การเทรดแบบอาร์บิทราจคืออะไร? ทำกำไรจากส่วนต่างราคา

Last updated: 15/06/2026

การเทรดแบบอาร์บิทราจคืออะไร เป็นคำถามที่นักลงทุนและนักเทรดจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะกลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาสินทรัพย์ในตลาดหรือแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป อาร์บิทราจเกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์เดียวกันมีราคาซื้อขายไม่เท่ากันในแต่ละตลาด ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อในราคาที่ต่ำกว่าและขายในราคาที่สูงกว่าได้ การเข้าใจหลักการทำงานของการเทรดแบบอาร์บิทราจจึงช่วยให้นักลงทุนประเมินโอกาส ความเสี่ยง และข้อจำกัดก่อนนำกลยุทธ์นี้ไปใช้อย่างเหมาะสม

การเทรดแบบอาร์บิทราจคืออะไร

การเทรดแบบอาร์บิทราจ (Arbitrage Trading) คือ กลยุทธ์การทำกำไรจาก “ส่วนต่างของราคา” สินทรัพย์ตัวเดียวกัน ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหรือแพลตฟอร์มต่างกันในเวลาเดียวกัน หลักการง่าย ๆ คือ ซื้อในที่ที่ราคาถูกกว่า แล้วขายในที่ที่ราคาแพงกว่าพร้อม ๆ กัน เพื่อเก็บผลต่างของราคานั้นเป็นกำไร

จุดที่ทำให้อาร์บิทราจต่างจากการเทรดทั่วไปคือ มันไม่ได้อาศัยการ “คาดเดา” ว่าราคาจะขึ้นหรือลง แต่ทำกำไรจากความไม่สมดุลของราคาที่เกิดขึ้นชั่วคราว ระหว่างตลาด เทรดเดอร์จึงเปิดและปิดสถานะแทบจะพร้อมกัน เพื่อล็อกส่วนต่างเอาไว้ ในทางทฤษฎีจึงถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ความเสี่ยงต่ำ แม้ในทางปฏิบัติจะไม่ได้ “ไร้ความเสี่ยง” อย่างที่หลายคนเข้าใจก็ตาม

ความไม่สมดุลของราคานี้มักเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อุปสงค์-อุปทานที่ต่างกันในแต่ละตลาด อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ต้นทุนการทำธุรกรรม สภาพคล่อง หรือความล่าช้าในการอัปเดตราคาของแต่ละแพลตฟอร์ม

หลักการทำงานของ Arbitrage

หัวใจของอาร์บิทราจอยู่ที่แนวคิดที่เรียกว่า “กฎราคาเดียว” (Law of One Price) ซึ่งบอกว่าสินทรัพย์เดียวกันควรมีราคาเท่ากันในทุกตลาด หากตลาดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริง ราคามักคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ และช่องว่างตรงนี้เองคือโอกาสของนักอาร์บิทราจ

ขั้นตอนการทำงานโดยทั่วไปมีลักษณะดังนี้:

  • ตรวจจับส่วนต่างของราคาสินทรัพย์เดียวกันระหว่างสองตลาด (หรือมากกว่า)
  • ซื้อในตลาดที่ราคาต่ำกว่า และขายในตลาดที่ราคาสูงกว่าในเวลาเดียวกัน
  • เมื่อราคาทั้งสองตลาดวิ่งเข้าหากันจนเท่ากัน ส่วนต่างที่ล็อกไว้ก็กลายเป็นกำไร

ที่น่าสนใจคือ การกระทำของนักอาร์บิทราจช่วยให้ตลาดโดยรวมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะแรงซื้อในตลาดราคาถูกและแรงขายในตลาดราคาแพงจะค่อย ๆ ดันให้ราคาทั้งสองฝั่งเข้าสู่จุดสมดุล ช่องว่างราคาจึงหายไปอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลที่ทำให้กำไรต่อรอบมักจะ “บาง” และต้องอาศัยความเร็วในการเข้าทำรายการเป็นหลัก ไม่ใช่การวิเคราะห์ทิศทางราคา

หลักการทำงานของ Arbitrage compressed
หลักการทำงานของ Arbitrage

ประเภทของการเทรดแบบอาร์บิทราจ

อาร์บิทราจมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใช้ประโยชน์จากความไม่สมดุลแบบไหน ต่อไปนี้คือประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด

Spatial Arbitrage (อาร์บิทราจข้ามตลาด)

เป็นรูปแบบพื้นฐานที่สุด คือการใช้ประโยชน์จากราคาสินทรัพย์เดียวกันที่ต่างกันในสองตลาด/โบรกเกอร์ในเวลาเดียวกัน เช่น สินทรัพย์ตัวหนึ่งราคาในตลาด A ถูกกว่าตลาด B ก็ซื้อที่ A แล้วขายที่ B เพื่อเก็บส่วนต่าง รูปแบบนี้นิยมในตลาดคริปโตที่มีหลายกระดานเทรด และในฟอเร็กซ์ที่ราคาเสนอจากแต่ละโบรกเกอร์อาจไม่ตรงกัน

Triangular Arbitrage (อาร์บิทราจสามเส้า)

เป็นเทคนิคที่พบบ่อยในตลาดฟอเร็กซ์ โดยอาศัยความไม่สมดุลของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงิน 3 สกุล เทรดเดอร์จะแปลงเงินวนเป็นวง เช่น จากสกุลที่หนึ่งไปสกุลที่สอง ไปสกุลที่สาม แล้ววนกลับมาที่สกุลแรก หากอัตราแลกเปลี่ยนในวงนั้นคลาดเคลื่อน เมื่อวนกลับมาก็จะได้เงินมากกว่าตอนเริ่มต้นเล็กน้อย

Statistical Arbitrage (อาร์บิทราจเชิงสถิติ)

รูปแบบนี้ซับซ้อนขึ้น โดยใช้แบบจำลองทางสถิติและคณิตศาสตร์ในการหาคู่สินทรัพย์หรือกลุ่มสินทรัพย์ที่ราคาเคยเคลื่อนไหวสัมพันธ์กัน เมื่อราคาของทั้งคู่เบี่ยงเบนออกจากกันผิดปกติ ก็จะเข้าทำรายการโดยคาดว่าราคาจะกลับมาสัมพันธ์กันเหมือนเดิม รูปแบบนี้มักทำผ่านระบบอัตโนมัติและต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก

Latency Arbitrage (อาร์บิทราจจากความล่าช้า)

เป็นการอาศัย “ความเร็ว” ล้วน ๆ โดยใช้ประโยชน์จากความล่าช้าในการอัปเดตราคาของแต่ละแพลตฟอร์ม ผู้ที่ได้รับข้อมูลราคาก่อนเพียงเสี้ยววินาทีสามารถเข้าทำรายการก่อนที่อีกฝั่งจะปรับราคาตาม รูปแบบนี้ต้องใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานระดับสูง และเป็นรูปแบบที่โบรกเกอร์หลายแห่งไม่อนุญาต

Merger Arbitrage และรูปแบบอื่น ๆ

นอกจากที่กล่าวมา ยังมีรูปแบบเฉพาะทาง เช่น Merger Arbitrage (ทำกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นในดีลควบรวมกิจการ) และ Convertible Arbitrage (เกี่ยวกับตราสารแปลงสภาพ) ซึ่งมักเป็นกลยุทธ์ของนักลงทุนสถาบันหรือกองทุนมากกว่านักลงทุนรายย่อยทั่วไป

ตัวอย่างการเทรดแบบอาร์บิทราจ

leverage forex คือ ในตลาด Forex CFD เสี่ยงจริงไหม compressed
ตัวอย่างการเทรดแบบอาร์บิทราจ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตัวอย่างสมมติด้านล่าง (ตัวเลขเป็นเพียงการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริง)

ตัวอย่างที่ 1 หุ้นจดทะเบียนสองตลาด: สมมติบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งจดทะเบียนทั้งในตลาดหุ้นนิวยอร์กและลอนดอน หากในนิวยอร์กราคาอยู่ที่ 1.05 ดอลลาร์ ขณะที่ลอนดอนอยู่ที่ 1.10 ดอลลาร์ นักลงทุนสามารถซื้อที่ฝั่งนิวยอร์กในราคา 1.05 และขายที่ฝั่งลอนดอนในราคา 1.10 เก็บส่วนต่างประมาณ 5 เซนต์ต่อหุ้น

ตัวอย่างที่ 2 คริปโตข้ามกระดานเทรด: สมมติเหรียญหนึ่งราคาบนกระดาน A อยู่ที่ 16,739.56 ขณะที่บนกระดาน B อยู่ที่ 16,740.00 ในเวลาเดียวกัน นักเทรดสามารถซื้อบนกระดาน A และขายบนกระดาน B เพื่อเก็บส่วนต่างเล็กน้อยต่อหน่วย

ตัวอย่างที่ 3 ฟอเร็กซ์สามเส้า: เทรดเดอร์แปลงสกุลเงินวนเป็นวงจากสกุลที่หนึ่งไปสกุลที่สอง ไปสกุลที่สาม แล้ววนกลับมาที่สกุลแรก หากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างทางไม่สมดุล เมื่อวนกลับมาก็จะมีเงินมากกว่าตอนเริ่มต้น

จะเห็นว่ากำไรต่อรอบมักจะน้อยมาก ความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับขนาดเงินทุน ความเร็วในการเข้าทำรายการ และการควบคุมต้นทุน มากกว่าการคาดเดาทิศทางตลาด

Arbitrage ในตลาดคริปโตและฟอเร็กซ์

ในตลาด คริปโต อาร์บิทราจได้รับความนิยมเพราะมีกระดานเทรดจำนวนมาก แต่ละกระดานมีสภาพคล่องและฐานผู้ใช้ต่างกัน ราคาเหรียญเดียวกันจึงคลาดเคลื่อนกันได้บ่อย อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมการเทรด ค่าธรรมเนียมการถอน/โอนเหรียญข้ามกระดาน และเวลาที่ใช้ในการยืนยันธุรกรรม ซึ่งอาจกินกำไรจนหมดหากบริหารไม่ดี

ในตลาด ฟอเร็กซ์ รูปแบบที่พบบ่อยคือ Triangular Arbitrage และ Spatial Arbitrage ระหว่างโบรกเกอร์ แต่ประเด็นสำคัญคือโบรกเกอร์จำนวนมากมีข้อกำหนดเรื่องนี้ชัดเจน บางแห่งจำกัดหรือห้ามทำอาร์บิทราจ โดยเฉพาะรูปแบบที่อาศัยความล่าช้าของราคา ก่อนเริ่มใช้กลยุทธ์นี้จึงควรอ่านเงื่อนไขของโบรกเกอร์ให้ละเอียดเสมอ

ข้อดีและข้อจำกัดของการเทรดแบบอาร์บิทราจ

เพื่อให้เห็นภาพรวมแบบสมดุล ลองเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดในตารางด้านล่าง

ข้อดี ข้อจำกัด
ความเสี่ยงด้านทิศทางต่ำ เพราะซื้อ-ขายพร้อมกัน ไม่ต้องเดาว่าราคาจะขึ้นหรือลง กำไรต่อรอบบางมาก ต้องใช้เงินทุนสูงหรือทำซ้ำหลายรอบจึงจะคุ้ม
ทำกำไรได้รวดเร็วเมื่อเจอช่องว่างราคาและเข้าทำรายการทัน มีต้นทุนแฝง เช่น ค่าสเปรด ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมโอน ที่อาจกลืนกำไร
ไม่ต้องคาดเดาแนวโน้มตลาดเหมือนการเทรดทั่วไป การแข่งขันสูง โอกาสมักหายไปในเสี้ยววินาทีเพราะมีคนจ้องเหมือนกัน
ใช้ได้กับหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้น ฟอเร็กซ์ และคริปโต มักต้องใช้เทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ หรือเงินทุนมาก จึงไม่ง่ายสำหรับมือใหม่

ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

leverage forex คือ คืออะไร ความหมายแบบเข้าใจง่าย compressed
ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

แม้จะถูกเรียกว่าเป็นกลยุทธ์ความเสี่ยงต่ำ แต่อาร์บิทราจไม่ใช่การทำกำไรที่ปราศจากความเสี่ยงอย่างที่หลายโฆษณากล่าวอ้าง สิ่งที่ควรระวังมีดังนี้:

  • ความเสี่ยงด้านการส่งคำสั่ง (Execution Risk): หากปิดสถานะทั้งสองฝั่งไม่ทันพร้อมกัน ราคาอาจขยับจนส่วนต่างหายไปหรือกลายเป็นขาดทุน
  • ต้นทุนแฝง: ค่าสเปรด ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมการถอน/โอน และภาษี สามารถ “กลืน” ส่วนต่างที่บางอยู่แล้วได้ง่าย
  • การแข่งขันและความเร็ว: นักลงทุนสถาบันและระบบอัตโนมัติมักได้เปรียบด้านความเร็ว ทำให้โอกาสปิดตัวก่อนที่รายย่อยจะเข้าทำรายการ
  • ข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม: โบรกเกอร์หรือกระดานบางแห่งจำกัดหรือไม่อนุญาตให้ทำอาร์บิทราจ และอาจยกเลิกกำไรหรือระงับบัญชีได้
  • สภาพคล่องและการถอนเงิน: โดยเฉพาะในคริปโต การโอนสินทรัพย์ข้ามกระดานอาจใช้เวลา ทำให้ราคาเปลี่ยนก่อนปิดดีลได้

ด้วยเหตุนี้ ก่อนนำไปใช้จริงควรคำนวณต้นทุนทั้งหมดอย่างรอบคอบ ทดสอบในจำนวนเล็กก่อน และวางแผนบริหารความเสี่ยงเสมอ บทความนี้เป็นข้อมูลเชิงความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ

ทำไมโบรกเกอร์บางแห่งไม่ชอบ Arbitrage

เทรดเดอร์หลายคนสงสัยว่าทำไมโบรกเกอร์บางแห่งถึงไม่อนุญาตให้ทำอาร์บิทราจ คำตอบเกี่ยวข้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของโบรกเกอร์ โดยเฉพาะรูปแบบที่รับความเสี่ยงจากคำสั่งของลูกค้าไว้เอง เมื่อเทรดเดอร์ใช้ช่องโหว่อย่างความล่าช้าของราคา (Latency Arbitrage) โบรกเกอร์อาจต้องแบกรับต้นทุนหรือขาดทุนจากส่วนต่างนั้น

ผลที่ตามมาคือ โบรกเกอร์บางแห่งอาจระบุในเงื่อนไขว่าห้ามทำอาร์บิทราจบางรูปแบบ และมีสิทธิ์ยกเลิกกำไร ปิด หรือระงับบัญชีที่เข้าข่าย ดังนั้นการอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขของแพลตฟอร์มให้ครบถ้วนก่อนเริ่มต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดแบบอาร์บิทราจ

มือใหม่ทำอาร์บิทราจได้ไหม

ในทางทฤษฎีทำได้ แต่ในทางปฏิบัติค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่ เพราะต้องอาศัยความเร็ว เงินทุน การคำนวณต้นทุนที่แม่นยำ และมักต้องใช้ระบบช่วยเทรด มือใหม่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจหลักการและทดลองในจำนวนเล็กก่อน

อาร์บิทราจไม่มีความเสี่ยงจริงหรือ

ไม่จริงเสมอไป แม้ความเสี่ยงด้านทิศทางราคาจะต่ำ แต่ยังมีความเสี่ยงด้านการส่งคำสั่ง ต้นทุนแฝง การแข่งขัน และข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม ที่ทำให้กำไรหดหายหรือกลายเป็นขาดทุนได้

ใช้ได้กับหุ้น ฟอเร็กซ์ หรือคริปโตไหม

ใช้ได้กับทั้งสามตลาด แต่รายละเอียดต่างกัน ฟอเร็กซ์นิยม Triangular และ Spatial Arbitrage ส่วนคริปโตนิยมอาร์บิทราจข้ามกระดานเทรด ขณะที่หุ้นอาจเป็นรูปแบบข้ามตลาดหรือ Merger Arbitrage

ต้องใช้บอทหรือระบบอัตโนมัติไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ในหลายกรณีระบบอัตโนมัติช่วยให้ตรวจจับและเข้าทำรายการได้เร็วกว่ามนุษย์มาก ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดของกลยุทธ์ที่กำไรต่อรอบบาง ทั้งนี้ต้องตรวจสอบด้วยว่าแพลตฟอร์มอนุญาตให้ใช้ระบบอัตโนมัติหรือไม่

สรุป

การเทรดแบบอาร์บิทราจคืออะไร คือแนวคิดสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจวิธีสร้างโอกาสทำกำไรจากความแตกต่างของราคาในตลาดต่าง ๆ แม้กลยุทธ์นี้อาจดูมีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับการเทรดบางรูปแบบ แต่ยังต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียม ความเร็วในการส่งคำสั่ง สภาพคล่อง และความผันผวนของราคา หากนักลงทุนศึกษาและวางแผนอย่างรอบคอบ การเทรดแบบอาร์บิทราจสามารถเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงได้

เข้าร่วม
ทีมการซื้อขายของเรา!

Star Star Star Star Star พันธมิตรที่โปร่งใส FXVERIFY

บทวิจารณ์ WeMasterTrade ได้รับการยืนยันโดย FXVerify

ลูกค้าจะได้รับบัญชีที่มีเงินเสมือนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการซื้อขายที่ได้รับทุนของเรา กิจกรรมการซื้อขายของพวกเขาในบัญชีเสมือนจะถูกจำลองแบบเรียลไทม์โดยอัลกอริธึมพิเศษของเราไปยังบัญชีซื้อขายของบริษัทจริงของเรา ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดตามจริง

การปิดประสิทธิภาพตามสมมุติฐาน

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพตามสมมุติฐานมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติหลายประการ ซึ่งบางส่วนได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับรางวัลหรือการสูญเสียตามผลการปฏิบัติงานที่คล้ายคลึงกับที่แสดงไว้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนบ่อยครั้งระหว่างผลการดำเนินงานสมมุติและผลลัพธ์จริงที่ได้รับในภายหลังจากโปรแกรมการซื้อขายใดๆ ข้อจำกัดประการหนึ่งของผลลัพธ์การปฏิบัติงานตามสมมุติฐานก็คือ โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์เหล่านี้จะได้รับการจัดเตรียมโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ การซื้อขายสมมุติไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน และไม่มีบันทึกการซื้อขายสมมุติใดที่สามารถอธิบายผลกระทบของความเสี่ยงทางการเงินต่อการซื้อขายจริงได้อย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการทนต่อการขาดทุนหรือการปฏิบัติตามโปรแกรมการซื้อขายโดยเฉพาะแม้จะขาดทุนจากการซื้อขายเป็นจุดสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน มีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดโดยทั่วไปหรือการดำเนินการตามโปรแกรมการซื้อขายเฉพาะใดๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาพิจารณาได้อย่างเต็มที่ในการจัดทำผลการดำเนินงานตามสมมุติฐาน และทั้งหมดนี้อาจส่งผลเสียต่อผลการซื้อขายได้ ข้อความรับรองที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของลูกค้ารายอื่นหรือลูกค้ารายอื่น และไม่รับประกันประสิทธิภาพหรือความสำเร็จในอนาคต

การเปิดเผยประสิทธิภาพสมมุติ – กฎ CFTC 4.41

ผลการซื้อขายจำลองหรือสมมุติมีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ต่างจากบันทึกผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้แสดงถึงกิจกรรมการซื้อขายจริง และอาจได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าใจถึงเหตุการณ์หลังเหตุการณ์ ไม่มีการรับรองว่าบัญชีใดๆ จะหรือมีแนวโน้มที่จะบรรลุผลกำไรหรือขาดทุนคล้ายกับที่แสดงหรือบอกเป็นนัย

การเปิดเผยความเสี่ยง

นี่ไม่ใช่โอกาสในการลงทุน คุณไม่ต้องฝากเงินใด ๆ เพื่อการลงทุน เราไม่ขอเงินทุนเพื่อการลงทุน คุณจะเสี่ยงกับเงินทุนของคุณเองในเวลาไม่นาน ไม่มีคำสัญญาว่าจะให้รางวัลหรือผลตอบแทน การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงและไม่ใช่สำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนอาจสูญเสียทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ทุนที่มีความเสี่ยงคือเงินที่สามารถสูญเสียได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือวิถีชีวิต ควรใช้เงินทุนที่มีความเสี่ยงในการซื้อขายเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนที่มีความเสี่ยงเพียงพอเท่านั้นจึงควรพิจารณาซื้อขาย ประสิทธิภาพที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

การเปิดเผยการชดเชยลูกค้า

การซื้อขายทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าควรถือเป็นเรื่องสมมุติ และไม่ควรคาดหวังว่าจะทำซ้ำในสภาพแวดล้อมการซื้อขายจำลอง บัญชีทั้งหมดในโปรแกรม WeMasterTrade อาจเป็นตัวแทนของบัญชีซื้อขายจำลอง การชำระเงินจะถูกรวบรวมและอำนวยความสะดวกโดย Wecopy Fintech LTD (หมายเลขบริษัท: 14905703), 71-75 Shelton Street, Covent Garden, London, United Kingdom, WC2H 9JQ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนการชำระเงินในนามของ WeMasterTrade โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาจากสถานที่ตั้งของผู้ใช้และวิธีการชำระเงินที่เลือก

กระบวนการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

หากคุณเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเนื่องจากข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์มหรือระบบทำงานผิดปกติ โปรดติดต่อ [email protected] ภายใน 7 วันนับจากวันเกิดเหตุ ทีมงานของเราจะตรวจสอบและตอบกลับภายใน 5 วันทำการ หากการร้องเรียนถูกต้อง การชดเชยจะดำเนินการภายใน 14 วันทำการ

การชดเชยจะจำกัดอยู่ที่มูลค่าค่าบริการที่ชำระสำหรับบัญชีที่ได้รับผลกระทบ WeMasterTrade จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดจากสภาวะตลาด ข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หรือการหยุดชะงักของบริการของบุคคลที่สาม

ประเทศที่ถูกจำกัด

WeMasterTrade ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แพลตฟอร์ม Metatrader 5 ไม่ได้ให้บริการบัญชีการซื้อขายแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิสราเอล รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และประเทศอื่นๆ บางประเทศ

Chat
Complaint & Review Form