แท่งเทียน Hammer คืออะไร? คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่สายเทคนิคอล

Last updated: 10/06/2026

Hammer คืออะไร เป็นคำถามที่นักเทรดมือใหม่ควรทำความเข้าใจ เพราะ Hammer เป็นหนึ่งในรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวที่มักใช้เพื่อวิเคราะห์โอกาสการเปลี่ยนทิศทางของราคาจากแนวโน้มขาลงไปสู่แนวโน้มขาขึ้น ลักษณะเด่นของแท่งเทียน Hammer คือมีไส้เทียนด้านล่างยาว ตัวแท่งสั้น และมักเกิดขึ้นบริเวณปลายแนวโน้มขาลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ราคาจะถูกกดลงในช่วงแรก แต่แรงซื้อกลับเข้ามาผลักดันราคากลับขึ้นมาได้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า Hammer คืออะไร มีความหมายอย่างไร และควรนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์กราฟอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

Hammer Candlestick คืออะไร?

Hammer คือรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยว (single candlestick pattern) ที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้สังเกตจุดที่แนวโน้มขาลงอาจกำลังหมดแรง

หน้าตาของมันชัดเจนมาก คือมีตัวแท่ง (body) เล็ก ๆ อยู่ส่วนบน และมีไส้เทียน (wick หรือ shadow) ด้านล่างที่ยาวลงไปอย่างเห็นได้ชัด ส่วนไส้เทียนด้านบนจะสั้นมากหรือแทบไม่มีเลย

ที่เรียกว่า “Hammer” หรือ “ค้อน” ก็เพราะรูปร่างของมันเหมือนค้อน ตัวแท่งคือหัวค้อน และไส้เทียนล่างยาว ๆ คือด้ามค้อนที่กำลัง “ตอก” ลงไปที่พื้น

ความหมายเชิงภาพของมันคือ ราคาถูกขายกดลงไปลึกในระหว่างแท่ง แต่สุดท้ายแรงซื้อดันราคากลับขึ้นมาปิดใกล้ ๆ จุดที่เปิด นี่คือสาเหตุที่ Hammer ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนอารมณ์ตลาด

สำคัญที่ต้องเข้าใจ: Hammer จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมัน เกิดหลังแนวโน้มขาลง เท่านั้น ถ้าแท่งหน้าตาเหมือน Hammer แต่ไปโผล่หลังแนวโน้มขาขึ้น มันจะมีชื่อและความหมายต่างออกไป (เราจะพูดถึง Hanging Man ในหัวข้อถัด ๆ ไป)

ดูเพิ่มเติม:

ลักษณะของแท่งเทียน Hammer

ลักษณะของแท่งเทียน Hammer compressed
ลักษณะของแท่งเทียน Hammer

รูปแบบแท่งเทียน Hammer ที่ “ใช้ได้จริง” ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน

ตัวแท่งเล็ก (Small Real Body)

ตัวแท่งคือระยะระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ใน Hammer ตัวแท่งจะเล็กและอยู่ค่อนไปทางด้านบนของแท่งเทียน

ตัวแท่งเล็กบอกว่าราคาเปิดและราคาปิดไม่ได้ห่างกันมาก แปลว่าหลังจากการต่อสู้กันอย่างหนักในแท่งนั้น สุดท้ายราคากลับมาอยู่ใกล้จุดเริ่มต้น

ไส้เทียนล่างยาว (Long Lower Shadow)

นี่คือลักษณะเด่นที่สุดของ Hammer ไส้เทียนล่างควรยาวอย่างน้อย 2 เท่าของความยาวตัวแท่ง บางตำราใช้เกณฑ์ 2–3 เท่า

ไส้เทียนล่างที่ยาวบอกว่าระหว่างแท่งนั้นมีแรงขายกดราคาลงไปลึกมาก แต่แล้วก็มีแรงซื้อเข้ามารับและดันราคากลับขึ้นไป ยิ่งไส้ล่างยาวเท่าไหร่ การปฏิเสธราคาต่ำก็ยิ่งชัดเจน

ไส้เทียนบนสั้นหรือไม่มี (Little or No Upper Shadow)

Hammer ที่ดีควรมีไส้เทียนด้านบนสั้นมาก หรือไม่มีเลย

เหตุผลคือ ราคาปิดควรอยู่ใกล้จุดสูงสุดของแท่ง ถ้ามีไส้บนยาว แปลว่าแรงซื้อดันขึ้นไปแล้วแต่ก็ถูกตีกลับลงมา ซึ่งทำให้สัญญาณอ่อนลง

มักเกิดหลังแนวโน้มขาลง (After a Downtrend)

Hammer จะมีนัยสำคัญก็ต่อเมื่อปรากฏ “หลัง” จากที่ราคาลงมาต่อเนื่องระยะหนึ่งแล้ว

ถ้าตลาดเพิ่งจะเริ่มลง หรืออยู่ในช่วงไซด์เวย์ (sideways) แท่งที่หน้าตาเหมือน Hammer ก็แทบไม่มีความหมายในแง่การกลับตัว เพราะไม่มี “แนวโน้มเดิม” ให้กลับ

สรุปสั้น ๆ: ตัวแท่งเล็กด้านบน + ไส้ล่างยาว + ไส้บนแทบไม่มี + เกิดหลังขาลง = Hammer ที่น่าสนใจ

Hammer บอกอะไรเกี่ยวกับจิตวิทยาตลาด?

Hammer บอกอะไรเกี่ยวกับจิตวิทยาตลาด compressed
Hammer บอกอะไรเกี่ยวกับจิตวิทยาตลาด?

แท่งเทียนไม่ได้เป็นแค่รูปทรง แต่มันเล่า “เรื่องราว” ของการต่อสู้ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายในกรอบเวลานั้น Hammer เล่าเรื่องได้ชัดเจนเป็นพิเศษ

ลองนึกภาพตามนี้ ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลง ฝั่งขาย (bears) กำลังครองเกม เมื่อเปิดแท่งใหม่ ฝั่งขายก็เดินหน้ากดราคาลงไปอีกตามความเคยชิน นี่คือที่มาของไส้เทียนล่างยาว ราคาทิ่มลงไปลึก

แต่ที่ระดับราคาต่ำนั้น มีบางอย่างเปลี่ยนไป ผู้ซื้อ (bulls) เริ่มมองว่าราคาถูกพอที่จะเข้าซื้อ แรงซื้อจึงไหลเข้ามารับ และดันราคากลับขึ้นไปได้จนปิดใกล้ ๆ จุดสูงของแท่ง

ผลลัพธ์คือ ฝั่งขายที่เคยคุมเกมตลอดทั้งวันกลับ “เสียพื้นที่” คืนให้ฝั่งซื้อเกือบทั้งหมดภายในแท่งเดียว นี่คือสัญญาณว่าแรงขายอาจเริ่มหมด และอารมณ์ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก bearish ไปเป็น bullish

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนอารมณ์ใน 1 แท่ง ไม่ได้แปลว่าแนวโน้มกลับตัวแน่นอน มันเป็นแค่ “สัญญาณแรก” ฝั่งขายอาจกลับมากดต่อในแท่งถัด ๆ ไปก็ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเทรดเดอร์ถึงต้องรอการยืนยันเสมอ

Hammer สีเขียวกับ Hammer สีแดงต่างกันอย่างไร?

หลายคนเข้าใจผิดว่า Hammer ต้องเป็นสีเขียวเท่านั้น ความจริงแล้ว Hammer เกิดได้ทั้งสองสี และทั้งคู่ก็เป็นสัญญาณกลับตัวขาขึ้นที่ใช้ได้ แต่มี “น้ำหนัก” ต่างกันเล็กน้อย

ประเด็น Hammer สีเขียว (Bullish) Hammer สีแดง (Bearish-bodied)
ราคาปิดเทียบราคาเปิด ปิดสูงกว่าเปิด ปิดต่ำกว่าเปิด
ความหมาย แรงซื้อชนะจนดันราคาปิดเหนือราคาเปิด แรงซื้อดันกลับได้เกือบหมด แต่ยังปิดต่ำกว่าเปิดเล็กน้อย
ความแข็งแกร่งของสัญญาณ มักถือว่าแข็งแรงกว่าเล็กน้อย ยังใช้ได้ แต่ฝั่งซื้อยังคุมไม่เด็ดขาด

เหตุผลที่ Hammer สีเขียวมักถูกมองว่าแข็งแรงกว่าคือ การที่ราคาปิดเหนือราคาเปิดแสดงว่าฝั่งซื้อไม่เพียงดันราคากลับขึ้นมา แต่ยังเอาชนะได้สำเร็จภายในแท่งนั้น

แต่ในทางปฏิบัติ ความต่างของสีมีความสำคัญน้อยกว่าปัจจัยอื่น เช่น ตำแหน่งของ Hammer (เกิดใกล้แนวรับหรือไม่) ความยาวของไส้ล่าง และแท่งยืนยันที่ตามมา อย่ายึดติดกับสีจนมองข้ามภาพรวม

วิธีใช้ Hammer Candlestick ในการเทรด

Hammer จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อมีกระบวนการที่ชัดเจน ต่อไปนี้คือขั้นตอนแบบทีละสเต็ปที่นำไปปรับใช้ได้

ตรวจสอบแนวโน้มก่อนหน้า

ก่อนอื่นยืนยันว่ามี “แนวโน้มขาลง” จริงก่อนหน้า Hammer ถ้าไม่มีแนวโน้มเดิม สัญญาณกลับตัวก็ไม่มีความหมาย อาจใช้เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average) ช่วยดูทิศทางภาพรวม

หา Hammer ที่เกิดใกล้แนวรับ

Hammer ที่เกิดบริเวณ Support หรือแนวรับสำคัญ มีน้ำหนักมากกว่ามาก เพราะเป็นโซนที่ผู้ซื้อมักรออยู่แล้ว เมื่อสองปัจจัยสอดคล้องกัน โอกาสที่สัญญาณจะใช้ได้ก็เพิ่มขึ้น

รอแท่งยืนยัน (Confirmation)

อย่าเพิ่งเข้าทันทีที่เห็น Hammer ให้รอแท่งถัดไป ถ้าแท่งถัดมาเป็นแท่งเขียวที่ปิดเหนือจุดสูงสุดของ Hammer นั่นคือการยืนยันว่าแรงซื้อยังมีอยู่จริง

วางจุดเข้า (Entry)

จุดเข้าที่นิยมคือ เข้าซื้อเมื่อราคาทะลุเหนือจุดสูงสุดของ Hammer หรือเข้าหลังแท่งยืนยันปิด การรอจุดเข้าที่ชัดเจนช่วยลดการเข้าก่อนเวลา

ตั้ง Stop Loss

วาง Stop Loss ไว้ใต้จุดต่ำสุดของไส้เทียน Hammer เล็กน้อย เพราะถ้าราคาหลุดต่ำกว่าจุดนั้น แปลว่าสัญญาณกลับตัวล้มเหลว และควรออกจากการเทรด การมี Stop Loss คือสิ่งที่ไม่ควรละเลยไม่ว่ากรณีใด

กำหนด Take Profit

ตั้งเป้าทำกำไรอ้างอิงจากแนวต้าน (Resistance) ถัดไป หรือใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk:Reward) เช่น 1:2 เพื่อให้แผนการเทรดมีวินัยและสม่ำเสมอ

ตัวอย่างการใช้ Hammer (สมมติ)

ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลตลาดจริงและไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

สมมติว่าคุณกำลังดูกราฟ XAU/USD (ทองคำ) ในไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง ราคาปรับตัวลงมาต่อเนื่อง 3 วัน จาก 2,400 ดอลลาร์ ลงมาแถว 2,350 ดอลลาร์

ที่ระดับ 2,350 บังเอิญเป็นแนวรับเดิมที่ราคาเคยเด้งขึ้นมาก่อน จากนั้นเกิดแท่งเทียนที่มีไส้ล่างยาวทิ่มลงไปแตะ 2,342 แล้วดีดกลับขึ้นมาปิดที่ 2,352 ตัวแท่งเล็กและไส้บนแทบไม่มี นี่คือ Hammer ที่เกิดบนแนวรับ

แทนที่จะรีบเข้า คุณรอแท่งถัดไป ปรากฏว่าแท่งถัดมาเป็นแท่งเขียวปิดที่ 2,365 เหนือจุดสูงสุดของ Hammer ถือเป็นแท่งยืนยัน

  • จุดเข้า (Entry): ~2,366 หลังแท่งยืนยันปิด
  • Stop Loss: ใต้ไส้ Hammer เล็กน้อย เช่น 2,338
  • Take Profit: ที่แนวต้านถัดไปแถว 2,400

ในกรณีนี้ ความเสี่ยงประมาณ 28 ดอลลาร์ ต่อโอกาสกำไรประมาณ 34 ดอลลาร์ ได้ Risk:Reward ราว 1:1.2 ซึ่งเทรดเดอร์อาจเลือกรอจุดเข้าที่ดีกว่าหากต้องการอัตราส่วนสูงขึ้น

จุดสำคัญคือ แม้ทุกอย่างจะเข้าเงื่อนไข ราคาก็ยังมีโอกาสหลุด Stop Loss ได้เสมอ การวางแผนล่วงหน้าจึงสำคัญกว่าการเดาทิศทาง

Hammer ใช้ร่วมกับ Indicator อะไรได้บ้าง?

Hammer ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้เป็น “ชิ้นส่วนหนึ่ง” ของภาพรวม ไม่ใช่ใช้เดี่ยว ๆ อินดิเคเตอร์ต่อไปนี้ช่วยกรองสัญญาณให้แม่นขึ้น

RSI (Relative Strength Index): ถ้า Hammer เกิดตอนที่ RSI อยู่ในเขต oversold (ต่ำกว่า 30) หรือเกิด bullish divergence แสดงว่าแรงขายอ่อนแรงจริง สอดคล้องกับสิ่งที่ Hammer บอก

MACD: สังเกตการตัดกันของเส้น MACD ในทิศทางขาขึ้น หรือฮิสโตแกรมที่เริ่มหดตัวฝั่งลบ ถ้าเกิดพร้อม Hammer ก็เป็นสัญญาณเสริม

Moving Average: ถ้า Hammer เด้งขึ้นจากเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ เช่น EMA 50 หรือ EMA 200 เส้นเหล่านี้มักทำหน้าที่เป็นแนวรับเชิงพลวัต ทำให้สัญญาณน่าเชื่อถือขึ้น

Volume: Hammer ที่มาพร้อมปริมาณการซื้อขาย (Volume) สูงกว่าปกติ บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อเข้ามาจริงจัง ไม่ใช่แค่การเด้งบาง ๆ

Support/Resistance: อย่างที่ย้ำไปแล้ว Hammer ที่เกิดบนแนวรับสำคัญมีน้ำหนักมากที่สุด การรวมแนวรับ-แนวต้านเข้ากับ Hammer คือพื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง

หลักการคือ ยิ่งมีปัจจัยสนับสนุนสอดคล้องกันหลายอย่าง (confluence) โอกาสที่สัญญาณจะใช้ได้ก็ยิ่งสูง=

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

มือใหม่มักพลาดกับ Hammer ในรูปแบบเดิม ๆ ตารางนี้สรุปข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีเลี่ยง

ข้อผิดพลาด ทำไมถึงเสี่ยง วิธีหลีกเลี่ยง
เข้าซื้อทันทีที่เห็น Hammer ยังไม่มีการยืนยัน ราคาอาจลงต่อ รอแท่งยืนยันปิดก่อนเข้า
ใช้ Hammer ในตลาดไซด์เวย์ ไม่มีแนวโน้มเดิมให้กลับตัว สัญญาณไร้ความหมาย ใช้เฉพาะหลังแนวโน้มขาลงชัดเจน
ไม่ตั้ง Stop Loss ถ้าสัญญาณผิด อาจขาดทุนหนักโดยไม่มีจุดออก วาง Stop Loss ใต้ไส้ Hammer เสมอ
มองข้ามแนวรับ/แนวต้าน Hammer ลอย ๆ กลางอากาศมีความน่าเชื่อถือต่ำ ใช้ Hammer ที่เกิดใกล้แนวรับสำคัญ
ยึดติดกับสีของแท่งมากเกินไป สีไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด ทำให้พลาดภาพรวม ดูตำแหน่ง ไส้ล่าง และ confirmation ประกอบ
ใช้ Hammer เดี่ยว ๆ ไม่มีตัวกรอง สัญญาณหลอกมีเยอะ โดยเฉพาะไทม์เฟรมเล็ก ใช้ร่วมกับ RSI, MACD, Volume หรือแนวรับ

Hammer ต่างจาก Inverted Hammer และ Hanging Man อย่างไร?

แท่งสามแบบนี้หน้าตาคล้ายกันจนสับสนได้ง่าย ความต่างอยู่ที่ตำแหน่งไส้เทียนและบริบทของแนวโน้ม

รูปแบบ หน้าตา เกิดหลังแนวโน้ม ความหมาย
Hammer ตัวแท่งบน + ไส้ล่างยาว ขาลง สัญญาณกลับตัวขาขึ้น (bullish)
Inverted Hammer ตัวแท่งล่าง + ไส้บนยาว ขาลง สัญญาณกลับตัวขาขึ้น (bullish) แต่ต้องรอยืนยันมากขึ้น
Hanging Man ตัวแท่งบน + ไส้ล่างยาว (เหมือน Hammer) ขาขึ้น สัญญาณกลับตัวขาลง (bearish)

จุดที่ต้องจำ:

  • Hammer กับ Hanging Man มีหน้าตา “เหมือนกันเป๊ะ” ต่างกันแค่บริบท Hammer เกิดหลังขาลง (สัญญาณขึ้น) ส่วน Hanging Man เกิดหลังขาขึ้น (สัญญาณลง) บริบทแนวโน้มคือตัวตัดสิน
  • Inverted Hammer กลับหัวกับ Hammer คือไส้ยาวอยู่ด้านบน แต่ก็เป็นสัญญาณกลับตัวขาขึ้นเหมือนกัน เพราะเกิดหลังขาลง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการดูแค่รูปทรงแท่งเทียนอย่างเดียวไม่พอ ต้องดู “ตำแหน่ง” ในแนวโน้มประกอบเสมอ

Hammer Candlestick แม่นไหม?

Hammer Candlestick แม่นไหม compressed
Hammer Candlestick แม่นไหม?

คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ Hammer ใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้เดี่ยว ๆ

Hammer เป็นเครื่องมือสังเกตอารมณ์ตลาดที่มีประโยชน์ และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกตลาด ทั้ง Forex หุ้น ทองคำ และ Crypto แต่มันไม่ใช่สูตรวิเศษ ไม่มีรูปแบบแท่งเทียนใดที่แม่นยำ 100%

ความแม่นยำของ Hammer ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ตำแหน่งที่เกิด (ใกล้แนวรับหรือไม่) ไทม์เฟรมที่ใช้ (ไทม์เฟรมใหญ่มักน่าเชื่อถือกว่า) การมีแท่งยืนยัน และการสนับสนุนจากอินดิเคเตอร์อื่น

ในไทม์เฟรมเล็ก ๆ เช่น 1 หรือ 5 นาที สัญญาณหลอก (false signal) จะเกิดบ่อยมาก ในขณะที่ไทม์เฟรมรายวันหรือรายสัปดาห์มักให้สัญญาณที่มีคุณภาพกว่า

สรุปคือ ให้มอง Hammer เป็น “เบาะแส” ที่ต้องนำไปประกอบกับหลักฐานอื่น ไม่ใช่ “ข้อสรุป” ที่ใช้ตัดสินใจเดี่ยว ๆ และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการบริหารความเสี่ยงเสมอ

สรุป

แท่งเทียน Hammer เป็นรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวที่อ่านอารมณ์ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยตัวแท่งเล็กและไส้ล่างยาวที่สะท้อนการปฏิเสธราคาต่ำหลังแนวโน้มขาลง อย่างไรก็ตาม Hammer เป็นเพียงสัญญาณเตือน ไม่ใช่การการันตีว่าราคาจะกลับตัว การใช้งานที่ดีจึงต้องรอแท่งยืนยัน ดูตำแหน่งใกล้แนวรับ ใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ และที่ขาดไม่ได้คือการตั้ง Stop Loss พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยทุกครั้ง

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form