Three Drive Pattern Strategy คืออะไร? เข้าใจง่ายฉบับมือใหม่

Last updated: 03/07/2026

Three Drive Pattern Strategy เป็นกลยุทธ์การวิเคราะห์กราฟราคาที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักเทรดสาย Technical Analysis โดยอาศัยการสังเกตรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นเป็น 3 คลื่นต่อเนื่อง เพื่อช่วยระบุโอกาสในการกลับตัวของแนวโน้มได้อย่างแม่นยำมากขึ้น กลยุทธ์นี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับตลาด Forex รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ และเมื่อใช้งานร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น Fibonacci Retracement, แนวรับ-แนวต้าน และ Price Action จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนเข้าและออกจากตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Three Drive Pattern คืออะไร

Three Drive Pattern คือรูปแบบราคาในกลุ่ม Harmonic Pattern ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาแบบสมมาตร 3 ครั้งติดต่อกัน หรือที่เรียกว่า “Drive” ในทิศทางเดียวกัน โดยแต่ละ Drive จะตามด้วยการพักตัว (Retracement) ก่อนจะเคลื่อนไหวต่อไปยัง Drive ถัดไป เมื่อ Drive ที่ 3 สิ้นสุดลง มักเกิดสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้มตามมา

ในรูปแบบขาขึ้น (Bullish) ราคาจะสร้างจุดต่ำลงเรื่อย ๆ 3 ครั้ง ก่อนกลับตัวเป็นขาขึ้น ส่วนในรูปแบบขาลง (Bearish) ราคาจะสร้างจุดสูงขึ้นเรื่อย ๆ 3 ครั้ง ก่อนกลับตัวเป็นขาลง

สิ่งที่ควรรู้ตั้งแต่แรกคือ Three Drive Pattern เป็นรูปแบบที่พบได้ค่อนข้างยาก เมื่อเทียบกับรูปแบบ Harmonic อื่น ๆ เพราะต้องอาศัยความสมมาตรของทั้งราคาและเวลาในระดับสูง จึงไม่ใช่รูปแบบที่จะเห็นได้บ่อยในทุกกราฟ แต่เมื่อเกิดขึ้นและได้รับการยืนยันอย่างถูกต้อง มักให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk-Reward) ที่น่าสนใจ

ประวัติที่มาของ Three Drive Pattern

ประวัติที่มาของ Three Drive Pattern
ประวัติที่มาของ Three Drive Pattern

Three Drive Pattern เป็นหนึ่งในรูปแบบ Harmonic Pattern ที่ถูกรวบรวมและอธิบายอย่างเป็นระบบโดย Scott M. Carney ผู้เขียนหนังสือ Harmonic Trader ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการใช้อัตราส่วนฟีโบนักชีมาวัดความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละคลื่นราคาในรูปแบบ Harmonic ต่าง ๆ รวมถึง Three Drive Pattern ด้วย

นอกจากนี้ Three Drive Pattern ยังมีความเชื่อมโยงกับแนวคิดของ Elliott Wave Principle ที่พัฒนาโดย Ralph Nelson Elliott ซึ่งอธิบายว่าราคาตลาดเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักรคลื่นที่ซ้ำรูปแบบกัน บางแหล่งข้อมูลจึงมองว่า Three Drive Pattern เป็นเหมือน “ต้นแบบ” หรือรูปแบบที่มีความสัมพันธ์ใกล้เคียงกับโครงสร้างคลื่นใน Elliott Wave ในบางลักษณะ

ทฤษฎีพื้นฐาน Three Drive Pattern: Elliott Wave กับ Harmonic Pattern ต่างกันอย่างไร

เพื่อให้เข้าใจ Three Drive Pattern ได้ลึกขึ้น ควรแยกความแตกต่างระหว่างสองแนวคิดที่มักถูกพูดถึงคู่กันดังนี้

  • Elliott Wave Theory มองว่าราคาตลาดเคลื่อนไหวเป็นคลื่น 5 คลื่นในทิศทางหลักและ 3 คลื่นปรับฐาน โดยเน้นการนับจำนวนคลื่นและโครงสร้างวัฏจักรเป็นหลัก ไม่ได้ยึดอัตราส่วนฟีโบนักชีเป็นเงื่อนไขบังคับเสมอไป
  • Harmonic Pattern ซึ่งรวมถึง Three Drive Pattern จะยึดอัตราส่วนฟีโบนักชีที่เฉพาะเจาะจงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการยืนยันรูปแบบ ทำให้มีความแม่นยำเชิงตัวเลขมากกว่า แต่ก็ต้องอาศัยความสมมาตรที่ชัดเจนของแต่ละคลื่นด้วย

กล่าวโดยสรุป Three Drive Pattern คือการนำแนวคิดเรื่องคลื่นราคาแบบ Elliott Wave มาผสมกับความเข้มงวดของอัตราส่วนฟีโบนักชีแบบ Harmonic Pattern ทำให้ได้รูปแบบที่มีทั้งมุมมองเชิงโครงสร้างและมุมมองเชิงตัวเลขในเวลาเดียวกัน

Three Drive Pattern ต่างจาก ABCD Pattern อย่างไร

หลายคนที่เริ่มศึกษา Harmonic Pattern มักสับสนระหว่าง Three Drive Pattern กับ ABCD Pattern เพราะมีลักษณะคล้ายกัน ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างหลักให้เห็นภาพชัดขึ้น

หัวข้อ ABCD Pattern Three Drive Pattern
จำนวนจุดหลัก 4 จุด (A, B, C, D) 6 จุด (0, 1, A, 2, B, 3)
จำนวนขาเคลื่อนไหว 2 ขา และการปรับฐาน 1 ครั้ง 3 ขา (Drive) และการปรับฐาน 2 ครั้ง
ความยากในการสังเกต สังเกตง่ายกว่า เหมาะกับมือใหม่ สังเกตยากกว่า ต้องอาศัยความสมมาตรสูง
ความถี่ที่พบ พบได้บ่อยกว่า พบได้น้อยกว่า เพราะเงื่อนไขเข้มงวดกว่า

กล่าวง่าย ๆ คือ Three Drive Pattern เปรียบเสมือน ABCD Pattern สองรูปแบบที่ต่อเนื่องซ้อนกัน ทำให้มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น แต่หากระบุได้ถูกต้อง ก็มักให้สัญญาณกลับตัวที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นตามไปด้วย

โครงสร้างจุด 0-1-2-3-A-B และอัตราส่วนฟีโบนักชีของ Three Drive Pattern

โครงสร้างจุด 0-1-2-3-A-B และอัตราส่วนฟีโบนักชีของ Three Drive Pattern
โครงสร้างจุด 0-1-2-3-A-B และอัตราส่วนฟีโบนักชีของ Three Drive Pattern

Three Drive Pattern ประกอบด้วยจุดสำคัญ 6 จุด เรียงตามลำดับการเกิดขึ้นบนกราฟ ได้แก่ จุด 0, จุด 1, จุด A, จุด 2, จุด B และจุด 3 โดยแต่ละจุดมีความสัมพันธ์กับอัตราส่วนฟีโบนักชีดังนี้

  • จุด 0 คือจุดเริ่มต้นของ Drive แรก
  • จุด 1 คือจุดสิ้นสุดของ Drive แรก
  • จุด A คือจุดปรับฐานที่ระดับประมาณ 61.8 เปอร์เซ็นต์ของ Drive แรก
  • จุด 2 คือจุดสิ้นสุดของ Drive ที่ 2 ซึ่งมักขยายไปที่ระดับ 127.2 ถึง 161.8 เปอร์เซ็นต์ ของระยะจุด A
  • จุด B คือจุดปรับฐานที่ระดับประมาณ 61.8 เปอร์เซ็นต์ของ Drive ที่ 2
  • จุด 3 คือจุดสิ้นสุดของ Drive ที่ 3 ซึ่งมักขยายไปที่ระดับ 127.2 ถึง 161.8 เปอร์เซ็นต์ ของระยะจุด B

นอกจากสัดส่วนราคาแล้ว อีกเงื่อนไขที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสมมาตรของเวลา กล่าวคือระยะเวลาที่ใช้สร้าง Drive 2 และ Drive 3 ควรใกล้เคียงกัน รวมถึงระยะเวลาของการปรับฐาน A และ B ก็ควรใกล้เคียงกันเช่นกัน หากไม่มีความสมมาตรทั้งด้านราคาและเวลา รูปแบบที่เห็นอาจไม่ใช่ Three Drive Pattern ที่สมบูรณ์

วิธีระบุ Three Drive Pattern บนกราฟ

สำหรับมือใหม่ การฝึกระบุ Three Drive Pattern ควรทำตามลำดับขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อลดความสับสน

  1. สังเกตแนวโน้มหลักของกราฟก่อนว่าเป็นขาขึ้นหรือขาลง เพื่อกำหนดว่าจะมองหารูปแบบ Bullish หรือ Bearish
  2. มองหาจุดสวิง (Swing Point) ที่ชัดเจนเพื่อกำหนดเป็นจุด 0 และจุด 1 ของ Drive แรก
  3. ใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement วัดจากจุด 0 ถึงจุด 1 เพื่อหาจุด A ที่ระดับประมาณ 61.8 เปอร์เซ็นต์
  4. ใช้เครื่องมือ Fibonacci Extension วัดจากจุด A เพื่อคาดการณ์ตำแหน่งจุด 2 ที่ระดับ 127.2 ถึง 161.8 เปอร์เซ็นต์
  5. ทำซ้ำขั้นตอนเดิมเพื่อหาจุด B และจุด 3 โดยตรวจสอบว่าอัตราส่วนและระยะเวลาของแต่ละขามีความสมมาตรใกล้เคียงกับ Drive ก่อนหน้าหรือไม่
  6. เมื่อจุด 3 เสร็จสมบูรณ์ ให้สังเกตสัญญาณกลับตัวเพิ่มเติม เช่น รูปแบบแท่งเทียน หรือ Indicator อื่นประกอบ ก่อนพิจารณาตัดสินใจต่อไป

ข้อควรระวังคือ หากรูปแบบที่เห็นไม่ชัดเจนหรือดูฝืน ๆ ตั้งแต่แรก มีโอกาสสูงที่จะไม่ใช่ Three Drive Pattern ที่แท้จริง ควรรอดูรูปแบบที่ชัดเจนกว่าแทนการพยายามตีความรูปแบบที่คลุมเครือ

ตัวอย่างสมมติ: นับ Three Drive Pattern แบบมีตัวเลขประกอบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สมมติกราฟอยู่ในแนวโน้มขาลง และกำลังจะเกิด Three Drive Pattern แบบ Bullish ดังตัวอย่างการนับต่อไปนี้ ตัวเลขที่ใช้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลราคาจริงจากตลาด

  • จุด 0 ราคาเริ่มต้นที่ระดับสมมติ 100 หน่วย
  • จุด 1 ราคาลดลงมาที่ระดับสมมติ 90 หน่วย เกิดเป็น Drive แรก
  • จุด A ราคาปรับฐานขึ้นมาประมาณ 61.8 เปอร์เซ็นต์ของ Drive แรก
  • จุด 2 ราคาลดลงต่อจนถึงระดับประมาณ 127.2 เปอร์เซ็นต์ของระยะจุด A เกิดเป็น Drive ที่ 2
  • จุด B ราคาปรับฐานขึ้นมาประมาณ 61.8 เปอร์เซ็นต์ของ Drive ที่ 2
  • จุด 3 ราคาลดลงอีกครั้งจนถึงระดับประมาณ 127.2 เปอร์เซ็นต์ของระยะจุด B เกิดเป็น Drive ที่ 3 และเป็นจุดที่รอสัญญาณกลับตัว

เมื่อ Drive ที่ 3 สมบูรณ์และมีสัญญาณยืนยันการกลับตัว จุดนี้คือบริเวณที่นักเทรดจะเริ่มพิจารณาตำแหน่งเข้าออเดอร์ในทิศทางขาขึ้นตามหลักการของรูปแบบ

Three Drive Pattern ยากไหมสำหรับมือใหม่

Three Drive Pattern ยากไหมสำหรับมือใหม่
Three Drive Pattern ยากไหมสำหรับมือใหม่

ตอบตรง ๆ คือ Three Drive Pattern ไม่ใช่รูปแบบที่เหมาะสำหรับผู้เพิ่งเริ่มต้นวิเคราะห์กราฟแบบไม่มีพื้นฐานเลย เพราะต้องใช้ทั้งทักษะการอ่านคลื่นราคาและความเข้าใจอัตราส่วนฟีโบนักชีไปพร้อมกัน หากยังไม่คุ้นเคยกับ ABCD Pattern มาก่อน อาจรู้สึกสับสนได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม หากต้องการเริ่มฝึกฝน สามารถยึดกฎง่าย ๆ 2 ข้อนี้เป็นหลักก่อน แล้วค่อยเพิ่มความละเอียดทีหลัง

  • ต้องมี Drive 3 ครั้งที่มีลักษณะเป็นคลื่นสมมาตรกันอย่างชัดเจน ทั้งด้านรูปร่างและระยะเวลา
  • ต้องมีการปรับฐาน 2 ครั้งระหว่างแต่ละ Drive ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

เมื่อฝึกสังเกตกฎพื้นฐานสองข้อนี้จนคุ้นตาแล้ว จึงค่อยเพิ่มการใช้เครื่องมือฟีโบนักชีเพื่อยืนยันความแม่นยำในลำดับถัดไป

กรอบเวลาไหนเหมาะกับ Three Drive Pattern มากที่สุด

Three Drive Pattern สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายกรอบเวลา แต่โดยทั่วไปกรอบเวลาที่สูงขึ้นมักให้สัญญาณที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า เนื่องจากมีนักเทรดจำนวนมากมองเห็นรูปแบบเดียวกัน และมีโอกาสเกิดสัญญาณรบกวน (Noise) น้อยกว่ากรอบเวลาสั้น

ในกรอบเวลาสั้นมาก รูปแบบอาจดูไม่ชัดเจนหรือถูกรบกวนด้วยความผันผวนระยะสั้น ทำให้ตีความผิดพลาดได้ง่าย ในขณะที่กรอบเวลาที่ยาวเกินไปอาจทำให้สังเกตจุดสัมผัสหรือจุดกลับตัวได้ไม่ทันเวลา ดังนั้นแนวทางที่หลายคนใช้คือเลือกกรอบเวลาระดับกลางถึงสูงเป็นหลักในการมองหารูปแบบ แล้วใช้กรอบเวลาที่เล็กลงเพื่อหาจังหวะเข้าออเดอร์ที่ละเอียดขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์เข้าออเดอร์ Three Drive Pattern

เมื่อพบรูปแบบ Three Drive Pattern ที่สมบูรณ์แล้ว การเข้าออเดอร์สามารถทำได้สองแนวทางหลัก ซึ่งแต่ละแนวทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน

  • Limit Order คือการวางคำสั่งล่วงหน้าบริเวณระดับฟีโบนักชี 127.2 ถึง 161.8 เปอร์เซ็นต์ ที่คาดว่าจุด 3 จะสิ้นสุด ข้อดีคือได้ตำแหน่งเข้าที่ใกล้จุดกลับตัวมากที่สุด แต่ข้อจำกัดคือราคาอาจยังไม่กลับตัวจริง ทำให้ความเสี่ยงในการกำหนด Stop Loss มากขึ้น
  • Market Order หลังยืนยันสัญญาณ คือการรอให้เกิดสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนก่อน เช่น รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว หรือโครงสร้างราคาเริ่มเปลี่ยนทิศทาง แล้วจึงเข้าออเดอร์ ข้อดีคือลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอก แต่ข้อจำกัดคือมักได้ตำแหน่งเข้าที่ไม่สวยงามเท่าวิธีแรก และอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอาจลดลง

ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด ควรพิจารณาประกอบกับสัญญาณจาก Indicator อื่น เช่น Oscillator ที่บ่งชี้ภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป รวมถึงปริมาณการซื้อขาย เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนตัดสินใจ

กลยุทธ์เข้าออเดอร์ Three Drive Pattern
กลยุทธ์เข้าออเดอร์ Three Drive Pattern

จุดวาง Stop Loss ของ Three Drive Pattern

การวาง Stop Loss ของ Three Drive Pattern มักอ้างอิงจากระดับฟีโบนักชีส่วนขยายที่เลยจุด 3 ออกไปเล็กน้อย เพื่อป้องกันกรณีที่ราคายังคงเคลื่อนไหวต่อเกินกว่ารูปแบบที่คาดไว้

  • สำหรับรูปแบบ Bullish มักวาง Stop Loss ไว้ใต้จุด 3 ในบริเวณระดับส่วนขยายประมาณ 161 ถึง 170 เปอร์เซ็นต์ ของ Drive ก่อนหน้า
  • สำหรับรูปแบบ Bearish มักวาง Stop Loss ไว้เหนือจุด 3 ในบริเวณระดับใกล้เคียงกัน

หลักการนี้ช่วยให้มีระยะกันชนเผื่อกรณีราคาแกว่งเกินจุดที่คาดไว้เล็กน้อย โดยไม่ทำให้ Stop Loss ใกล้เกินไปจนถูกกวาดออกจากตลาดง่าย ๆ ก่อนที่รูปแบบจะพิสูจน์ว่าใช้ได้จริงหรือไม่

จุดทำกำไร Three Drive Pattern

เป้าหมายทำกำไรที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับ Three Drive Pattern คือระดับการปรับฐาน 61.8 เปอร์เซ็นต์ ของระยะทั้งหมดตั้งแต่จุด 0 ถึงจุด 3 โดยวัดด้วยเครื่องมือ Fibonacci Retracement

นอกจากระดับ 61.8 เปอร์เซ็นต์ นักเทรดบางส่วนยังใช้วิธีอื่นประกอบ เช่น

  • กำหนดเป้าหมายที่บริเวณจุด 2 หรือจุด 1 ของรูปแบบ ซึ่งเป็นแนวรับหรือแนวต้านเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
  • ใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 3 แทนการยึดระดับฟีโบนักชีเพียงอย่างเดียว

การเลือกใช้เป้าหมายทำกำไรแบบใดขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดและระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้ ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้ผลเหมือนกันในทุกสถานการณ์

สรุปกรอบการเทรด Three Drive Pattern แบบครบระบบ

เมื่อนำทุกองค์ประกอบมารวมกัน กรอบการเทรด Three Drive Pattern ที่ครบระบบสามารถสรุปเป็นลำดับขั้นตอนได้ดังนี้

  1. ระบุแนวโน้มหลักของกราฟ และตรวจสอบว่ามีรูปแบบ 3 Drive ที่สมมาตรเกิดขึ้นหรือไม่
  2. ใช้ Fibonacci Retracement และ Extension วัดความสัมพันธ์ของจุด 0, 1, A, 2, B และ 3
  3. รอสัญญาณยืนยันการกลับตัวเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเข้าออเดอร์
  4. เลือกวิธีเข้าออเดอร์ระหว่าง Limit Order หรือ Market Order ตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  5. วาง Stop Loss ที่ระดับส่วนขยายเลยจุด 3 ประมาณ 161 ถึง 170 เปอร์เซ็นต์
  6. กำหนดจุดทำกำไรที่ระดับ 61.8 เปอร์เซ็นต์ของรูปแบบทั้งหมด หรือปรับตามอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ต้องการ

Three Drive Pattern เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ใช่สูตรที่รับประกันผลลัพธ์ในทุกครั้ง การใช้งานควรควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และควรฝึกฝนการสังเกตรูปแบบบนข้อมูลย้อนหลังให้คุ้นเคยก่อนนำไปใช้ตัดสินใจจริง เพื่อให้เข้าใจข้อจำกัดของรูปแบบนี้อย่างรอบด้าน

บทสรุป

Three Drive Pattern Strategy เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์จุดกลับตัวของราคาและวางแผนการซื้อขายได้อย่างเป็นระบบ แม้ว่ารูปแบบนี้จะมีความน่าเชื่อถือ แต่ควรใช้ร่วมกับการยืนยันสัญญาณจากอินดิเคเตอร์หรือปัจจัยทางเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยง การกำหนดจุด Stop Loss และการฝึกฝนการสังเกตรูปแบบกราฟอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถใช้ Three Drive Pattern Strategy ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการเทรดระยะยาว

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ support@wemastertrade.com ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form