MACD ร่วมกับ Moving Average: ระบบเทรดที่บอกคุณว่าเข้าเมื่อไหร่ ออกเมื่อไหร่ และเมื่อไหร่ไม่ควรเทรด

Last updated: 09/06/2026

MACD ร่วมกับ Moving Average เป็นการผสมผสานเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเทรด โดย MACD ช่วยวัดโมเมนตัมของราคา ขณะที่ Moving Average ช่วยระบุแนวโน้มหลักของตลาด ทำให้การวิเคราะห์มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

Understanding MACD ร่วมกับ Moving Average

เราจะใช้เฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อการเทรด ไม่ลงรายละเอียดทางทฤษฎีเกินจำเป็น

MACD (12, 26, 9) ประกอบด้วยสามองค์ประกอบที่เราใช้จริง:

  • MACD Line = EMA 12 − EMA 26 บอกความเร็วของโมเมนตัม
  • Signal Line = EMA 9 ของ MACD Line ใช้เป็นทริกเกอร์เมื่อเกิดการตัดกัน
  • Histogram = MACD Line − Signal Line บอกว่าโมเมนตัมกำลัง “เร่ง” หรือ “ชะลอ”

ตำแหน่งของ MACD เทียบกับ เส้น Zero สำคัญมาก ค่าเหนือศูนย์หมายถึงโมเมนตัมเป็นบวก ค่าใต้ศูนย์หมายถึงโมเมนตัมเป็นลบ

Moving Average เราใช้สองเส้นที่มีหน้าที่ต่างกันชัดเจน:

  • EMA 200 = ตัวกรองเทรนด์หลัก (master trend filter) ราคาเหนือ EMA 200 = เล่นฝั่ง Long เท่านั้น ราคาใต้ EMA 200 = เล่นฝั่ง Short เท่านั้น
  • EMA 50 = แนวรับ/แนวต้านพลวัต (dynamic zone) ใช้หาจุดเข้าแบบ pullback ในทิศทางของเทรนด์

หลักการคือ EMA 200 ตอบคำถามว่า “ควรเล่นฝั่งไหน” MACD ตอบคำถามว่า “เข้าเมื่อไหร่” และ EMA 50 ตอบคำถามว่า “เข้าที่ราคาไหน” ทั้งสามตัวต้องเห็นพ้องกันก่อนที่เราจะกดออเดอร์

เครื่องมือสำคัญสำหรับหาจุดเข้าเทรด compressed
Understanding MACD ร่วมกับ Moving Average

Core Trading Logic

ก่อนจะวางกฎ เราต้องเข้าใจว่าแต่ละองค์ประกอบกำลัง “วัด” อะไร เพราะระบบที่ดีต้องรู้ว่าตัวเองมีจุดบอดตรงไหน

Trend (เทรนด์) — วัดด้วย EMA 200 และความชัน: เราไม่เดาเทรนด์ด้วยสายตา เราใช้กฎ ราคาปิดเหนือ EMA 200 และ EMA 200 ชันขึ้น = uptrend ราคาปิดใต้ EMA 200 และ EMA 200 ชันลง = downtrend ถ้า EMA 200 แบนราบ (ความชันเกือบศูนย์) แปลว่าไม่มีเทรนด์ชัดเจน นี่คือสัญญาณแรกที่บอกว่า “ระวัง”

Momentum (โมเมนตัม) — วัดด้วย MACD: MACD บอกว่าแรงซื้อหรือแรงขายกำลังเพิ่มหรือลด การที่ MACD Line ตัด Signal Line ขึ้น “ใต้เส้นศูนย์” มีความหมายต่างจากการตัดขึ้น “เหนือเส้นศูนย์” อย่างแรกคือโมเมนตัมกำลังฟื้นจากการพักตัว (จุดเข้าที่ดีที่สุด) อย่างหลังคือโมเมนตัมเริ่มร้อนแรงเกินไปแล้ว

Volatility (ความผันผวน) — วัดด้วย ATR (14): MACD และ MA ไม่ได้บอกความผันผวน เราจึงเสริม ATR เข้ามาเพื่อกำหนดระยะ stop loss และขนาดสถานะ ในระบบนี้ ATR ไม่ได้ใช้เป็นสัญญาณเข้า แต่ใช้เป็น “ตัวปรับขนาดความเสี่ยง” เพื่อให้ stop loss สอดคล้องกับสภาพตลาดจริง

หัวใจของระบบคือ: เทรนด์เป็นตัวกรอง โมเมนตัมเป็นตัวกระตุ้น ความผันผวนเป็นตัวกำหนดความเสี่ยง เราจะไม่เทรดเลยถ้าทั้งสามไม่สอดคล้องกัน

Entry Rules

กฎทุกข้อด้านล่างใช้กับไทม์เฟรมหลัก H4 หรือ H1 (สำหรับ swing trading) และยืนยันบนแท่งที่ “ปิดแล้ว” เท่านั้น ห้ามเข้าระหว่างแท่งกำลังวิ่ง เพราะจะทำให้ backtest ไม่ตรงกับการเทรดจริง

Long Entry Rules (เงื่อนไขเข้าซื้อ)

ต้องครบ ทั้ง 4 ข้อ จึงจะเข้า:

  • เงื่อนไขเทรนด์: ราคาปิดเหนือ EMA 200 และ EMA 200 มีความชันขึ้น (ค่า EMA 200 ปัจจุบัน > ค่า EMA 200 เมื่อ 10 แท่งก่อน) — ยืนยันว่าเราอยู่ในขาขึ้น
  • เงื่อนไข pullback: ราคาย่อตัวลงมาแตะหรือเข้าใกล้ EMA 50 (ระยะห่างจาก EMA 50 ไม่เกิน 0.5 × ATR) — เรารอ “ของลดราคา” ไม่ไล่ราคา
  • เงื่อนไขทริกเกอร์ MACD: MACD Line ตัด Signal Line ขึ้น และจุดตัดเกิด “ที่หรือใต้เส้นศูนย์” — ยืนยันว่าโมเมนตัมขาขึ้นกำลังกลับมาหลังพักตัว
  • เงื่อนไขยืนยัน: Histogram เปลี่ยนจากลบเป็นบวก (หรือแท่ง histogram สูงขึ้นต่อเนื่อง 2 แท่ง) และแท่งเทียนยืนยันปิดเป็นแท่งเขียว — เข้าที่ราคาเปิดของแท่งถัดไป

Short Entry Rules (เงื่อนไขขายชอร์ต)

ต้องครบ ทั้ง 4 ข้อ จึงจะเข้า (เป็นภาพสะท้อนของ Long):

  • เงื่อนไขเทรนด์: ราคาปิดใต้ EMA 200 และ EMA 200 มีความชันลง (ค่า EMA 200 ปัจจุบัน < ค่า EMA 200 เมื่อ 10 แท่งก่อน) — ยืนยันขาลง
  • เงื่อนไข pullback: ราคาดีดตัวขึ้นมาแตะหรือเข้าใกล้ EMA 50 (ระยะห่างไม่เกิน 0.5 × ATR) — ขายที่ราคาแพง ไม่ไล่ขายที่ก้นเหว
  • เงื่อนไขทริกเกอร์ MACD: MACD Line ตัด Signal Line ลง และจุดตัดเกิด “ที่หรือเหนือเส้นศูนย์” — ยืนยันโมเมนตัมขาลงกลับมาหลังดีด
  • เงื่อนไขยืนยัน: Histogram เปลี่ยนจากบวกเป็นลบ (หรือลดลงต่อเนื่อง 2 แท่ง) และแท่งเทียนยืนยันปิดเป็นแท่งแดง — เข้าที่ราคาเปิดของแท่งถัดไป

กฎเหล็ก: ถ้าราคาอยู่คนละฝั่งกับ EMA 200 ห้ามเข้าฝั่งนั้นเด็ดขาด แม้ MACD จะให้สัญญาณสวยแค่ไหนก็ตาม นี่คือตัวกรองที่ตัดสัญญาณหลอกออกได้มากที่สุด

Exit Rules

Exit Rules compressed
Exit Rules

ระบบเข้าที่ดีแต่ออกมั่วก็ขาดทุนได้ กฎการออกต้องชัดเท่ากฎการเข้า

Take Profit Rules (กฎทำกำไร)

เราใช้แนวทาง ออกเป็นส่วน (scaling out) เพื่อจับทั้งกำไรที่แน่นอนและกำไรที่ยืดยาว:

  • TP1 ที่ 1.5R: ปิด 50% ของสถานะเมื่อกำไรถึง 1.5 เท่าของระยะความเสี่ยง (R) — ล็อกกำไรส่วนแรกและลดความกดดันทางจิตใจ
  • TP2 แบบ trailing: ส่วนที่เหลืออีก 50% ใช้ trailing stop ใต้ EMA 20 (สำหรับ Long) หรือเหนือ EMA 20 (สำหรับ Short) ปล่อยให้วิ่งจนกว่าราคาจะปิดทะลุ EMA 20
  • สัญญาณออกจาก MACD: ถ้า MACD ตัดสวนทาง (เช่น Long แล้ว MACD ตัดลงเหนือเส้นศูนย์) ให้ปิดสถานะที่เหลือทันที ไม่ต้องรอ trailing stop

Stop Loss Rules (กฎตัดขาดทุน)

  • Long: วาง stop loss ที่ใต้ swing low ล่าสุดก่อนจุดเข้า ลบด้วยบัฟเฟอร์ 1 × ATR — เพื่อกันการโดน “ไส้เทียน” เขี่ยออก
  • Short: วาง stop loss ที่เหนือ swing high ล่าสุดก่อนจุดเข้า บวกด้วยบัฟเฟอร์ 1 × ATR
  • ทางเลือกที่เข้มขึ้น: ถ้าราคาปิด (ไม่ใช่แค่แตะ) อยู่ผิดฝั่ง EMA 50 ให้ออกทันที เพราะ thesis ของการ pullback ใช้ไม่ได้แล้ว

Trade Management Rules (กฎบริหารสถานะ)

  • เลื่อนไปคุ้มทุน (break-even): เมื่อกำไรถึง 1R ให้เลื่อน stop loss มาที่ราคาเข้า — ตั้งแต่จุดนี้ไป trade นี้ “ไม่มีทางขาดทุน”
  • ห้ามเลื่อน stop ถอยหลัง: stop loss ขยับได้เฉพาะทิศทางที่ลดความเสี่ยงเท่านั้น ห้ามถอย stop เพื่อ “ให้โอกาส” ราคา
  • ปิดทั้งหมดเมื่อโครงสร้างเสีย: ถ้า EMA 50 ตัด EMA 200 สวนทางกับสถานะ ให้ออกทั้งหมด เพราะเทรนด์หลักกำลังเปลี่ยน

Best Market Conditions

Pip กับการบริหารความเสี่ยง compressed
Best Market Conditions

ระบบ MACD ร่วมกับ Moving Average มีสภาพตลาดที่เหมาะและไม่เหมาะชัดเจน รู้ไว้เพื่อ “เลือกเทรด”

Trending Market (ตลาดมีเทรนด์) — เหมาะที่สุด: นี่คือสนามของระบบนี้ เมื่อราคาอยู่ฝั่งเดียวของ EMA 200 อย่างชัดเจนและ EMA 200 ชัน การ pullback มาที่ EMA 50 แล้ว MACD ให้สัญญาณกลับ จะให้ค่า win rate และ R-multiple ที่ดีที่สุด เทรดเต็มขนาดความเสี่ยงได้

Sideways Market (ตลาดออกข้าง) — หลีกเลี่ยง: เมื่อ EMA 200 แบนราบและราคาวิ่งคร่อมไปมา MACD จะตัดกันถี่ ๆ และเกิดสัญญาณหลอกมากที่สุด กฎคือ ถ้า EMA 200 แบน (ความชันเกือบศูนย์ใน 20 แท่งล่าสุด) ให้หยุดเทรดระบบนี้ นี่คือคำตอบของ “เมื่อไหร่ไม่ควรเทรด”

High Volatility (ความผันผวนสูง): เช่นช่วงข่าวแรง ๆ ATR จะพุ่ง ระยะ stop loss จะกว้างขึ้นอัตโนมัติ (เพราะใช้ ATR) ดังนั้นต้อง ลดขนาดสถานะลง เพื่อให้ความเสี่ยงเป็นเงินเท่าเดิม และควรเลี่ยงเข้าออเดอร์ก่อนข่าวสำคัญ 30 นาที

Low Volatility (ความผันผวนต่ำ): สัญญาณจะ “สะอาด” กว่าและ stop loss แคบลง ทำให้ R-multiple ดูดี แต่ต้องระวังว่าตลาดเงียบมักนำไปสู่การเบรกเอาต์รุนแรง ให้คงกฎ ATR และอย่ารีบลดระยะ stop จนแคบเกินไป

Risk Management

ไม่มีระบบไหนชนะทุกไม้ การบริหารความเสี่ยงคือสิ่งที่ทำให้รอดในระยะยาว

Position Sizing (การกำหนดขนาดสถานะ): ใช้กฎความเสี่ยงคงที่ 0.5–1% ของเงินทุนต่อหนึ่ง trade สูตร: ขนาดล็อต = (เงินทุน × %ความเสี่ยง) ÷ (ระยะ stop loss เป็นจุด × มูลค่าต่อจุด) วิธีนี้ทำให้ทุก trade เสี่ยงเป็นเงินเท่ากันไม่ว่าระยะ stop จะกว้างหรือแคบ ซึ่งสำคัญมากเมื่อ stop อิงกับ ATR ที่เปลี่ยนตามตลาด

Risk Reward Ratio (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง): เข้าเฉพาะ trade ที่มีศักยภาพอย่างน้อย 1:2 (ระยะถึง TP1 ที่ 1.5R และ TP2 ที่เปิดกว้าง ทำให้ค่าเฉลี่ยเกิน 1:2 ได้) ถ้าแนวต้าน/แนวรับถัดไปอยู่ใกล้จน RR ต่ำกว่า 1:1.5 ให้ข้าม trade นั้นไป

Stop Loss Placement (การวาง stop loss): วางตามโครงสร้างราคา (swing high/low) บวกบัฟเฟอร์ ATR เสมอ ห้ามวาง stop ที่ระยะตายตัวเป็นจุด เพราะแต่ละสินทรัพย์และแต่ละช่วงเวลามีความผันผวนต่างกัน การวาง stop ใต้ swing ที่มีนัยสำคัญทำให้ราคาต้อง “ทำลายโครงสร้าง” จริง ๆ ก่อนคุณจะออก

กฎพอร์ต: ขาดทุนรวมต่อวันไม่เกิน 2–3% และต่อสัปดาห์ไม่เกิน 5% เมื่อถึงเพดานให้หยุดเทรด — สอดคล้องกับวินัยจัดการความเสี่ยงที่บริษัท prop trading อย่าง WeMasterTrade ใช้เป็นมาตรฐาน (daily loss limit และ total loss limit)

ตารางสรุปกลยุทธ์ (Strategy Summary Table)

องค์ประกอบ การตั้งค่า / กฎ
ไทม์เฟรม H4 หรือ H1 (ยืนยันบนแท่งปิด)
ตัวกรองเทรนด์ EMA 200 + ความชัน
โซนเข้า EMA 50 (pullback)
ทริกเกอร์ MACD (12,26,9) ตัด Signal + ตำแหน่งเทียบ Zero
ยืนยัน Histogram เปลี่ยนทิศ + แท่งเทียนปิดยืนยัน
Stop Loss Swing high/low ± 1×ATR
Take Profit TP1 ปิด 50% ที่ 1.5R, TP2 trail ใต้/เหนือ EMA 20
Break-even เลื่อน SL มาคุ้มทุนที่ 1R
ความเสี่ยง/ไม้ 0.5–1% ของเงินทุน
RR ขั้นต่ำ 1:2
ห้ามเทรด EMA 200 แบน / ตลาด sideways / ก่อนข่าวแรง 30 นาที

ตัวอย่างจริง (Real Trade Examples)

วิธีเริ่มเรียน Forex แบบ Step by Step compressed
ตัวอย่างจริง (Real Trade Examples)

ตัวอย่าง Forex — EUR/USD

สมมติ EUR/USD อยู่ในขาขึ้น ราคาเหนือ EMA 200 และ EMA 200 ชันขึ้นชัดเจน ราคาย่อตัวจาก 1.0950 ลงมาแตะ EMA 50 ที่ราว 1.0880 ขณะนั้น ATR(14) = 35 pip ราคาห่าง EMA 50 เพียง 12 pip (น้อยกว่า 0.5×ATR = 17.5 pip) จากนั้น MACD Line ตัด Signal ขึ้นใต้เส้นศูนย์ และ Histogram พลิกเป็นบวก แท่ง H4 ปิดเขียว

  • เข้า Long: 1.0885 (ราคาเปิดแท่งถัดไป)
  • Stop Loss: ใต้ swing low 1.0855 ลบบัฟเฟอร์ ~35 pip = 1.0820 (ระยะเสี่ยง 65 pip = 1R)
  • TP1 (1.5R): 1.0982 ปิด 50%
  • TP2: trail ใต้ EMA 20 ราคาวิ่งถึง 1.1050 ก่อนปิดทะลุ EMA 20 → ออกส่วนที่เหลือ
  • ผลลัพธ์: เฉลี่ยประมาณ +2.3R ด้วยความเสี่ยงเริ่มต้น 1%

ตัวอย่าง Gold — XAU/USD

ทองคำเป็นสินทรัพย์ผันผวนสูง จึงใช้ H1 และเน้นบัฟเฟอร์ ATR สมมติ XAU/USD อยู่ในขาลง ราคาใต้ EMA 200 และ EMA 200 ชันลง ราคาดีดขึ้นมาแตะ EMA 50 ที่ $2,395 ATR(14) = $9 จากนั้น MACD ตัด Signal ลงเหนือเส้นศูนย์ Histogram พลิกเป็นลบ แท่งแดงปิดยืนยัน

  • เข้า Short: $2,393
  • Stop Loss: เหนือ swing high $2,404 บวก 1×ATR ($9) = $2,413 (ระยะเสี่ยง $20 = 1R)
  • TP1 (1.5R): $2,363 ปิด 50%
  • TP2: trail เหนือ EMA 20 ราคาลงถึง $2,345 → ออกส่วนที่เหลือ
  • บทเรียน: เพราะ Gold ผันผวน จึงลดขนาดสถานะลงจากปกติเพื่อให้ความเสี่ยงเป็นเงินเท่าเดิม

ตัวอย่าง Crypto — BTC/USDT

คริปโตวิ่งเร็วและเทรด 24/7 จึงควรปรับ MACD ให้ไวขึ้นเล็กน้อย (เช่น 8, 21, 5) และคง EMA 200 ไว้เป็นตัวกรองหลัก สมมติ BTC อยู่ในขาขึ้น ราคาเหนือ EMA 200 ย่อมาที่ EMA 50 ที่ $64,000 MACD (ปรับเร็ว) ตัดขึ้นใต้เส้นศูนย์ Histogram พลิกบวก แท่งเขียวปิด

  • เข้า Long: $64,200
  • Stop Loss: ใต้ swing low $62,500 ลบ 1×ATR → ~$61,800 (ระยะเสี่ยง $2,400 = 1R)
  • TP1 (1.5R): $67,800 ปิด 50%
  • TP2: trail ใต้ EMA 20 → ออกที่ ~$70,500
  • ข้อควรระวัง: คริปโตมี gap และ wick ยาวบ่อย ต้องใช้บัฟเฟอร์ ATR ให้กว้างพอ และห้ามเพิ่มขนาดสถานะแม้สัญญาณจะสวย

Common Mistakes (ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย)

ข้อผิดพลาดเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้ระบบดี ๆ กลายเป็นบัญชีติดลบ:

  • เทรดสวน EMA 200: เห็น MACD ตัดสวยแล้วเข้าทั้งที่ราคาอยู่ผิดฝั่งของ EMA 200 — นี่คือบาปอันดับหนึ่ง ตัวกรองเทรนด์มีไว้ใช้ ไม่ใช่มีไว้มอง
  • เทรดทุกครั้งที่ MACD ตัด: ในตลาด sideways MACD ตัดกันสิบกว่าครั้ง ถ้าเข้าทุกครั้งคุณจะโดนกัดจนหมดพอร์ต — รอ EMA 200 ที่ชันเท่านั้น
  • ละเลยเส้นศูนย์ของ MACD: การตัดขึ้นเหนือเส้นศูนย์ที่สูงมากแล้วมักหมายถึงโมเมนตัมร้อนเกิน เข้าแล้วมักเจอการพักตัวทันที
  • วาง stop แคบเกินไป: stop ที่ไม่เผื่อ ATR จะโดนไส้เทียนเขี่ยออกก่อนราคาจะวิ่งตามที่คิด
  • ไม่รอแท่งปิด: เข้าระหว่างแท่งกำลังวิ่งทำให้สัญญาณเปลี่ยนได้ และ backtest ไม่มีทางตรงกับการเทรดจริง
  • เลื่อน stop ถอยหลัง: “ให้โอกาสราคาอีกนิด” คือจุดเริ่มต้นของการขาดทุนหนัก stop ขยับได้ทางเดียวเท่านั้น
  • ไล่ราคา ไม่รอ pullback: เข้าตอนราคาห่าง EMA 50 ไปไกลแล้ว ทำให้ stop กว้างและ RR แย่

บทสรุป

MACD ร่วมกับ Moving Average เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักเทรดสามารถยืนยันสัญญาณซื้อขายและกรองสัญญาณหลอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้งานทั้งสองเครื่องมือร่วมกันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการวิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนการเทรดได้ดียิ่งขึ้น

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form