MA สำหรับ Swing Trading: เลือกเส้นไหน ตั้งค่าเท่าไหร่ ใช้ตอนไหนถึงจะเข้าออเดอร์ถูก

Last updated: 09/06/2026

MA สำหรับ Swing Trading เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้นักเทรดสามารถระบุแนวโน้มของราคาและค้นหาจังหวะเข้าออกตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) เพื่อกรองสัญญาณรบกวนและติดตามทิศทางของตลาดในระยะกลาง

ทำไมเทรดเดอร์ใช้ Moving Average เต็มจอ แต่ยังเข้าออเดอร์ผิดอยู่ดี?

ลองนึกภาพนี้ดู คุณเปิดกราฟขึ้นมา ลากเส้น MA 50 กับ MA 200 ไว้สวยงาม รอจนเกิด Golden Cross เป๊ะตามตำรา กดเข้า Long ด้วยความมั่นใจ แล้วสองวันถัดมาราคากลับหัวลงทันที โดนหยุดขาดทุนเรียบร้อย ทั้งที่ “ทำตามสัญญาณทุกอย่าง”

ปัญหานี้ไม่ใช่เพราะ Moving Average ใช้ไม่ได้ แต่เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ MA ผิดบริบท เขาเอาเส้นมาวางโดยไม่รู้ว่าเส้นแต่ละแบบ “ช้าหรือเร็วต่างกัน” ไม่รู้ว่าค่าไหนเหมาะกับกรอบเวลาของ Swing Trading และที่สำคัญที่สุดคือไม่รู้ว่า “เมื่อไหร่ที่ไม่ควรเชื่อ MA เลย”

บทความนี้เขียนจากมุมของเทรดเดอร์ที่อยู่กับกราฟมา 15 ปี ไม่ใช่จากตำรา เป้าหมายชัดเจนคือเมื่ออ่านจบ คุณจะตอบได้ทันทีว่า MA สำหรับ Swing Trading ตัวไหนเหมาะกับสไตล์คุณ ตั้งค่าเท่าไหร่ ใช้ตอนไหน และเมื่อไหร่ควรปิดกราฟแล้วอย่าไปยุ่งกับมัน

ดูเพิ่มเติม

MA สำหรับ Swing Trading คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญกับสไตล์นี้โดยเฉพาะ

Moving Average หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือการหาค่าเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาที่กำหนด แล้วลากเป็นเส้นต่อเนื่องบนกราฟ หน้าที่หลักของมันมีแค่อย่างเดียวคือ “กรองเสียงรบกวน” (noise) ออกจากราคา เพื่อให้คุณเห็นทิศทางหลักของตลาดชัดขึ้น

แต่สำหรับ Swing Trading โดยเฉพาะ MA มีบทบาทที่ต่างจากเทรดสไตล์อื่น Swing Trader ถือออเดอร์ข้ามคืนไปจนถึงหลายวันหรือหลายสัปดาห์ คุณจึงไม่ได้ต้องการสัญญาณที่ไวระดับวินาทีแบบ Scalper และไม่ได้ต้องการมองภาพยาวเป็นปีแบบนักลงทุน สิ่งที่ Swing Trader ต้องการจาก MA คือสามอย่าง: ยืนยันเทรนด์ระยะกลางว่ายังไปทางไหน, หา “แนวรับแนวต้านแบบไดนามิก” สำหรับจังหวะย่อตัวเข้า และเป็นเส้นเตือนว่าเทรนด์กำลังจะหมดแรง

พูดให้ตรงคือ MA ไม่ใช่ปุ่มซื้อขายอัตโนมัติ มันคือเข็มทิศบอกทิศทางและโซนเข้าออเดอร์ ไม่ใช่ตัวบอกจุดเป๊ะ ๆ เข้าใจตรงนี้ก่อนแล้วทุกอย่างที่เหลือจะง่ายขึ้น

So what? ถ้าคุณกำลังใช้ MA เพื่อหา “จุดกลับตัวเป๊ะ ๆ” แสดงว่าคุณใช้ผิดเครื่องมือตั้งแต่ต้น MA ทำหน้าที่บอกทิศและบอกโซน ไม่ใช่บอกราคาแน่นอน

ประเภทของ MA สำหรับ Swing Trading ที่ต้องรู้จัก (และตัวไหนคุ้มที่จะใช้จริง)

ประเภทของ MA สำหรับ Swing Trading ที่ต้องรู้จัก (และตัวไหนคุ้มที่จะใช้จริง)

เส้นค่าเฉลี่ยมีหลายสูตร แต่ละสูตรต่างกันที่ “ให้น้ำหนักราคาตรงไหนมากกว่ากัน” ซึ่งทำให้ความไวต่างกัน นี่คือตัวที่เกี่ยวข้องกับ Swing Trading จริง ๆ

Simple Moving Average (SMA)

ทำงานอย่างไร: เอาราคาปิดในช่วงที่กำหนดมาบวกกันแล้วหารเฉลี่ยตรง ๆ ทุกแท่งมีน้ำหนักเท่ากัน

ข้อดี: เส้นนิ่ง ไม่หลอก เหมาะกับการดูเทรนด์ใหญ่และแนวรับแนวต้านเชิงจิตวิทยา เส้น SMA 200 คือเส้นที่สถาบันและกองทุนทั่วโลกจับตา ทำให้มันกลายเป็นแนวจริงที่ตลาดเคารพ

ข้อเสีย: ตอบสนองช้า เพราะให้น้ำหนักราคาเก่าเท่ากับราคาล่าสุด เวลาตลาดกลับตัวเร็ว SMA จะบอกช้ากว่าความเป็นจริงหลายแท่ง ทำให้เข้าช้าหรือออกช้า

Exponential Moving Average (EMA)

ทำงานอย่างไร: ให้น้ำหนักราคาล่าสุดมากกว่าราคาเก่า เส้นจึงขยับตามราคาปัจจุบันได้ไวกว่า SMA

ข้อดี: ตอบสนองเร็ว จับการเปลี่ยนเทรนด์ได้ก่อน เหมาะที่สุดกับ Swing Trading เพราะอยู่ตรงกลางระหว่างไวเกินไปกับช้าเกินไป เส้น EMA 20 และ EMA 50 เป็นเครื่องมือหลักของ Swing Trader ทั่วโลก

ข้อเสีย: เพราะไวกว่า มันจึงให้สัญญาณหลอก (false signal) บ่อยกว่า SMA ในตลาดที่แกว่งออกข้าง (sideways) ต้องมีตัวกรองช่วย

Weighted Moving Average (WMA)

ทำงานอย่างไร: ให้น้ำหนักแบบเส้นตรง ราคาล่าสุดน้ำหนักมากสุดและลดหลั่นลงไป ไวกว่า SMA แต่ตรรกะต่างจาก EMA เล็กน้อย

ข้อดี: ตอบสนองไว เกาะติดราคาดี เหมาะกับคนที่อยากได้สัญญาณเร็วแต่ยังอยากให้เส้นเรียบกว่า EMA นิดหน่อย

ข้อเสีย: คนใช้น้อย หาค่าอ้างอิงจากตลาดยากกว่า และยังหลอกได้พอ ๆ กับ EMA ในตลาด sideways

Hull Moving Average (HMA)

ทำงานอย่างไร: สูตรของ Alan Hull ที่ออกแบบมาเพื่อลด lag ให้น้อยที่สุดในขณะที่ยังเรียบ ใช้การถ่วงน้ำหนักหลายชั้น

ข้อดี: ไวมากแต่ยังเรียบ ดูทิศทางเทรนด์ได้ชัดและเปลี่ยนสีเส้นเตือนการกลับตัวได้ไว เหมาะกับคนที่หงุดหงิดกับความช้าของ SMA/EMA

ข้อเสีย: เพราะไวมาก จึงเหวี่ยงและหลอกง่ายในกรอบเวลาเล็ก ไม่เหมาะใช้เดี่ยว ๆ ต้องยืนยันด้วยเทรนด์ใหญ่เสมอ

Volume Weighted Moving Average (VWMA)

ทำงานอย่างไร: ถ่วงน้ำหนักด้วยปริมาณการซื้อขาย แท่งที่วอลุ่มสูงจะมีอิทธิพลต่อเส้นมากกว่า

ข้อดี: สะท้อน “เงินจริง” ที่เข้าตลาด ถ้าราคาขยับโดยมีวอลุ่มหนุน VWMA จะยืนยันการเคลื่อนไหวนั้น ช่วยกรองการเบรกหลอกที่ไม่มีวอลุ่มได้ดี

ข้อเสีย: ในตลาดที่ข้อมูลวอลุ่มไม่น่าเชื่อถือ (เช่น Forex spot ที่ไม่มีวอลุ่มรวมศูนย์) ประโยชน์จะลดลง เหมาะกับหุ้นและฟิวเจอร์สมากกว่า

So what? ถ้าให้สรุปแบบเทรดเดอร์ขี้เกียจที่อยากได้ผลจริง: เริ่มที่ EMA สำหรับสัญญาณ ใช้ SMA 200 เป็นเส้นกรองภาพใหญ่ แล้วค่อยทดลอง HMA หรือ VWMA เมื่อคุณเก่งพอจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรเพิ่ม อย่าลากครบทุกเส้นพร้อมกันเพราะมันจะทำให้คุณเป็นอัมพาตในการตัดสินใจ

MA สำหรับ Swing Trading ตัวไหนดีที่สุด? เปรียบเทียบตามสไตล์เทรดเดอร์

MA สำหรับ Swing Trading ตัวไหนดีที่สุด? เปรียบเทียบตามสไตล์เทรดเดอร์

คำตอบที่ซื่อสัตย์คือ “ไม่มีตัวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน” แต่มีตัวที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละสไตล์ นี่คือคำแนะนำตรง ๆ

สำหรับมือใหม่ (Beginner): เริ่มที่ EMA 20 และ EMA 50 บนกราฟ Daily อย่างเดียว เหตุผลคือ EMA สอนให้คุณเห็นความสัมพันธ์ระหว่างราคากับเทรนด์โดยไม่ช้าจนน่าเบื่อ และไม่ไวจนสับสน สองเส้นพอแล้ว อย่าเพิ่งยุ่งกับสูตรแปลก ๆ ภารกิจของมือใหม่คือฝึกอ่านบริบท ไม่ใช่สะสมอินดิเคเตอร์

สำหรับ Swing Trader: ชุดมาตรฐานคือ EMA 20 + EMA 50 บน Daily และ H4 พร้อม SMA 200 เป็นเส้นกรองทิศทาง โครงสร้างนี้ให้คุณทั้งสัญญาณเข้า (EMA ตัด/ราคาย่อมาที่ EMA) และกรอบความปลอดภัย (อยู่ฝั่งไหนของ SMA 200) ซึ่งเป็นหัวใจของ Swing ที่ดี

สำหรับ Trend Trader: เน้น SMA 50 + SMA 200 บน Daily และ Weekly คุณไม่ต้องการความไว คุณต้องการเกาะเทรนด์ใหญ่ให้นานที่สุด เส้น SMA ที่ช้าและนิ่งจะช่วยให้คุณไม่ตกใจออกจากออเดอร์ก่อนเวลา การถือผ่าน Golden Cross จนถึง Death Cross คือเกมของคนกลุ่มนี้

สำหรับ Scalper: ตรงนี้ต้องพูดให้ชัด MA สำหรับ Swing Trading ไม่ใช่เครื่องมือของ Scalper Scalper ทำงานบนกราฟ M1–M5 และต้องการเส้นที่ไวมากเช่น EMA 9 หรือ HMA แต่นั่นเป็นคนละบริบทกับบทความนี้ ถ้าคุณเป็น Scalper อย่าเอาค่า Swing มาใช้เด็ดขาด เพราะมันช้าเกินไปจนคุณจะเข้าออเดอร์ตอนรอบจบพอดี

So what? ก่อนเลือกเส้น ให้ถามตัวเองว่า “ฉันถือออเดอร์นานแค่ไหน” ระยะการถือออเดอร์เป็นตัวกำหนดความไวของ MA ที่คุณควรใช้ ไม่ใช่ความชอบส่วนตัว

ค่าตั้ง MA ที่ดีที่สุดสำหรับ Swing Trading (ตารางเปรียบเทียบ)

ค่าตั้งไม่มีสูตรวิเศษ แต่มีค่ามาตรฐานที่ตลาดส่วนใหญ่จับตาดู ซึ่งทำให้มัน “ใช้ได้จริง” เพราะคนหมู่มากเฝ้าค่าเดียวกัน นี่คือค่าที่ผมแนะนำให้เริ่ม

ค่า MA ชนิดที่แนะนำ กรอบเวลา ใช้ทำอะไร เหมาะกับใคร
20 EMA H4, Daily จับเทรนด์ระยะสั้น–กลาง หาจุดย่อเข้า Swing Trader ทุกระดับ
50 EMA หรือ SMA Daily เส้นเทรนด์หลักของ Swing แนวรับ/ต้านไดนามิก Swing & Trend Trader
100 SMA Daily, Weekly กรองภาพกลาง ยืนยันโครงสร้างเทรนด์ Trend Trader
200 SMA Daily, Weekly เส้นแบ่งตลาดกระทิง/หมี เส้นที่สถาบันใช้ ทุกคน (เส้นกรองหลัก)
9 EMA H1, H4 สัญญาณไว สำหรับยืนยันโมเมนตัม Swing สายไว / เสริม

หลักคิดง่าย ๆ คือ ใช้สามชั้น: เส้นสั้น (20) ไว้หาจังหวะเข้า เส้นกลาง (50) ไว้ดูเทรนด์หลัก และเส้นยาว (200) ไว้กรองว่าทั้งหมดนี้ควรเทรดฝั่งไหน ถ้าราคาอยู่เหนือ SMA 200 ให้มองหาแต่ออเดอร์ Long เป็นหลัก ถ้าอยู่ใต้ ให้มองหา Short เป็นหลัก แค่กฎข้อนี้ข้อเดียวก็กรองออเดอร์แย่ ๆ ออกไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

So what? อย่าไปเสียเวลา optimize ค่าให้ได้ 23 หรือ 47 เพราะมันคือการ overfit อดีต ใช้ค่ามาตรฐานที่คนหมู่มากดู แล้วเส้นนั้นจะกลายเป็นแนวจริงเพราะมีคนเทรดตามมันเยอะ

Setup เข้าออเดอร์จริงด้วย MA สำหรับ Swing Trading

ทฤษฎีพอแล้ว นี่คือ setup ที่ใช้เทรดได้จริงสามแบบ เรียงจากเชื่อถือได้มากไปหาไว

Setup 1: Pullback to EMA (ย่อเข้าหาเส้น) — แม่นที่สุดสำหรับ Swing

นี่คือ setup หากินของ Swing Trader มืออาชีพ แทนที่จะไล่ราคาที่วิ่งไปแล้ว คุณรอราคาย่อกลับมาหาเส้น EMA 20 หรือ EMA 50 ในเทรนด์ขาขึ้น

เงื่อนไข: ราคาอยู่เหนือ SMA 200 (เทรนด์ใหญ่ขึ้น) EMA 20 อยู่เหนือ EMA 50 ราคาย่อลงมาแตะหรือใกล้ EMA 50 แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัว (เช่น pin bar หรือ engulfing) เข้า Long ตรงนั้น ตั้ง Stop Loss ใต้ swing low ล่าสุด ตั้งเป้าที่จุดสูงเดิมหรือใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างน้อย 1:2

ทำไมมันได้ผล: คุณซื้อของถูกในเทรนด์ขาขึ้น มี Stop Loss ที่แคบและมีเหตุผล ทำให้ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนดีกว่าการไล่ราคามาก

ตัวอย่างเทรดจริงแบบมีตัวเลข: สมมติคุณเทรดทองคำ (XAUUSD) บนกราฟ Daily ราคาอยู่ที่ 2,400 และอยู่เหนือ SMA 200 ที่ 2,250 (เทรนด์ใหญ่ขึ้นชัดเจน) EMA 20 อยู่เหนือ EMA 50 ราคาวิ่งขึ้นไป 2,450 แล้วเริ่มย่อ คุณไม่ไล่ตามตอน 2,450 แต่รอ ราคาย่อกลับลงมาที่ EMA 50 ราว 2,405 แล้วเกิดแท่งเทียน engulfing ขาขึ้น คุณเข้า Long ที่ 2,408 ตั้ง Stop Loss ใต้ swing low ที่ 2,388 (เสี่ยง 20 จุด) ตั้งเป้าที่จุดสูงเดิมบวกต่อที่ 2,468 (ได้ 60 จุด) นี่คืออัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน 1:3 ซึ่งหมายความว่าแม้คุณถูกแค่ 4 ใน 10 ครั้ง คุณก็ยังกำไร นี่คือพลังของการรอ pullback แทนการไล่ราคา

Setup 2: EMA Crossover + กรองด้วยเทรนด์ใหญ่

เมื่อ EMA 20 ตัดขึ้นเหนือ EMA 50 คือสัญญาณเทรนด์กำลังเริ่ม แต่อย่าเข้าทันที ให้กรองด้วยเงื่อนไขว่าราคาต้องอยู่เหนือ SMA 200 ก่อน การตัดที่เกิดในฝั่งเดียวกับเทรนด์ใหญ่มีโอกาสไปต่อสูงกว่าการตัดสวนเทรนด์มาก

ใช้ตอนไหน: ตลาดเพิ่งออกจากการพักตัวและเริ่มมีเทรนด์ใหม่ ไม่ใช้ตอน: ตลาด sideways เพราะเส้นจะตัดไปตัดมาจนคุณโดนเชือดรัว ๆ

Setup 3: Golden Cross / Death Cross บน Daily

SMA 50 ตัดขึ้นเหนือ SMA 200 คือ Golden Cross สัญญาณเทรนด์ขาขึ้นระยะยาว ตัดลงคือ Death Cross นี่เป็นสัญญาณช้าและเหมาะกับการยืนยันภาพใหญ่หรือการถือออเดอร์ยาว ไม่เหมาะใช้เป็นจุดเข้าเป๊ะ ๆ เพราะกว่าจะเกิดราคามักวิ่งไปไกลแล้ว ใช้มันเป็น “ไฟเขียว/ไฟแดง” บอกว่าควรมองหาออเดอร์ฝั่งไหน มากกว่าเป็นปุ่มกดเข้า

So what? ในสามแบบนี้ ถ้าให้เลือกได้แบบเดียวให้ฝึก Setup 1 ให้ชำนาญ เพราะมันให้ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนดีที่สุดและเทรดได้บ่อยกว่ารอ crossover

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาใช้ MA สำหรับ Swing Trading

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาใช้ MA สำหรับ Swing Trading

เส้นเดียวกัน คนหนึ่งกำไร อีกคนขาดทุน ความต่างมักอยู่ที่ข้อผิดพลาดเหล่านี้

ข้อแรกและร้ายแรงที่สุดคือ การใช้ MA ในตลาด sideways MA ถูกออกแบบมาเพื่อตลาดที่มีเทรนด์ ถ้าตลาดออกข้าง เส้นจะตัดกันไปมาและให้สัญญาณหลอกตลอด วิธีแก้คือเช็กก่อนว่ามีเทรนด์จริงไหม ถ้าเส้น MA หลายเส้นพันกันเป็นก้อนแบนราบ แปลว่าไม่มีเทรนด์ ให้หยุดเทรดด้วย MA

ข้อสองคือ ลากเส้นเยอะเกินไป บางคนมี MA ห้าหกเส้นบนจอจนตัดสินใจไม่ได้ สามเส้นกำลังดี

ข้อสามคือ เข้าออเดอร์ทันทีที่เส้นตัด โดยไม่รอแท่งเทียนปิดยืนยัน ระหว่างวันเส้นอาจตัดแล้วเด้งกลับ คุณควรรอให้แท่งปิดก่อนเสมอในกรอบเวลาที่คุณเทรด

ข้อสี่คือ ไม่ตั้ง Stop Loss เพราะคิดว่า MA จะรับราคาไว้ MA เป็นแนวรับไดนามิกก็จริง แต่มันทะลุได้เสมอ การไม่มี Stop Loss คือการพนัน ไม่ใช่การเทรด

ข้อห้าคือ ใช้ค่าเดียวกับทุกสินทรัพย์และทุกกรอบเวลา ทองคำ หุ้น และคู่เงินมีความผันผวนต่างกัน ควรปรับและทดสอบย้อนหลังบ้าง ไม่ใช่ลอกค่าจากคลิป YouTube มาใช้ดิบ ๆ

So what? ข้อผิดพลาดเกือบทั้งหมดมาจากการลืมว่า MA คือเครื่องมือ “ตามเทรนด์” ถ้าไม่มีเทรนด์ MA ก็ไร้ค่า เช็กบริบทตลาดก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง

มืออาชีพใช้ MA สำหรับ Swing Trading อย่างไร (สิ่งที่คลิปสอนเทรดไม่ค่อยบอก)

ความต่างระหว่างมือใหม่กับมืออาชีพไม่ได้อยู่ที่ค่าตั้ง แต่อยู่ที่ “วิธีคิด” รอบ ๆ เส้น

มืออาชีพไม่ใช้ MA เป็นสัญญาณเดี่ยว เขาใช้มันเป็นชั้นกรอง (filter) ลำดับแรกในระบบ ก่อนจะมองสัญญาณอื่น เขาเช็กก่อนว่าราคาอยู่ฝั่งไหนของเส้นหลัก ถ้าผิดฝั่งกับแผน เขาไม่เทรดเลย จบ ไม่ต้องหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง

มืออาชีพอ่าน “ความชัน” ของเส้น ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง เส้น MA ที่ชันขึ้นบอกเทรนด์แข็งแรง เส้นที่เริ่มแบนบอกโมเมนตัมกำลังหมด เขาจะระวังตัวและขยับ Stop Loss ตามเมื่อเส้นเริ่มแบน แทนที่จะรอให้ราคากลับมาตัดเส้นซึ่งช้าเกินไป

มืออาชีพใช้ MA ร่วมกับโครงสร้างราคา (price structure) และแนวรับแนวต้านแนวนอนเสมอ จุดที่ทรงพลังที่สุดคือเมื่อ EMA 50 ไปบรรจบกับแนวรับแนวนอนเดิมพอดี นั่นคือโซน “เด้งสูง” ที่เขารอ ไม่ใช่เห็นแค่ราคาแตะเส้นแล้วเข้าเฉย ๆ

และข้อสำคัญสุดคือ มืออาชีพจัดการความเสี่ยงก่อนคิดเรื่องกำไร เขารู้ว่าระบบ MA จะถูกบ้างผิดบ้าง สิ่งที่ทำให้เขาอยู่รอดคือการเสี่ยงต่อออเดอร์ในสัดส่วนเล็ก (มักไม่เกิน 1–2% ของพอร์ตต่อออเดอร์) เพื่อให้แม้ผิดติดกันหลายครั้งก็ยังอยู่ในเกม นี่คือเหตุผลที่นักเทรดในโปรแกรม Funded Trader ของ prop firm อย่าง WeMasterTrade ให้ความสำคัญกับขีดจำกัดการขาดทุนต่อวันและต่อรวมเป็นอันดับแรก ก่อนจะพูดถึงกลยุทธ์เข้าออเดอร์ใด ๆ เพราะการรักษาเงินทุนไว้ในเกมสำคัญกว่าการชนะรายออเดอร์

So what? เลิกมอง MA เป็น “สัญญาณซื้อขาย” แล้วเริ่มมองมันเป็น “ตัวกรองความน่าจะเป็น” บวกกับวินัยจัดการความเสี่ยง นั่นคือก้าวเดียวที่แยกคนกำไรกับคนล้างพอร์ต

สรุปสุดท้าย

ถ้าให้สรุปทั้งหมดเป็นแผนเดียวที่เอาไปใช้พรุ่งนี้ได้เลย: ใช้ EMA 20 และ EMA 50 บนกราฟ Daily สำหรับหาจังหวะเข้าด้วยวิธีรอราคาย่อกลับมาหาเส้น และใช้ SMA 200 เป็นเส้นกรองว่าควรเทรดฝั่งไหน เทรดเฉพาะเมื่อมีเทรนด์ชัด หลีกเลี่ยงตลาด sideways ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง และเสี่ยงต่อออเดอร์ในสัดส่วนเล็ก. EMA คือคำตอบสำหรับ Swing Trader ส่วนใหญ่ เพราะมันสมดุลระหว่างความไวและความนิ่ง ส่วน SMA 200 เป็นเส้นที่ขาดไม่ได้เพราะตลาดทั้งโลกเคารพมัน ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม อย่าทำให้ซับซ้อน สองสามเส้นนี้พอแล้วสำหรับหลายปีข้างหน้า

Chat
Complaint & Review Form