Spot Trade เทรดสปอตคืออะไร รู้จักกับประเภทการลงทุนแบบชำระเงินทันที

Last updated: 04/09/2025

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของการเทรด คำว่า Spot Trade มักเป็นคำแรกที่ได้ยินบ่อยที่สุด แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจอย่างแท้จริงว่ามันต่างจาก Futures, Margin หรือ CFD อย่างไร? และในทางปฏิบัติต้องกดอะไร ที่ไหน อย่างไร?

บทความนี้จึงถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบทุกคำถามนั้นในที่เดียว ตั้งแต่คำนิยามที่เข้าใจง่าย ไปจนถึงการเปรียบเทียบเชิงลึก วิธีเปิดออเดอร์ทีละขั้นตอน และความเสี่ยงที่นักเทรดมักมองข้าม

ตลาดสปอต คืออะไร?

ตลาดสปอต คือ ตลาดที่มีการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น ฟอเร็กซ์ หรือกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ กับการชำระด้วยเงินสด (หรือประเภทการชำระที่กำหนดไว้) ในทันทีตามราคาที่เกิดขึ้นจริง ณ ช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งแตกต่างจากตลาดฟิวเจอร์ส หรือตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่จะมีการตกลงราคาตอนนี้แต่ส่งมอบและชำระกันในอนาคต ด้วยเหตุนี้ตลาดสปอตมักถูกใช้เป็นตัวยืนราคากลางเพื่อกำหนดราคาซื้อขายสินทรัพย์อื่น ๆ จึงจัดเป็นตลาดที่มีความโปร่งใสและยุติธรรม

Spot Trade เทรดสปอตคืออะไร?

Spot Trade เทรดสปอตคือ การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น ฟอเร็กซ์ หรือกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อที่ต้องการสินทรัพย์นั้น ๆ โดยมีข้อกำหนดว่าต้องใช้ราคาตามที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ณ เวลาดังกล่าว การซื้อขายดำเนินการและเสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2 วันทำการ) เช่น คุณเทรดหุ้นด้วยวิธี Spot Trade ราคาที่คุณจ่ายต้องใช้ราคา ณ ปัจจุบัน เมื่อจ่ายแล้วคุณคือผู้ถือกรรมสิทธิ์ทันที เป็นต้น

Spot Trade เทรดสปอตคือ การเทรดรูปแบบหนึ่งซึ่งสามารถใช้ได้กับสินทรัพย์หรือตลาดที่หลากหลาย เช่น ทองคำ หุ้น ฟอเร็กซ์ บิทคอยน์ ฯลฯ

Spot Trade เทรดสปอตคือ

ข้อดีของเทรดสปอต Spot Trade

  • ใช้ราคาอ้างอิงที่เกิดขึ้นจริงของตลาดในเวลานั้น
  • สภาพคล่องสูง
  • เมื่อเทรดแล้วได้ถือครองสินทรัพย์ดังกล่าวจริง
  • ไม่ต้องคาดเดาการเปลี่ยนแปลงของราคาในอนาคต
  • ไม่ใช่เลเวอเรจโอกาสขาดทุนจึงไม่เกินจำนวนทุนที่ลงไว้

ข้อเสียของเทรดสปอต Spot Trade

หลายบทความมักเน้นแต่ข้อดีของ Spot Trade จนลืมพูดถึงความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนลงมือ ลองดูความเสี่ยงจริงที่เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตจริง:

ความเสี่ยงหลักที่ต้องระวัง

  • ความผันผวนของราคา (Volatility Risk): ราคาสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว แม้แต่ทองคำหรือ Forex ก็สามารถเคลื่อนไหวหลายร้อยจุดได้ในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่มี Stop Loss อาจขาดทุนหนักก่อนตั้งตัวทัน
  • ความเสี่ยงจากอารมณ์ (Emotional Risk): เพราะไม่มีเลเวอเรจ นักเทรดบางคนมักลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่โดยประมาท ทำให้ขาดทุนรุนแรงเมื่อตลาดไม่เป็นใจ
  • ไม่มีกลไก Hedging ในตัว: ต่างจาก Futures ที่สามารถทำสัญญาล็อกราคาไว้ได้ Spot Trade ไม่มีระบบป้องกันการขาดทุนอัตโนมัติ คุณต้องตั้ง Stop Loss เองทุกครั้ง
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): สินทรัพย์บางประเภท โดยเฉพาะคริปโตขนาดเล็ก อาจมีสภาพคล่องต่ำ ส่งผลให้ราคา Bid/Ask มีส่วนต่างสูงหรือซื้อ-ขายไม่ได้ในราคาที่ต้องการ
  • Overnight Cost / Swap Fee: หากถือ Spot Trade ข้ามคืนผ่านโบรกเกอร์บางราย อาจมีค่าธรรมเนียม Swap หรือ Rollover ที่กัดกำไรได้เงียบ ๆ

Spot vs Futures vs Margin vs CFD ต่างกันอย่างไร?

หนึ่งในความสับสนที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่คือการแยกแยะประเภทการเทรดทั้ง 4 รูปแบบนี้ออกจากกัน ตารางด้านล่างสรุปให้เข้าใจในมุมมองเดียว:

ประเภท ถือกรรมสิทธิ์จริง? เลเวอเรจ ระยะเวลา ความซับซ้อน เหมาะกับใคร
Spot Trade ✔ ใช่ ไม่มี (1:1) ทันที / รายวัน ต่ำ มือใหม่, Day Trader
Futures ✘ ไม่ได้ถือจริง สูง (มีกำหนด) มีวันหมดอายุ กลาง–สูง เทรดเดอร์มีประสบการณ์, Hedger
Margin Trading ✔ ถือจริง สูง (กู้ยืม) ยืดหยุ่น กลาง เทรดเดอร์ที่ควบคุมความเสี่ยงได้
CFD ✘ ไม่ได้ถือจริง สูงมาก ยืดหยุ่น (ไม่มีหมดอาย) สูง เทรดเดอร์ขั้นสูง

อธิบายแต่ละประเภทแบบสั้น ๆ

Spot Trade — ซื้อ-ขายสินทรัพย์ในราคาปัจจุบัน ใช้เงินจริง ได้สินทรัพย์จริง ไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีเลเวอเรจ ขาดทุนสูงสุดได้แค่เงินที่ลงไป

Futures — ทำสัญญาซื้อ-ขายสินทรัพย์ในอนาคตในราคาที่ตกลงกันวันนี้ มีวันหมดอายุสัญญา ใช้เลเวอเรจสูง เหมาะสำหรับการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) หรือเก็งกำไรระยะสั้น

Margin Trading — กู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อซื้อสินทรัพย์มากกว่าที่มีจริง ยังได้รับกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ แต่มีความเสี่ยงถูก Margin Call หากราคาตรงข้าม

CFD (Contract for Difference) — ทำสัญญากับโบรกเกอร์เพื่อรับส่วนต่างของราคา ไม่ได้ถือสินทรัพย์จริง ใช้เลเวอเรจสูงมาก ยืดหยุ่น แต่มีความเสี่ยงสูงสุดในบรรดาทั้ง 4 ประเภท

สรุปง่าย ๆ: ถ้าอยากเริ่มต้นเทรดโดยไม่ซับซ้อน ไม่อยากสูญเสียมากกว่าเงินที่มี — Spot Trade คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

แนะนำตลาดสปอต

มาถึงตรงนี้หากใครสนใจอยากลงทุนกับตลาดสปอตแต่ยังไม่แน่ใจว่ามีสินทรัพย์ประเภทไหนน่าสนใจบ้าง เราได้คัดเลือกมาไว้ให้แล้ว

Spot trade ตลาดสปอต

ตลาดเทรดฟอเร็กซ์

หรือการเทรดสกุลเงินต่างประเทศ หลังล็อกอินเข้าแพลตฟอร์มโบรกเกอร์แล้ว ให้ระบุขนาด คู่สกุลเงิน กำหนดราคาซื้อ (Bid) ราคาขาย (Ask) แล้วรอดูส่วนต่างหรือที่เรียกว่าการเทรดแบบมาร์จิ้น อย่าลืมตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit ไว้ด้วย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเทรดฟอเร็กซ์

ตลาดเทรดหุ้น

ต้องมีการประเมินหุ้นตัวที่สนใจ หรือตัวที่คาดการณ์แล้วว่าโอกาสราคาขึ้น-ลง ภายในระยะเวลาอันสั้นจากนั้นก็ทำการเทรดแบบสปอตเทรดได้ทันที คุณจะเป็นผู้ถือครองหุ้นดังกล่าวทันที อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเทรดหุ้น

ตลาดเทรดทองคำ

ลักษณะเดียวกับหุ้น แต่คุณต้องทำการประเมินวิเคราะห์ตลาดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาทอง หากคาดว่าภายในไม่กี่วันราคามีแนวโน้มขึ้นก็สามารถซื้อ-ขายเพื่อรอรับผลกำไรได้เลย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเทรดทองคำ

โดยสรุปแล้วสปอตเทรด คือ การเทรดสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อที่ต้องการสินทรัพย์นั้น ๆ โดยใช้ราคาตามที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ณ เวลาดังกล่าว เสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว จึงเหมาะกับสาย Day Trade หรือคนที่เทรดจบภายใน 1 วัน

อย่างไรก็ตามหากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทการเทรดอื่น ๆ หรือเทคนิคการเทรดชั้นยอด ลองเข้ามาดูในเว็บไซต์ WeMasterTrade Prop firm ได้เลย

วิธีเปิดออเดอร์ Spot Trade ทีละขั้นตอน

ขั้นตอนด้านล่างอ้างอิงจากการใช้งานแพลตฟอร์ม MT5 หรือโบรกเกอร์ทั่วไป ซึ่งมีรูปแบบใกล้เคียงกัน:

  1. เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด
    เข้าไปที่หน้า “Market Watch” หรือ “Watchlist” แล้วเลือกสัญลักษณ์ที่ต้องการ เช่น XAUUSD (ทอง), EURUSD (ฟอเร็กซ์), หรือหุ้นที่ต้องการ
  2. วิเคราะห์ราคาและทิศทาง
    ดูกราฟราคา ใช้ Technical Analysis หรือ Fundamental Analysis เพื่อประเมินว่าราคาจะขึ้น (Buy) หรือลง (Sell) โดยดูจาก Timeframe ที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
  3. กำหนดขนาด Lot และตั้งค่า Risk Management
    คำนวณ Lot Size ให้ความเสี่ยงต่อการเทรดไม่เกิน 1–2% ของพอร์ต จากนั้นกำหนดระดับ Stop Loss (จุดตัดขาดทุน) และ Take Profit (จุดเก็บกำไร) ให้ชัดเจน
  4. เลือกประเภทออเดอร์
    สำหรับ Spot Trade มักใช้ Market Order (ซื้อ/ขายที่ราคาปัจจุบันทันที) หรือ Limit Order (ตั้งราคาที่ต้องการแล้วรอให้ตลาดมาถึงระดับนั้น)
  5. กด Buy หรือ Sell เพื่อเปิดออเดอร์
    ตรวจสอบรายละเอียดให้ครบก่อนยืนยัน: ขนาด Lot, ราคาเปิด, Stop Loss, Take Profit — จากนั้นกดยืนยัน
  6. ติดตามและบริหารจัดการออเดอร์
    หลังเปิดออเดอร์ให้ติดตามอย่างสม่ำเสมอ พิจารณาย้าย Stop Loss ตาม Trailing Stop หากราคาเคลื่อนตามทิศทางที่คาด และปิดออเดอร์เมื่อถึงเป้าหมาย

เคล็ดลับสำคัญ: อย่าเปิดออเดอร์โดยไม่มี Stop Loss ทุกครั้ง ไม่ว่าจะมั่นใจในการวิเคราะห์แค่ไหน เพราะตลาดสามารถเคลื่อนไหวขัดกับการคาดการณ์ได้เสมอ

สรุป: Spot Trade คืออะไร?

Spot Trade คือการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินที่ราคาตลาดปัจจุบัน ชำระเงินและรับสินทรัพย์ทันที ไม่มีเลเวอเรจ ไม่มีวันหมดอายุ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและ Day Trader ที่ต้องการความโปร่งใสและความเสี่ยงที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนและต้องบริหารจัดการ Stop Loss อย่างเคร่งครัดทุกการเทรด

หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประเภทการเทรดอื่น ๆ หรือ เทคนิคการเทรดขั้นสูง สามารถเข้าไปศึกษาต่อได้ที่ WeMasterTrade

Chat
Complaint & Review Form