading ใน 2 รูปแบบหลัก: หนึ่งคือบนฝั่งบริษัท เช่น WeMasterTrade ที่ใช้ AI ประเมินพฤติกรรมการเทรดและบริหารบัญชีอัตโนมัติ สองคือบนฝั่งเทรดเดอร์ที่ใช้ AI Tools ช่วย Backtesting กลยุทธ์กับกฎของ Prop Firm ที่เลือก และวิเคราะห์ Journal เพื่อหาจุดที่ทำให้ Drawdown เกินเพดานซ้ำๆ

ข้อดีของ Prop Firm

1. ไม่ต้องใช้เงินของตัวเองมาก

เทรดเดอร์สามารถเทรดด้วยเงินทุนของบริษัท ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินส่วนตัวได้มาก

  • แค่จ่ายค่า Challenge หรือค่าธรรมเนียมเล็กน้อย (บางแห่งหลักร้อย–พันดอลลาร์)
  • เมื่อผ่านการประเมิน ก็จะสามารถเข้าบัญชี Funded Account และเริ่มเทรดด้วยทุนจริงโดยไม่ต้องใช้เงินตัวเอง
  • ลดความกดดันทางการเงิน
  • ทำให้สามารถทดลองกลยุทธ์ใหม่ ๆ ได้โดยไม่เสี่ยงเงินตัวเอง

2. เข้าถึงเงินทุนขนาดใหญ่

บาง Prop Firm จะให้บัญชีทุนใหญ่ แก่เทรดเดอร์ที่มีฝีมือ

  • บัญชีเริ่มต้นบางแห่งอาจตั้งแต่ $10,000 – $50,000
  • สำหรับเทรดเดอร์ที่รักษากฎและทำกำไรต่อเนื่อง บาง Prop Firm มีระบบ Scaling เพิ่มทุนอัตโนมัติ
  • สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น
  • เป็นโอกาสให้เทรดเดอร์มือใหม่เข้าถึงทุนใหญ่เหมือนมืออาชีพ

3. การแบ่งกำไรที่เอื้อต่อเทรดเดอร์

Prop Firm ส่วนใหญ่มี Profit Split สูงสำหรับเทรดเดอร์

  • สัดส่วนแบ่งกำไรขึ้นกับบริษัท เช่น 70/30, 80/20, 90/10
  • บางแห่งยังจ่ายกำไร รายสัปดาห์หรือรายเดือน ทำให้เทรดเดอร์มีรายได้สม่ำเสมอ
  • เป็นแรงจูงใจให้เทรดอย่างมีวินัย
  • ทำให้เทรดเดอร์สามารถสร้างรายได้จริงจากฝีมือเทรด

4. พัฒนาทักษะทางจิตวิทยาและ Risk Management

การเทรดด้วย Prop Firm ไม่ใช่แค่การสร้างกำไร แต่ต้องปฏิบัติตาม กฎความเสี่ยง อย่างเคร่งครัด

  • Max Drawdown, Daily Loss, Stop Loss
  • การถือออเดอร์และการบริหารทุน
  • ฝึกวินัยการเทรดและความอดทน
  • ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดทางอารมณ์
  • พัฒนาทักษะการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพ

สำหรับ WeMasterTrade จะเป็นระบบให้ทุนเร็ว, มี AI ช่วยวิเคราะห์ และมีโอกาสขยายบัญชี (scaling) โดยอิงผลการเทรดจริง

โอกาสในอาชีพใน Proprietary Trading

โอกาสในอาชีพใน Proprietary Trading

การเป็น Prop Trader (เทรดเดอร์ที่เทรดด้วยทุนบริษัท) เปิดโอกาสหลายด้าน:

  • อาชีพเต็มเวลา : เทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง สามารถทำเป็นอาชีพหลักได้
  • Scaling (ขยายบัญชี) : เมื่อเทรดเดอร์ทำกำไรได้ดี Prop Firm บางแห่งก็จะอนุญาตให้ขยายบัญชีทุน (เพิ่มขนาดทุน) ได้
  • พัฒนาทักษะ : ได้เรียนรู้จิตวิทยาการเทรด, Risk Management, และกลยุทธ์ระดับสูง
  • ความน่าเชื่อถือ: Prop Trader ที่ประสบความสำเร็จ จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ Hedge Funds หรือบริษัทการเงินขนาดใหญ่อื่น ๆ 
  • มีอิสระ : เทรดเดอร์ของ Prop Firm บางแห่ง สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำกัดสถานที่

วิธีการเลือกบริษัท Prop Firm ที่ดีที่สุด

  1. ความน่าเชื่อถือ : ดูรีวิว, ประวัติบริษัท, ใบอนุญาต (ถ้ามี)
  2. โครงสร้างแบ่งกำไร (Profit Split) : เปอร์เซ็นต์ที่เทรดเดอร์ได้, เงื่อนไขการจ่ายเงิน
  3. กฎ Risk : ดูว่า Drawdown สูงสุด, กำหนดการขาดทุนรายวัน (Daily Loss) เป็นอย่างไร
  4. ค่าเข้า (Challenge Fee) : จำนวนเงินที่จะต้องจ่ายเพื่อเริ่ม evaluation
  5. ระยะเวลาการประเมิน : บาง Prop Firm ให้เวลาไม่จำกัด บางแห่งจำกัดเวลา
  6. เครื่องมือ : เช่น ระบบวิเคราะห์, AI, ฝึกอบรม, ชุมชนเทรดเดอร์
  7. เงื่อนไขการถอนกำไร : ความถี่การจ่าย, ขั้นต่ำ, ขั้นตอน
  8. นโยบาย Scaling : ถ้าคุณหวังจะขยายบัญชีในอนาคต

แนะนำบริษัท Prop Firm ที่ดีที่สุด

1. WeMasterTrade

ในปี 2026 ชื่อของ WeMasterTrade เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มเทรดเดอร์ไทย เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการ Prop Firm ที่ตอบโจทย์ตลาดเอเชีย โดยมีจุดเด่นทั้งด้านการใช้งานและความยืดหยุ่นของโปรแกรม

จุดเด่นของ WeMasterTrade

  • ขั้นตอน Challenge ไม่ซับซ้อน
  • เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการทุนเร็ว
  • บริการเป็นภาษาไทย ทำให้การใช้งานและ Support ง่าย
  • เริ่มต้นถูกกว่า Prop Firm ยักษ์ใหญ่บางเจ้า
  • มีโปรแกรมแบ่งกำไรที่แข่งขันได้
  • เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการลองเส้นทาง Prop Firm ในไทย 

2. FTMO

FTMO ถือเป็นชื่อแรก ๆ ที่เทรดเดอร์ทั่วโลกคิดถึงเมื่อพูดถึง Prop Firm เพราะเป็นบริษัทที่มีโมเดลการให้ทุนชัดเจน โปร่งใส และมีระบบ FTMO Challenge ที่เทรดเดอร์คุ้นเคยกันดี

จุดเด่นของ FTMO

  • เป็น Prop Firm เจ้าแรก ๆ ที่สร้างโมเดล Challenge แบบ 2 ขั้นตอน
  • ระบบการเทสที่ได้มาตรฐาน พร้อมการจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน
  • การจ่ายกำไรสูง โดยปัจจุบันมีโปรแกรมแบ่งกำไรสูงได้ถึง 90%
  • มีแดชบอร์ดติดตามผลที่ใช้งานง่าย เหมาะทั้งมือใหม่และระดับโปร

3. Topstep

Topstep (ชื่อเดิม TopstepTrader) เป็น Prop Firm ที่สร้างชื่อเสียงจากตลาด Futures มายาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งต่างจาก FTMO ที่เน้น Forex เป็นหลัก 

จุดเด่นของ Topstep

  • มุ่งเน้นเฉพาะ Futures เหมาะกับเทรดเดอร์สายโปรของตลาดนี้
  • ระบบ Combine ที่ออกแบบให้ผู้สมัครปรับตัวง่าย
  • มีห้องเรียน เทรนนิ่ง และ Community สำหรับผู้เริ่มต้น
  • ความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะมีระบบควบคุมการบริหารเงินเข้มแข็ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Prop Firm ในไทย WeMasterTrade

1. WeMasterTrade ปลอดภัยไหม?

ตอบ : WMT เป็น Prop Firm ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ และมีตัวตนที่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม หากสนใจเส้นทาง Prop Firm อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ละเอียดก่อนสมัคร

2. ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ในการสมัคร Challenge ของ WMT?

ตอบ : ผู้สมัคร Challenge อาจมีค่าธรรมเนียม แต่จำนวนที่แน่นอนขึ้นอยู่กับ “แพ็กเกจ” ของ WMT ซึ่งอาจเปลี่ยนตามเงื่อนไขโปรโมชั่น หรือแพลนของบริษัท

3. เมื่อผ่าน Challenge แล้ว ได้รับทุนทันทีหรือไม่?

ตอบ : ใช่ เพราะ WMT มี “แพ็คเกจ Instant Funding ที่ไม่ต้องผ่านการทดสอบเหมือน Challenge แบบดั้งเดิม แต่จะใช้ระบบ AI และ Risk Management มาตัดสินแทนว่าควรให้ทุนหรือไม่

4. หากขาดทุนในบัญชี funded ต้องรับผิดชอบอย่างไร?

ตอบ : ขึ้นอยู่กับกฎ Risk ของ Prop Firm หากขาดทุนมากเกินขีดจำกัด อาจถูกปิดบัญชี หรือ “เสียสิทธิ์” ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนร่วม

5. Prop Trading เหมาะสำหรับมือใหม่ไหม?

ตอบ : เหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะการเข้าร่วม Prop Firm ต้องมีวินัย, รู้จัก Risk Management, และเข้าใจตลาด ถ้าเป็นมือใหม่ แนะนำเลือก Prop Firm ที่มีแพลนเริ่มต้น มีค่า Fee ไม่สูงมาก และมีการอบรม

หากกำลังมองหา Prop Firm ในไทย WeMasterTrade อาจเป็นตัวเลือกที่ดี ซึ่งต้องบอกเลยว่าเหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีทุนมาก (แต่ต้องมีวินัยในการเทรดด้วยนะ) โดยการเลือก Prop Firm นั้น นักเทรดจะต้องให้ความสำคัญกับ เงื่อนไข Risk, Profit Split, ค่าธรรมเนียม และความน่าเชื่อถือ เพื่อให้สามารถเติบโตในอาชีพเทรด Prop Trader ได้

 

 

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ support@wemastertrade.com ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form