spread in Forex คืออะไร และส่งผลต่อการเทรดอย่างไร

Last updated: 11/06/2026

spread in Forex เป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่นักเทรดควรทำความเข้าใจก่อนเริ่มซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพราะสเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ซึ่งมีผลโดยตรงต่อกำไรและขาดทุนของการเทรด หากนักลงทุนไม่เข้าใจว่า spread in Forex ทำงานอย่างไร อาจทำให้ประเมินต้นทุนการเข้าออเดอร์ผิดพลาดและส่งผลต่อกลยุทธ์การเทรดในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับความหมายของสเปรด ปัจจัยที่ทำให้สเปรดเปลี่ยนแปลง และวิธีเลือกโบรกเกอร์หรือช่วงเวลาเทรดที่ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

spread in Forex คืออะไร

spread in Forex คือส่วนต่างของราคาสองตัวที่แสดงบนแพลตฟอร์ม ได้แก่

  • ราคา Bid = ราคาที่คุณ “ขาย” ได้
  • ราคา Ask = ราคาที่คุณ “ซื้อ” ได้

ราคา Ask จะสูงกว่าราคา Bid เสมอ และช่องว่างระหว่างสองราคานี้คือสเปรด ซึ่งโดยทั่วไปวัดเป็นหน่วย pip (จุดทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ของคู่เงินส่วนใหญ่)

ลองนึกภาพง่าย ๆ เหมือนร้านแลกเงิน เวลาคุณไปแลกเงิน ร้านจะ “รับซื้อ” ดอลลาร์ในราคาหนึ่ง และ “ขาย” ดอลลาร์ให้คุณในอีกราคาหนึ่งที่แพงกว่า ส่วนต่างตรงนั้นคือกำไรของร้าน เช่นเดียวกัน สเปรดในตลาด Forex ก็คือส่วนต่างที่เป็นต้นทุนของการเข้าทำรายการ

คำที่เกี่ยวข้องและควรรู้คร่าว ๆ:

  • pip: หน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุด ใช้บอกขนาดของสเปรด
  • commission (ค่าคอมมิชชั่น): ค่าธรรมเนียมอีกแบบหนึ่งที่บางบัญชีเก็บแยกจากสเปรด
  • liquidity (สภาพคล่อง): ปริมาณการซื้อขายในตลาด ยิ่งสภาพคล่องสูง สเปรดมักยิ่งแคบ

spread in Forex สำคัญอย่างไรต่อการเทรด

spread in Forex สำคัญอย่างไรต่อการเทรด compressed
spread in Forex สำคัญอย่างไรต่อการเทรด

สเปรดสำคัญเพราะมันคือ ต้นทุนที่คุณจ่ายทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุนในที่สุด

ผลกระทบหลัก ๆ มีดังนี้:

  • กระทบต้นทุนการเทรดโดยตรง — ยิ่งสเปรดกว้าง คุณยิ่งต้องจ่ายมากต่อหนึ่งออเดอร์
  • กระทบจุดคุ้มทุน — ราคาต้องวิ่งไปในทิศทางที่คุณคาดอย่างน้อยเท่ากับขนาดสเปรด คุณถึงจะเริ่ม “เสมอตัว”
  • กระทบกลยุทธ์ระยะสั้น — เทรดเดอร์ที่เปิด-ปิดออเดอร์บ่อย (เช่น scalping) จะรู้สึกถึงผลของสเปรดมากกว่าคนที่ถือยาว เพราะจ่ายสเปรดหลายครั้ง

สำหรับมือใหม่ การมองข้ามสเปรดเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อย หลายคนสงสัยว่าทำไมเปิดออเดอร์มาก็ติดลบทันที ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด คำตอบคือสเปรดนั่นเอง การเข้าใจตัวเลขนี้จึงเป็นพื้นฐานของการประเมินต้นทุนและบริหารความเสี่ยง

ประเภทของ spread in Forex

โดยทั่วไปสเปรดแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักที่มือใหม่ควรรู้จัก

สเปรดคงที่ (Fixed Spread)

  • คืออะไร: สเปรดที่ถูกกำหนดไว้ตายตัว ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด
  • ข้อดี: คาดเดาต้นทุนได้ง่าย เหมาะกับการวางแผน เพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะจ่ายเท่าไร
  • ข้อเสีย: บางช่วงอาจกว้างกว่าสเปรดแบบลอยตัว และบางโบรกเกอร์อาจมีเงื่อนไขอื่นแฝงอยู่
  • เหมาะกับใคร: มือใหม่ที่อยากได้ความแน่นอน หรือคนที่เทรดในช่วงตลาดผันผวน

สเปรดลอยตัว (Variable / Floating Spread)

  • คืออะไร: สเปรดที่เปลี่ยนไปตามสภาพคล่องและความผันผวนของตลาดแบบเรียลไทม์
  • ข้อดี: ในช่วงตลาดปกติที่สภาพคล่องสูง สเปรดมักแคบมาก ทำให้ต้นทุนต่ำ
  • ข้อเสีย: ช่วงข่าวแรงหรือสภาพคล่องต่ำ สเปรดอาจขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • เหมาะกับใคร: เทรดเดอร์ที่เทรดในช่วงตลาดคึกคักและต้องการต้นทุนต่ำในภาวะปกติ

หมายเหตุ: บางบัญชีอาจมีรูปแบบ “สเปรดต่ำ + เก็บค่าคอมมิชชั่นแยก” ซึ่งต้องคิดต้นทุนรวมทั้งสองส่วน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขสเปรดอย่างเดียว

วิธีดูหรือวิธีคำนวณ spread in Forex

วิธีดูหรือวิธีคำนวณ spread in Forex compressed
วิธีดูหรือวิธีคำนวณ spread in Forex

การคำนวณสเปรดทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนนี้

ขั้นตอน:

  • ดูราคา Ask (ราคาซื้อ) บนแพลตฟอร์ม
  • ดูราคา Bid (ราคาขาย)
  • นำสองค่ามาลบกัน: สเปรด = Ask − Bid
  • แปลงผลลัพธ์เป็นหน่วย pip

ตัวอย่างการคำนวณ (คู่เงิน EUR/USD):

  • ค่า A (Ask / ราคาซื้อ) = 1.10525
  • ค่า B (Bid / ราคาขาย) = 1.10510
  • ส่วนต่าง = 1.10525 − 1.10510 = 0.00015
  • ดังนั้น spread in Forex = 1.5 pip

(เนื่องจาก 1 pip ของคู่เงินนี้ = 0.0001 ส่วนต่าง 0.00015 จึงเท่ากับ 1.5 pip)

คิดเป็นเงินจริงเท่าไร? ถ้าคุณเทรดขนาด 1 lot มาตรฐาน (มูลค่า pip ราว 10 ดอลลาร์ต่อ pip) สเปรด 1.5 pip จะเท่ากับต้นทุนประมาณ 15 ดอลลาร์ต่อหนึ่งออเดอร์ ตัวเลขนี้คือสิ่งที่คุณจ่ายตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดสถานะ

ตัวอย่างการใช้งานจริง

ตัวอย่างที่ 1 — เปรียบเทียบต้นทุนระหว่างคู่เงิน

สมมติคุณดูคู่เงินสองคู่:

  • EUR/USD มีสเปรด 1.0 pip
  • GBP/JPY มีสเปรด 3.5 pip

ถ้าทั้งสองออเดอร์มีขนาดเท่ากัน การเทรด GBP/JPY จะมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า เพราะสเปรดกว้างกว่า เทรดเดอร์จึงควรนำต้นทุนนี้มาคิดในการวางแผน ไม่ใช่ดูแค่ทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างที่ 2 — ผลของสเปรดต่อจุดคุ้มทุน

สมมติคุณซื้อ EUR/USD โดยมีสเปรด 1.5 pip ทันทีที่เปิดออเดอร์ ราคาในบัญชีจะแสดงติดลบ 1.5 pip ก่อน นั่นหมายความว่าราคาต้องวิ่งขึ้นอย่างน้อย 1.5 pip คุณถึงจะเริ่มเสมอตัว และต้องวิ่งมากกว่านั้นจึงจะเริ่มมีกำไร

(ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงการอธิบายแนวคิด ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายคู่เงินใด ๆ)

spread in Forex ต่ำ/สูง ส่งผลอย่างไร

spread in Forex ต่ำ สูง ส่งผลอย่างไร compressed
spread in Forex ต่ำ/สูง ส่งผลอย่างไร

เมื่อสเปรดต่ำ (แคบ):

  • ต้นทุนการเทรดต่ำลง คุ้มทุนได้เร็วขึ้น
  • เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เปิด-ปิดออเดอร์บ่อย
  • มักเกิดในคู่เงินสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD ในช่วงตลาดปกติ

เมื่อสเปรดสูง (กว้าง):

  • ต้นทุนต่อออเดอร์สูงขึ้น ราคาต้องวิ่งไกลกว่าจึงจะกำไร
  • มักเกิดในคู่เงินสภาพคล่องต่ำ หรือช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ตลาดผันผวน
  • มือใหม่ควรระวังเป็นพิเศษเมื่อเทรดช่วงข่าวแรง เพราะสเปรดอาจขยายกว้างขึ้นกะทันหันและทำให้ต้นทุนพุ่งโดยไม่ทันตั้งตัว

โดยรวม สเปรดที่ต่ำกว่ามักดีต่อต้นทุน แต่ก็ไม่ควรเลือกจากตัวเลขสเปรดเพียงอย่างเดียว ต้องดูเงื่อนไขการเทรดอื่น ๆ ประกอบด้วย

ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่

  • อย่าดูแค่ตัวเลขสเปรดต่ำ แล้วตัดสินใจทันที ควรดูต้นทุนรวมทั้งหมด
  • คิดต้นทุนหลายส่วนรวมกัน: ค่าธรรมเนียม, สเปรด, ค่าคอมมิชชั่น (commission) และ slippage (ราคาคลาดเคลื่อนตอนส่งคำสั่ง)
  • ระวังช่วงสภาพคล่องต่ำ (low liquidity) และความผันผวนสูง (high volatility) เช่น ช่วงเปิด-ปิดตลาดหรือช่วงข่าวสำคัญ เพราะสเปรดมักกว้างขึ้น
  • เข้าใจว่าตลาดมีความเสี่ยง: ไม่มีตัวเลขสเปรดต่ำใด ๆ ที่รับประกันว่าคุณจะกำไร การบริหารความเสี่ยงสำคัญกว่าการไล่ตามสเปรดที่ต่ำที่สุด

สรุป

โดยสรุป spread in Forex คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid กับ Ask ซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานที่คุณจ่ายทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ วัดเป็นหน่วย pip และแบ่งหลัก ๆ เป็นสเปรดคงที่กับสเปรดลอยตัว ยิ่งสเปรดแคบ ต้นทุนยิ่งต่ำ และคุ้มทุนได้เร็วขึ้น. การเข้าใจสเปรดตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณประเมินต้นทุน วางแผนการเข้าออกออเดอร์ และบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเทรดเดอร์ที่ดี

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form